ตกงาน เหลือเงินติดบัญชี 4000 บาท ถือว่าชีวิตตกต่ำขีดสุด ไหมครับ

จิตตกครับ ตกงานกระทันหัน เหลือ 4000 บาท จ่ายค่าห้องสิ้นเดือน 3000 บาท เหลือพันบาท ทำงานรายวันไปก่อนดีไหมครับ รู้สึกหวิวๆ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ของคุณนี่ยังไม่ถึงกับตกต่ำขีดสุดหรอกครับ
ผมเคยล้มจากที่เคยมีเงิน8หลัก จนไม่มีอะไรเลย
ยังดีแค่ไม่มีหนี้สิน ญาติพี่น้องมีแต่ซ้ำเติม
เพื่อนฝูงที่เคยมีมากมายห่างหายหมด
ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีที่อยู่ แต่ก็ถือคติ ไม่ลักขโมยใครกิน
ที่นอนผม คือหัวลำโพงครับ ไม่ก็ตามสนามหลวง
หรือไม่ก็สพานพุทธิ์ เช้าๆก็ไปขอข้าววัดกิน บางวัดให้
บางวัดโดนพระด่า ส่วนสายๆออกหางานทำ
ช่วงนั้นไม่เลือกงาน ได้งานส่องไฟในโรงหนังวันละ100
พอได้งานทำเจอพระใจดีให้มาเป็นลูกศิษย์ ช่วยท่านบินฑบาท
กวาดลานวัด ตักอึหมา ล้างห้องน้ำ บางวันท่านใจดีก็ให้เงินเป็นค่ารถ
ช่วงค่ำๆกลับจากเลิกงาน ท่านก็เก็บข้าว+กับข้าว+ขนมไว้ให้
ผมทำงานเก็บเงินร่วมปี มีเงินเก็บจากทำงาน2หมื่นกว่าบาท
ก็ลาออกเอาเงินที่เหลือมาลงทุนใช้เวลา3ปี ฟื้นตัวและสร้างตัวมาได้
และ ผมก็ขอบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณ ที่วัดนั้น พระรูปนั้น
ที่ได้เมตตาให้ที่อยู่ที่กิน 1พรรษา บวช มิย. สึก มค. ปัจจุบันนี้
ผมมีครบทุกอย่างไม่เดือดร้อน แม้จะไม่มีเท่าเดิม ผมก็สุขใจ
ไม่ได้ลำบากอะไร และผมก็ไม่เคยลืมวัดๆนี้ ที่เคยดูแล เคยเมตตา
ให้โอกาสผม ฉนั้น แค่นี้คุณอย่าท้อครับ ถ้าคุณท้อ คุณกลัว คุณวิตก
นั่นหมายถึงคุณกำลังตัดแรงกายแรงใจและกำลังใจของตนเอง
คนที่ลำบากกว่าเรายังมีอีกมากครับ สู้ๆนะครับอมยิ้ม04
ความคิดเห็นที่ 9
หางานรายวันทำไปก่อนเลยค่ะ อะไรก็ทำ ๆ ไป เดี๊ยวก็ดีขึ้นเอง
จากคำถามของคุณ ชีวิตคุณไม่ได้ตกต่ำที่สุดหรอกค่ะ แค่นี้เล็กน้อย

ขอยกตัวอย่าง ของเราเองเป็นอยู่ตอนนี้เลย
- สามีป่วยเป็นมะเร็ง เมื่อเดือนเมษายนตรวจเจอมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปกระดูก ระยะสี่ เอ้า....ก็รักษากันไป
- เดือนนี้ ตรวจเจอเป็นมะเร็งกล่องเสียงระยะสองอีก !!! คุณหมอบอกว่ายิ่งกว่าถูกแจ๊คพ๊อต 5555 อันนี้ไม่ได้ลามนะคะ แต่เป็นมานานแล้วตอนที่ตรวจเจอมะเร็งครั้งแรก ก็สงสัยเกี่ยวกับเสียงที่แหบแล้วแต่ไม่ได้เอะใจ จนคุณหมอขอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อความแน่ใจ เพราะดูจากประวัติแล้วเสียงแหบมา 1 ปี
- บริษัทของตัวเอง มีพนักงานที่ต้องดูแล และรายจ่ายอื่น ๆ ในแต่ละเดือน ไม่ต่ำกว่า ห้าแสน แต่ ณ ตอนนี้ ลูกค้าเงียบมากเพราะเป็นช่วงหน้าโลว์
- ค่ารักษา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องย้ายตัวเองกลับมาอยู่ กทม ตกอาทิตย์ละ สามหมื่น ( รักษา รพ รัฐนะคะ)
- ตอนนี้ตรวจดู บ/ช ต่าง ๆ คาดว่าน่าจะติดลบเกือบ ๆ สิบล้าน !!!!!
- ปัญหาทุกอย่างรุมเร้า จนบ้างครั้งอยากจะตะโกนด่าฟ้า ด่าดินกันเลยทีเดียว แบบว่า จะอะไรกันหนักกันหนา (วะ)
- ณ ตอนนี้วันนี้มีเงินติดกระเป๋าทั้งของเราและของสามีรวมกันประมาณห้าพัน  55555 แต่ไม่หวั่น เพราะพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เราเชื่อ ยิ้ม

เห็นไหมคะ ของเราก็ไม่ต่างจากคุณหรอก แต่เราก็อดทนนะ สู้ ๆ มันต้องมีหนทางเชื่อเราดิ สิ่งสำคัญ อย่าท้อนะคะ ตั้งสติดี ๆ พอสติมาปัญญาก็เกิด แล้วคุณจะหาทางออกเจอ ช่วงแรก ๆ เราฟูมฟายมากมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งมึน พอลองนิ่ง ๆ สักพัก ความคิดมันจะมาเอง และระหว่างนี้ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริง ๆ อย่างเราอยากไปทานอาหารร้านโปรด ช่วงนี้ยังต้องงด อยากออกไปเดินเล่นหาเพื่อนก็ไม่ไป เปลืองน้ำมัน  55555 อยู่บ้าน ทำอาหารกินเอง ชิล ๆ ค่ะ

สู้ ๆ นะคะ ยิ้ม ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 35
แชร์มั่งครับ
ผมเป็นมะเร็ง ในช่วงอายุ 59 ต้องออกจากงานมารักษาตัว ตอนนอนโรงพยาบาลก็รู้สึกหมดหวังจริงๆเหมือนที่ท่าน คห.9 เขียนถึงสามี เงินทองที่มีก็ใช้หมดในช่วงรักษา แถมหนี้สิน หนี้บัตรเครดิต ก็หยุดจ่าย(เพราะไม่มีแล้ว)รถที่ยังผ่อน เพราะช่วงทำงานมีรายได้พอสมควรและไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะมาป่วย
สุดท้ายเตรียมจะขายบ้านที่อาศัยอยู่

นอนรักษาอยู่เป็นปี ไปตรวจซ้ำปรากฎว่าก้อนมะเร็งหายไปแล้ว ตรวจชิ้นเนื้อก็ไม่พบอีก แต่หมอก็นัดไปเรื่อยๆ และนัดห่างออกไปเรื่อยเช่นกัน

แต่ว่าไม่เหลืออะไร นอกจากกำลังใจที่พร้อมจะต่อสู้ ค่อยๆหัดนั่ง หัดเดิน กลับมาหัดขับรถ และออกหางานเลี้ยงชีวิต

ผู้ชายวัย 61 ออกหางานทำ คงเข้าใจนะว่าลำบาก แต่ด้วยสมัยที่ยังรุ่งเรืองก็ไม่เคยถืออำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงใคร น้องๆเก่าๆที่เขาโตขึ้น ก็ช่วยสนับสนุน และห่วงใย

และสุดท้าย ได้งานทำ ใช้ความรู้ความสามารถที่ยังคงมี ทำงานให้เขาได้ ด้วยสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนด

ขอบคุณฟ้า และชะตาชีวิต ที่กลับมายืนได้อีกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 17
ไม่คะ มีตั้งสี่พัน เมื่อ16ปีที่แล้วบริษัทบอกเลิกจ้างที่บ้านรถเกิดอุบัตเหตุ  พ่อแม่น้องชายลูกสาวอยู่ในรถคันนั้นหมดเลย  ดิฉันต้องเอาเงินสำรองส่งไปหั้ยที่บ้านหมด เงินจะจ่ายค่าหอ้งค่านำ้ค่าไฟก็ไม่มี ยังจำได้ไม่ลืม ไม่รู้จะหางานอะไรเดินกลับบ้านไม่กล้านั่งรถเมล์(ตอนนั้นค่ารถเมล์3.50 บาท )กลัวเงินหมด เดินไปบอกลุงเจ้าของหอว่าเงินเดือนหนูออกช้าขอเวลาสักอาทิตย์นะคะ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเอาที่ไหนมาจ่าย(ค่าหอพักหญิงตอนนั้น800) ตอนนั้นท้อแท้มากจำได้ว่าเดินไปของานโต๊ะสนุ๊กทำ. เขาจะหั้ยเป็นมาร์คกี้ตั้งลูกสนุ๊กก็นับแต้มก็ไม่เป็นเขาเลยหั้ยไปอยู่แคชเชียร์เก็บเงินแทนวันแรกได้ทิป150บาท. กลับหอพักนับเงินนำ้ตาไหลเลยคะ่. ตอนนี้ดิฉันมีกิจการเป็นของตัวเองมีบ้านมีรถ.
อย่าเพิ่งท้อนะคะสู้ๆคะ่
ความคิดเห็นที่ 12
ผมเปิดร้านแล้วเจ๊ง ประคองไปเรื่อยๆ จนเหลือเงินติดตัว 200 บาท ไม่เหลือไรในธนาคารด้วย มีแต่หนี้บัตร มองครอบครัว แล้วเดินออกไปหางานรายวันทำเลยครับ อะไรเอาหมดอารมณ์นั้น สุดท้ายได้งานร้าน inkjet ทำตั้งแต่ยกของ ทำป้าย ถึงทำกราฟฟิค รับพิมพ์ ค่าแรงวันละ 200 ผมอดทนทุกอย่างทั้งเจ้าของร้าน โชคชะตา และเจ้าหนี้...

ไปหางานทำเลยครับ ผ่านจุดนี้ไปได้ จะไม่มีจุดไหนที่ทำให้คุณท้อได้อีกแล้ว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่