สหรัฐฯเผยเงินเฟ้อ ส.ค.ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือน

ทางการสหรัฐฯเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมอันเป็นข้อมูลสำคัญในการคิดฐานอัตราการเติบโตของเงินเฟ้อ ชะลอตัวต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนสัญญาณว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯยังไม่ถึงเป้าหมายอของธนาคารกลางสหรัฐฯ
สำนักงานแรงงานของทางการสหรัฐอเมริการายงานในวันนี้ (17 กันยายน 2556)ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับเดือนกรกฏาคมก่อนหน้านั้นที่เพิ่มขึ้น 0.2%
นอกเหนือจากนั้น ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโต 0.2%(ตามโพลสำรวจนักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก)
นอกจากนั้น สำนักงานแรงานของสหรัฐอเมริกา ยังรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานหรือดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่นับรวมอาหารและเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนที่ผ่านมา
ดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าว ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาวางเอาไว้ และต้องนับว่า ยังอยู่ในระดับที่ห่างไกลอีกพอสมควร ท่ามกลางสถานการณ์ที่คาดการณ์กันว่า คณะกรรมการ FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะประชุมเพื่อลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ จากสาเหตุที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวขึ้นมาอย่างมั่นคงเพียงพอต่อการเริ่มแผนลดปริมาณการผ่นคลายเชิงปริมาณหรือ QE แล้ว
แต่ข้อมูลเงินเฟ้อในวันนี้ กลับชี้ให้เห็นว่า อาจจะเป็นข้อมูลที่ดึงไม่ให้ คณะกรรมการ FOMC พิจารณาแผนการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งนี้ ก็เป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้บริหารธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่า จะต้องดูข้อมูลราคาผู้บริโภคให้มีอัตราการเติบโตที่ชัดเจน หากขืนลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยกลับไปเผชิญกับภาวะเงินฝืดได้ ซึ่งนายเบน เบอร์นังเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาเคยกล่าวว่า หากอัตราการเติบโตของราคาถดถอย จนต้องเผชิญกับภาวะเงินฝืดเป็นเรื่องยากที่จะกู้คืนให้กลับมาได้
“เงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป เป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจ”นายเบน เบอร์นังเก้ กล่าวเมื่อครั้งแถลงกับสภาคองเกรส
กระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า ราคาให้บริการของศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ทั้งหลายเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 เป็นต้นมา
ค่าเช่าอุปกรณ์เครื่องมือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ราคายาสูบเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4
ในขณะที่ราคาตั๋วโดยสารของสายการบินต่างๆ เฉลี่ยแล้วลดลงร้อยละ 3.1 ซึ่งนับว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 ราคาก๊าซที่มาจากสาธารณูปโภคลดลงร้อยละ 2.3 ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน ลดลงร้อยละ 0.1 เป็นต้น
ปล. เรื่องเงินเฟ้ออันนี้หล่ะครับ ถ้ายังไม่มากเกินไป หรือยังต่ำ การันตียิ้มมุมปากไว้ได้เลยครับ สำหรับคนมีหุ้น ใครมีก็ไม่อยากให้ขาย หรือจะทะยอยแบ่งขายบ้างก็ตามแต่วินัยของแต่ละท่านครับ
อรุณสวัสดิ์ครับ
ทางการสหรัฐฯเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมอันเป็นข้อมูลสำคัญในการคิดฐานอัตราการเติบโตของเงินเฟ้อ ชะลอตัวต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนสัญญาณว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯยังไม่ถึงเป้าหมายอของธนาคารกลางสหรัฐฯ
สำนักงานแรงงานของทางการสหรัฐอเมริการายงานในวันนี้ (17 กันยายน 2556)ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.1% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับเดือนกรกฏาคมก่อนหน้านั้นที่เพิ่มขึ้น 0.2%
นอกเหนือจากนั้น ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโต 0.2%(ตามโพลสำรวจนักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก)
นอกจากนั้น สำนักงานแรงานของสหรัฐอเมริกา ยังรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานหรือดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่นับรวมอาหารและเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนที่ผ่านมา
ดัชนีราคาผู้บริโภคดังกล่าว ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาวางเอาไว้ และต้องนับว่า ยังอยู่ในระดับที่ห่างไกลอีกพอสมควร ท่ามกลางสถานการณ์ที่คาดการณ์กันว่า คณะกรรมการ FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะประชุมเพื่อลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้ จากสาเหตุที่หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวขึ้นมาอย่างมั่นคงเพียงพอต่อการเริ่มแผนลดปริมาณการผ่นคลายเชิงปริมาณหรือ QE แล้ว
แต่ข้อมูลเงินเฟ้อในวันนี้ กลับชี้ให้เห็นว่า อาจจะเป็นข้อมูลที่ดึงไม่ให้ คณะกรรมการ FOMC พิจารณาแผนการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งนี้ ก็เป็นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้บริหารธนาคารกลางสหรัฐฯกล่าวว่า จะต้องดูข้อมูลราคาผู้บริโภคให้มีอัตราการเติบโตที่ชัดเจน หากขืนลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยกลับไปเผชิญกับภาวะเงินฝืดได้ ซึ่งนายเบน เบอร์นังเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาเคยกล่าวว่า หากอัตราการเติบโตของราคาถดถอย จนต้องเผชิญกับภาวะเงินฝืดเป็นเรื่องยากที่จะกู้คืนให้กลับมาได้
“เงินเฟ้อที่ต่ำเกินไป เป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจ”นายเบน เบอร์นังเก้ กล่าวเมื่อครั้งแถลงกับสภาคองเกรส
กระทรวงแรงงานของสหรัฐอเมริกาให้ข้อมูลว่า ราคาให้บริการของศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ทั้งหลายเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2553 เป็นต้นมา
ค่าเช่าอุปกรณ์เครื่องมือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ราคายาสูบเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4
ในขณะที่ราคาตั๋วโดยสารของสายการบินต่างๆ เฉลี่ยแล้วลดลงร้อยละ 3.1 ซึ่งนับว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 ราคาก๊าซที่มาจากสาธารณูปโภคลดลงร้อยละ 2.3 ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซิน ลดลงร้อยละ 0.1 เป็นต้น
ปล. เรื่องเงินเฟ้ออันนี้หล่ะครับ ถ้ายังไม่มากเกินไป หรือยังต่ำ การันตียิ้มมุมปากไว้ได้เลยครับ สำหรับคนมีหุ้น ใครมีก็ไม่อยากให้ขาย หรือจะทะยอยแบ่งขายบ้างก็ตามแต่วินัยของแต่ละท่านครับ