สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
ของคุณนี่ยังไม่ถึงกับตกต่ำขีดสุดหรอกครับ
ผมเคยล้มจากที่เคยมีเงิน8หลัก จนไม่มีอะไรเลย
ยังดีแค่ไม่มีหนี้สิน ญาติพี่น้องมีแต่ซ้ำเติม
เพื่อนฝูงที่เคยมีมากมายห่างหายหมด
ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีที่อยู่ แต่ก็ถือคติ ไม่ลักขโมยใครกิน
ที่นอนผม คือหัวลำโพงครับ ไม่ก็ตามสนามหลวง
หรือไม่ก็สพานพุทธิ์ เช้าๆก็ไปขอข้าววัดกิน บางวัดให้
บางวัดโดนพระด่า ส่วนสายๆออกหางานทำ
ช่วงนั้นไม่เลือกงาน ได้งานส่องไฟในโรงหนังวันละ100
พอได้งานทำเจอพระใจดีให้มาเป็นลูกศิษย์ ช่วยท่านบินฑบาท
กวาดลานวัด ตักอึหมา ล้างห้องน้ำ บางวันท่านใจดีก็ให้เงินเป็นค่ารถ
ช่วงค่ำๆกลับจากเลิกงาน ท่านก็เก็บข้าว+กับข้าว+ขนมไว้ให้
ผมทำงานเก็บเงินร่วมปี มีเงินเก็บจากทำงาน2หมื่นกว่าบาท
ก็ลาออกเอาเงินที่เหลือมาลงทุนใช้เวลา3ปี ฟื้นตัวและสร้างตัวมาได้
และ ผมก็ขอบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณ ที่วัดนั้น พระรูปนั้น
ที่ได้เมตตาให้ที่อยู่ที่กิน 1พรรษา บวช มิย. สึก มค. ปัจจุบันนี้
ผมมีครบทุกอย่างไม่เดือดร้อน แม้จะไม่มีเท่าเดิม ผมก็สุขใจ
ไม่ได้ลำบากอะไร และผมก็ไม่เคยลืมวัดๆนี้ ที่เคยดูแล เคยเมตตา
ให้โอกาสผม ฉนั้น แค่นี้คุณอย่าท้อครับ ถ้าคุณท้อ คุณกลัว คุณวิตก
นั่นหมายถึงคุณกำลังตัดแรงกายแรงใจและกำลังใจของตนเอง
คนที่ลำบากกว่าเรายังมีอีกมากครับ สู้ๆนะครับ
ผมเคยล้มจากที่เคยมีเงิน8หลัก จนไม่มีอะไรเลย
ยังดีแค่ไม่มีหนี้สิน ญาติพี่น้องมีแต่ซ้ำเติม
เพื่อนฝูงที่เคยมีมากมายห่างหายหมด
ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีที่อยู่ แต่ก็ถือคติ ไม่ลักขโมยใครกิน
ที่นอนผม คือหัวลำโพงครับ ไม่ก็ตามสนามหลวง
หรือไม่ก็สพานพุทธิ์ เช้าๆก็ไปขอข้าววัดกิน บางวัดให้
บางวัดโดนพระด่า ส่วนสายๆออกหางานทำ
ช่วงนั้นไม่เลือกงาน ได้งานส่องไฟในโรงหนังวันละ100
พอได้งานทำเจอพระใจดีให้มาเป็นลูกศิษย์ ช่วยท่านบินฑบาท
กวาดลานวัด ตักอึหมา ล้างห้องน้ำ บางวันท่านใจดีก็ให้เงินเป็นค่ารถ
ช่วงค่ำๆกลับจากเลิกงาน ท่านก็เก็บข้าว+กับข้าว+ขนมไว้ให้
ผมทำงานเก็บเงินร่วมปี มีเงินเก็บจากทำงาน2หมื่นกว่าบาท
ก็ลาออกเอาเงินที่เหลือมาลงทุนใช้เวลา3ปี ฟื้นตัวและสร้างตัวมาได้
และ ผมก็ขอบวชเพื่อตอบแทนบุญคุณ ที่วัดนั้น พระรูปนั้น
ที่ได้เมตตาให้ที่อยู่ที่กิน 1พรรษา บวช มิย. สึก มค. ปัจจุบันนี้
ผมมีครบทุกอย่างไม่เดือดร้อน แม้จะไม่มีเท่าเดิม ผมก็สุขใจ
ไม่ได้ลำบากอะไร และผมก็ไม่เคยลืมวัดๆนี้ ที่เคยดูแล เคยเมตตา
ให้โอกาสผม ฉนั้น แค่นี้คุณอย่าท้อครับ ถ้าคุณท้อ คุณกลัว คุณวิตก
นั่นหมายถึงคุณกำลังตัดแรงกายแรงใจและกำลังใจของตนเอง
คนที่ลำบากกว่าเรายังมีอีกมากครับ สู้ๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9
หางานรายวันทำไปก่อนเลยค่ะ อะไรก็ทำ ๆ ไป เดี๊ยวก็ดีขึ้นเอง
จากคำถามของคุณ ชีวิตคุณไม่ได้ตกต่ำที่สุดหรอกค่ะ แค่นี้เล็กน้อย
ขอยกตัวอย่าง ของเราเองเป็นอยู่ตอนนี้เลย
- สามีป่วยเป็นมะเร็ง เมื่อเดือนเมษายนตรวจเจอมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปกระดูก ระยะสี่ เอ้า....ก็รักษากันไป
- เดือนนี้ ตรวจเจอเป็นมะเร็งกล่องเสียงระยะสองอีก !!! คุณหมอบอกว่ายิ่งกว่าถูกแจ๊คพ๊อต 5555 อันนี้ไม่ได้ลามนะคะ แต่เป็นมานานแล้วตอนที่ตรวจเจอมะเร็งครั้งแรก ก็สงสัยเกี่ยวกับเสียงที่แหบแล้วแต่ไม่ได้เอะใจ จนคุณหมอขอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อความแน่ใจ เพราะดูจากประวัติแล้วเสียงแหบมา 1 ปี
- บริษัทของตัวเอง มีพนักงานที่ต้องดูแล และรายจ่ายอื่น ๆ ในแต่ละเดือน ไม่ต่ำกว่า ห้าแสน แต่ ณ ตอนนี้ ลูกค้าเงียบมากเพราะเป็นช่วงหน้าโลว์
- ค่ารักษา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องย้ายตัวเองกลับมาอยู่ กทม ตกอาทิตย์ละ สามหมื่น ( รักษา รพ รัฐนะคะ)
- ตอนนี้ตรวจดู บ/ช ต่าง ๆ คาดว่าน่าจะติดลบเกือบ ๆ สิบล้าน !!!!!
- ปัญหาทุกอย่างรุมเร้า จนบ้างครั้งอยากจะตะโกนด่าฟ้า ด่าดินกันเลยทีเดียว แบบว่า จะอะไรกันหนักกันหนา (วะ)
- ณ ตอนนี้วันนี้มีเงินติดกระเป๋าทั้งของเราและของสามีรวมกันประมาณห้าพัน 55555 แต่ไม่หวั่น เพราะพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เราเชื่อ
เห็นไหมคะ ของเราก็ไม่ต่างจากคุณหรอก แต่เราก็อดทนนะ สู้ ๆ มันต้องมีหนทางเชื่อเราดิ สิ่งสำคัญ อย่าท้อนะคะ ตั้งสติดี ๆ พอสติมาปัญญาก็เกิด แล้วคุณจะหาทางออกเจอ ช่วงแรก ๆ เราฟูมฟายมากมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งมึน พอลองนิ่ง ๆ สักพัก ความคิดมันจะมาเอง และระหว่างนี้ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริง ๆ อย่างเราอยากไปทานอาหารร้านโปรด ช่วงนี้ยังต้องงด อยากออกไปเดินเล่นหาเพื่อนก็ไม่ไป เปลืองน้ำมัน 55555 อยู่บ้าน ทำอาหารกินเอง ชิล ๆ ค่ะ
สู้ ๆ นะคะ
จากคำถามของคุณ ชีวิตคุณไม่ได้ตกต่ำที่สุดหรอกค่ะ แค่นี้เล็กน้อย
ขอยกตัวอย่าง ของเราเองเป็นอยู่ตอนนี้เลย
- สามีป่วยเป็นมะเร็ง เมื่อเดือนเมษายนตรวจเจอมะเร็งต่อมลูกหมากลามไปกระดูก ระยะสี่ เอ้า....ก็รักษากันไป
- เดือนนี้ ตรวจเจอเป็นมะเร็งกล่องเสียงระยะสองอีก !!! คุณหมอบอกว่ายิ่งกว่าถูกแจ๊คพ๊อต 5555 อันนี้ไม่ได้ลามนะคะ แต่เป็นมานานแล้วตอนที่ตรวจเจอมะเร็งครั้งแรก ก็สงสัยเกี่ยวกับเสียงที่แหบแล้วแต่ไม่ได้เอะใจ จนคุณหมอขอตรวจชิ้นเนื้อเพื่อความแน่ใจ เพราะดูจากประวัติแล้วเสียงแหบมา 1 ปี
- บริษัทของตัวเอง มีพนักงานที่ต้องดูแล และรายจ่ายอื่น ๆ ในแต่ละเดือน ไม่ต่ำกว่า ห้าแสน แต่ ณ ตอนนี้ ลูกค้าเงียบมากเพราะเป็นช่วงหน้าโลว์
- ค่ารักษา ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องย้ายตัวเองกลับมาอยู่ กทม ตกอาทิตย์ละ สามหมื่น ( รักษา รพ รัฐนะคะ)
- ตอนนี้ตรวจดู บ/ช ต่าง ๆ คาดว่าน่าจะติดลบเกือบ ๆ สิบล้าน !!!!!
- ปัญหาทุกอย่างรุมเร้า จนบ้างครั้งอยากจะตะโกนด่าฟ้า ด่าดินกันเลยทีเดียว แบบว่า จะอะไรกันหนักกันหนา (วะ)
- ณ ตอนนี้วันนี้มีเงินติดกระเป๋าทั้งของเราและของสามีรวมกันประมาณห้าพัน 55555 แต่ไม่หวั่น เพราะพรุ่งนี้ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เราเชื่อ

เห็นไหมคะ ของเราก็ไม่ต่างจากคุณหรอก แต่เราก็อดทนนะ สู้ ๆ มันต้องมีหนทางเชื่อเราดิ สิ่งสำคัญ อย่าท้อนะคะ ตั้งสติดี ๆ พอสติมาปัญญาก็เกิด แล้วคุณจะหาทางออกเจอ ช่วงแรก ๆ เราฟูมฟายมากมาย ยิ่งคิดก็ยิ่งมึน พอลองนิ่ง ๆ สักพัก ความคิดมันจะมาเอง และระหว่างนี้ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นจริง ๆ อย่างเราอยากไปทานอาหารร้านโปรด ช่วงนี้ยังต้องงด อยากออกไปเดินเล่นหาเพื่อนก็ไม่ไป เปลืองน้ำมัน 55555 อยู่บ้าน ทำอาหารกินเอง ชิล ๆ ค่ะ
สู้ ๆ นะคะ


ความคิดเห็นที่ 35
แชร์มั่งครับ
ผมเป็นมะเร็ง ในช่วงอายุ 59 ต้องออกจากงานมารักษาตัว ตอนนอนโรงพยาบาลก็รู้สึกหมดหวังจริงๆเหมือนที่ท่าน คห.9 เขียนถึงสามี เงินทองที่มีก็ใช้หมดในช่วงรักษา แถมหนี้สิน หนี้บัตรเครดิต ก็หยุดจ่าย(เพราะไม่มีแล้ว)รถที่ยังผ่อน เพราะช่วงทำงานมีรายได้พอสมควรและไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะมาป่วย
สุดท้ายเตรียมจะขายบ้านที่อาศัยอยู่
นอนรักษาอยู่เป็นปี ไปตรวจซ้ำปรากฎว่าก้อนมะเร็งหายไปแล้ว ตรวจชิ้นเนื้อก็ไม่พบอีก แต่หมอก็นัดไปเรื่อยๆ และนัดห่างออกไปเรื่อยเช่นกัน
แต่ว่าไม่เหลืออะไร นอกจากกำลังใจที่พร้อมจะต่อสู้ ค่อยๆหัดนั่ง หัดเดิน กลับมาหัดขับรถ และออกหางานเลี้ยงชีวิต
ผู้ชายวัย 61 ออกหางานทำ คงเข้าใจนะว่าลำบาก แต่ด้วยสมัยที่ยังรุ่งเรืองก็ไม่เคยถืออำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงใคร น้องๆเก่าๆที่เขาโตขึ้น ก็ช่วยสนับสนุน และห่วงใย
และสุดท้าย ได้งานทำ ใช้ความรู้ความสามารถที่ยังคงมี ทำงานให้เขาได้ ด้วยสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนด
ขอบคุณฟ้า และชะตาชีวิต ที่กลับมายืนได้อีกครั้ง
ผมเป็นมะเร็ง ในช่วงอายุ 59 ต้องออกจากงานมารักษาตัว ตอนนอนโรงพยาบาลก็รู้สึกหมดหวังจริงๆเหมือนที่ท่าน คห.9 เขียนถึงสามี เงินทองที่มีก็ใช้หมดในช่วงรักษา แถมหนี้สิน หนี้บัตรเครดิต ก็หยุดจ่าย(เพราะไม่มีแล้ว)รถที่ยังผ่อน เพราะช่วงทำงานมีรายได้พอสมควรและไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะมาป่วย
สุดท้ายเตรียมจะขายบ้านที่อาศัยอยู่
นอนรักษาอยู่เป็นปี ไปตรวจซ้ำปรากฎว่าก้อนมะเร็งหายไปแล้ว ตรวจชิ้นเนื้อก็ไม่พบอีก แต่หมอก็นัดไปเรื่อยๆ และนัดห่างออกไปเรื่อยเช่นกัน
แต่ว่าไม่เหลืออะไร นอกจากกำลังใจที่พร้อมจะต่อสู้ ค่อยๆหัดนั่ง หัดเดิน กลับมาหัดขับรถ และออกหางานเลี้ยงชีวิต
ผู้ชายวัย 61 ออกหางานทำ คงเข้าใจนะว่าลำบาก แต่ด้วยสมัยที่ยังรุ่งเรืองก็ไม่เคยถืออำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงใคร น้องๆเก่าๆที่เขาโตขึ้น ก็ช่วยสนับสนุน และห่วงใย
และสุดท้าย ได้งานทำ ใช้ความรู้ความสามารถที่ยังคงมี ทำงานให้เขาได้ ด้วยสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนด
ขอบคุณฟ้า และชะตาชีวิต ที่กลับมายืนได้อีกครั้ง
ความคิดเห็นที่ 17
ไม่คะ มีตั้งสี่พัน เมื่อ16ปีที่แล้วบริษัทบอกเลิกจ้างที่บ้านรถเกิดอุบัตเหตุ พ่อแม่น้องชายลูกสาวอยู่ในรถคันนั้นหมดเลย ดิฉันต้องเอาเงินสำรองส่งไปหั้ยที่บ้านหมด เงินจะจ่ายค่าหอ้งค่านำ้ค่าไฟก็ไม่มี ยังจำได้ไม่ลืม ไม่รู้จะหางานอะไรเดินกลับบ้านไม่กล้านั่งรถเมล์(ตอนนั้นค่ารถเมล์3.50 บาท )กลัวเงินหมด เดินไปบอกลุงเจ้าของหอว่าเงินเดือนหนูออกช้าขอเวลาสักอาทิตย์นะคะ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเอาที่ไหนมาจ่าย(ค่าหอพักหญิงตอนนั้น800) ตอนนั้นท้อแท้มากจำได้ว่าเดินไปของานโต๊ะสนุ๊กทำ. เขาจะหั้ยเป็นมาร์คกี้ตั้งลูกสนุ๊กก็นับแต้มก็ไม่เป็นเขาเลยหั้ยไปอยู่แคชเชียร์เก็บเงินแทนวันแรกได้ทิป150บาท. กลับหอพักนับเงินนำ้ตาไหลเลยคะ่. ตอนนี้ดิฉันมีกิจการเป็นของตัวเองมีบ้านมีรถ.
อย่าเพิ่งท้อนะคะสู้ๆคะ่
อย่าเพิ่งท้อนะคะสู้ๆคะ่
ความคิดเห็นที่ 12
ผมเปิดร้านแล้วเจ๊ง ประคองไปเรื่อยๆ จนเหลือเงินติดตัว 200 บาท ไม่เหลือไรในธนาคารด้วย มีแต่หนี้บัตร มองครอบครัว แล้วเดินออกไปหางานรายวันทำเลยครับ อะไรเอาหมดอารมณ์นั้น สุดท้ายได้งานร้าน inkjet ทำตั้งแต่ยกของ ทำป้าย ถึงทำกราฟฟิค รับพิมพ์ ค่าแรงวันละ 200 ผมอดทนทุกอย่างทั้งเจ้าของร้าน โชคชะตา และเจ้าหนี้...
ไปหางานทำเลยครับ ผ่านจุดนี้ไปได้ จะไม่มีจุดไหนที่ทำให้คุณท้อได้อีกแล้ว
ไปหางานทำเลยครับ ผ่านจุดนี้ไปได้ จะไม่มีจุดไหนที่ทำให้คุณท้อได้อีกแล้ว
แสดงความคิดเห็น
ตกงาน เหลือเงินติดบัญชี 4000 บาท ถือว่าชีวิตตกต่ำขีดสุด ไหมครับ