เปรียบเทียบ !!
พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐาน กับ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง
ประเด็นที่ 1 : รูปแบบกฏหมาย
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กู้เงิน ผ่าน พรบ.
ซึ่งเป็นกฏหมายที่ตราขึ้นโดย ฝ่ายนิติบัญญัติ( สว ) ซึ่ง เป็นไปตาม
::::: หลักการแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตย:::: โดยฝ่ายนิติบัญญัติได้มีส่วนร่วมในกระบวน การร่างกฏหมายตั้งแต่เริ่มแรก
โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มี สว.เข้าร่วมเพื่อถ่วงดุลอำนาจและตรวจสอบ สภาสามารถแก้กฏหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
::::::::::::
รัฐบาลอภิสิทธิ์ กู้เงินผ่าน พรก.
โครงการไทยเข้มแข็งกู้เงิน 800,000 ล้าน
เป็นกฏหมายที่ตราขึ้นโดยฝ่ายบริหาร(รัฐบาลนายอภิสิทธิ์) รัฐสภามีอำนาจเพียงอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พรก.เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขในรายละเอียดของกฏหมายได้แต่อย่างใด
ขึ้นตอนไม่โปรงใส ไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย สว ไม่มีส่วนพิจารณา และสภาไม่สามารถแก้ไขได้
#กู่เจิ้ง
ความแตกต่างของพ.ร.บ. ที่ตรวจสอบได้ กับ พ.ร.ก.ที่ใช้เฉพาะฝ่ายบริหารตรวจสอบไม่ได้
เปรียบเทียบ !!
พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐาน กับ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง
ประเด็นที่ 1 : รูปแบบกฏหมาย
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ กู้เงิน ผ่าน พรบ.
ซึ่งเป็นกฏหมายที่ตราขึ้นโดย ฝ่ายนิติบัญญัติ( สว ) ซึ่ง เป็นไปตาม
::::: หลักการแบ่งแยกอำนาจในระบอบประชาธิปไตย:::: โดยฝ่ายนิติบัญญัติได้มีส่วนร่วมในกระบวน การร่างกฏหมายตั้งแต่เริ่มแรก
โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มี สว.เข้าร่วมเพื่อถ่วงดุลอำนาจและตรวจสอบ สภาสามารถแก้กฏหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย
::::::::::::
รัฐบาลอภิสิทธิ์ กู้เงินผ่าน พรก.
โครงการไทยเข้มแข็งกู้เงิน 800,000 ล้าน
เป็นกฏหมายที่ตราขึ้นโดยฝ่ายบริหาร(รัฐบาลนายอภิสิทธิ์) รัฐสภามีอำนาจเพียงอนุมัติหรือไม่อนุมัติ พรก.เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขในรายละเอียดของกฏหมายได้แต่อย่างใด
ขึ้นตอนไม่โปรงใส ไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย สว ไม่มีส่วนพิจารณา และสภาไม่สามารถแก้ไขได้
#กู่เจิ้ง