
(มติชนรายวัน 16 ก.ย.2556)
พรรคประชาธิปัตย์ประกาศค้านร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ลีลา ท่วงทำนอง ดูไม่ต่างจากยึดมั่นประชาธิปไตย แต่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ปลดล็อกให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง
คือเห็นด้วยกับโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ แต่คัดค้าน การกู้เงินมาทำ
เรียกร้องให้ใช้งบประมาณรายปีตามปกติ
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันต้องดำเนินการด้วยวิธีนี้ หากใช้งบประมาณปกติไม่มีทางสำเร็จ
และยังมีความไม่แน่นอน กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนนโยบาย
การใช้งบปกติมีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากงบลงทุนแต่ละปีมีจำนวนไม่มากนัก
ยกตัวอย่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วงเงิน 2,525,000 ล้านบาท
เป็นรายจ่ายประจำ 2,017,244 ล้านบาท งบลงทุนเพียง 441,510.4 ล้านบาท
หรือร้อยละ 17.5 ของวงเงินรวม
ประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับโครงการนี้ ข้อแม้สำคัญคือปฏิเสธวิธีกู้ยืมมาลงทุน
เรียกร้องให้ใช้งบปกติแทน ที่รัฐบาลมองว่าไร้หลักประกันว่าจะสำเร็จ
การแทงกั๊กเห็นด้วย แต่คัดค้านเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนงาน
แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการปฏิเสธโครงการนี้โดยสิ้นเชิง
แต่ที่ไม่กล้ายืนยันขันแข็งนั้นเป็นเพราะโปรเจ็กต์นี้มีเสียงตอบรับ
สนับสนุนมากกว่าคัดค้าน ไม่ใช่แค่เฉพาะภาคเหนือ อีสาน
แม้แต่ปักษ์ใต้พื้นที่ฐานเสียงสำคัญประชาธิปัตย์ ภาพความคึกคัก และการร้อง
ขอจัดลำดับ นำเสนอโครงการในวันที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่สงขลา ก็เป็น
เครื่องยืนยันว่า ภูมิภาคต่างๆ อยากเห็นความเจริญของบ้านเมือง ที่นำไปสู่ลู่ทาง
เศรษฐกิจการค้า ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การประกาศตรงๆ ย่อมทำให้เสียคะแนนนิยม ต้องใช้การขัดขวางแบบวิถีโค้ง
ซ่อนรูปมากับการค้านการกู้ยืมเงิน แสดงความห่วงกังวลเรื่องหนี้ หรือวินัยการคลังแทน
อันที่จริง ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้เหมือนกันว่า ประชาธิปัตย์จำเป็นต้องคัดค้าน
เพราะหากโครงการนี้แจ้งเกิดสำเร็จ จะทำให้ช่องว่างการแข่งขันถ่างกว้าง
ยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยจะโกยคะแนนนิยมเป็นกอบกำจากโครงการ 2 ล้านล้าน
โครงการนี้จึงเป็นเดิมพันของทั้ง 2 ฝ่าย และดูเหมือนจำเป็นยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
สำหรับรัฐบาลที่ต้องผลักดันมาช่วยปลุกชีพเศรษฐกิจที่แนวโน้มไม่สู้ดี
สภานัดถก พ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้าน 19-20 กันยายนนี้ ฝ่ายค้านประกาศจัดหนัก
เฉพาะประชาธิปัตย์ แปรญัตติไว้ถึง 106 คน
ฝ่ายรัฐบาลประกาศหักดิบ ไม่ให้ซ้ำรอยรัฐธรรมนูญวาระ 2
การกู้เงินวงเงินสูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สมควรอยู่หรอก ที่แต่ละฝ่าย
จะแสดงความวิตกกังวล ห่วงใย กลัวการรั่วไหล ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
วาระ 2 ก็จริง แต่ 2 วันอาจไม่พอ หากมีเหตุ มีผล ทางออกข้อเสนอแนะในการปรับแก้
-เปลี่ยนแปลงที่ดี ตรงกันข้าม หากไม่มีเนื้อหาสาระอะไรใหม่ 2 วันก็อาจมากไป
จำนวนวันจึงน่าจะยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับประชาธิปัตย์เป็นสำคัญว่า มีอะไรที่เป็นประโยชน์
ต่อบ้านเมืองมาแสดงให้เห็น เป็นการกดดันต่อเวลา
สำหรับฝ่ายรัฐบาล แม้มีเสียงข้างมาก แม้เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านดังกึกก้อง
แต่ก็จำเป็นอยู่ดีที่ต้องรับฟังให้มาก และนำเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และข้อติติงที่
เป็นประโยชน์ต่อโครงการมาปรับใช้
หน้าที่ของรัฐบาล คือสื่อสาร ทำความเข้าใจ หาเครื่องมือ ระบบตรวจสอบที่ได้ผล
มาสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน
โครงการเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ได้รับอภิสิทธิ์ให้มีเงื่อนไขข้อยกเว้นใด ยิ่งเงินมาก
ยิ่งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เปิดให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน!
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1379328821&grpid=&catid=02&subcatid=0207
หากพ.ร.บ.นี้ผ่านไปได้อีก ปชป.จะแสดงท่าที่อย่างไรต่อไป
เพราะเสียงในสภา แพ้แน่ๆ อยู่แล้ว นอกสภา ก็เต็มที่
หยาบ ถ่อย เถื่อน เสียงข้างนอก ก็ยังแพ้ จะพึ่งใครต่อไป ?
หักดิบ2ล้านล. โดย จำลอง ดอกปิก คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 มติชนออนไลน์
พรรคประชาธิปัตย์ประกาศค้านร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
ลีลา ท่วงทำนอง ดูไม่ต่างจากยึดมั่นประชาธิปไตย แต่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ปลดล็อกให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง
คือเห็นด้วยกับโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานประเทศ แต่คัดค้าน การกู้เงินมาทำ
เรียกร้องให้ใช้งบประมาณรายปีตามปกติ
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันต้องดำเนินการด้วยวิธีนี้ หากใช้งบประมาณปกติไม่มีทางสำเร็จ
และยังมีความไม่แน่นอน กรณีมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เปลี่ยนนโยบาย
การใช้งบปกติมีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากงบลงทุนแต่ละปีมีจำนวนไม่มากนัก
ยกตัวอย่างร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 วงเงิน 2,525,000 ล้านบาท
เป็นรายจ่ายประจำ 2,017,244 ล้านบาท งบลงทุนเพียง 441,510.4 ล้านบาท
หรือร้อยละ 17.5 ของวงเงินรวม
ประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับโครงการนี้ ข้อแม้สำคัญคือปฏิเสธวิธีกู้ยืมมาลงทุน
เรียกร้องให้ใช้งบปกติแทน ที่รัฐบาลมองว่าไร้หลักประกันว่าจะสำเร็จ
การแทงกั๊กเห็นด้วย แต่คัดค้านเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนงาน
แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการปฏิเสธโครงการนี้โดยสิ้นเชิง
แต่ที่ไม่กล้ายืนยันขันแข็งนั้นเป็นเพราะโปรเจ็กต์นี้มีเสียงตอบรับ
สนับสนุนมากกว่าคัดค้าน ไม่ใช่แค่เฉพาะภาคเหนือ อีสาน
แม้แต่ปักษ์ใต้พื้นที่ฐานเสียงสำคัญประชาธิปัตย์ ภาพความคึกคัก และการร้อง
ขอจัดลำดับ นำเสนอโครงการในวันที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่สงขลา ก็เป็น
เครื่องยืนยันว่า ภูมิภาคต่างๆ อยากเห็นความเจริญของบ้านเมือง ที่นำไปสู่ลู่ทาง
เศรษฐกิจการค้า ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนี้ การประกาศตรงๆ ย่อมทำให้เสียคะแนนนิยม ต้องใช้การขัดขวางแบบวิถีโค้ง
ซ่อนรูปมากับการค้านการกู้ยืมเงิน แสดงความห่วงกังวลเรื่องหนี้ หรือวินัยการคลังแทน
อันที่จริง ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้เหมือนกันว่า ประชาธิปัตย์จำเป็นต้องคัดค้าน
เพราะหากโครงการนี้แจ้งเกิดสำเร็จ จะทำให้ช่องว่างการแข่งขันถ่างกว้าง
ยิ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยจะโกยคะแนนนิยมเป็นกอบกำจากโครงการ 2 ล้านล้าน
โครงการนี้จึงเป็นเดิมพันของทั้ง 2 ฝ่าย และดูเหมือนจำเป็นยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
สำหรับรัฐบาลที่ต้องผลักดันมาช่วยปลุกชีพเศรษฐกิจที่แนวโน้มไม่สู้ดี
สภานัดถก พ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้าน 19-20 กันยายนนี้ ฝ่ายค้านประกาศจัดหนัก
เฉพาะประชาธิปัตย์ แปรญัตติไว้ถึง 106 คน
ฝ่ายรัฐบาลประกาศหักดิบ ไม่ให้ซ้ำรอยรัฐธรรมนูญวาระ 2
การกู้เงินวงเงินสูงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สมควรอยู่หรอก ที่แต่ละฝ่าย
จะแสดงความวิตกกังวล ห่วงใย กลัวการรั่วไหล ใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ
วาระ 2 ก็จริง แต่ 2 วันอาจไม่พอ หากมีเหตุ มีผล ทางออกข้อเสนอแนะในการปรับแก้
-เปลี่ยนแปลงที่ดี ตรงกันข้าม หากไม่มีเนื้อหาสาระอะไรใหม่ 2 วันก็อาจมากไป
จำนวนวันจึงน่าจะยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับประชาธิปัตย์เป็นสำคัญว่า มีอะไรที่เป็นประโยชน์
ต่อบ้านเมืองมาแสดงให้เห็น เป็นการกดดันต่อเวลา
สำหรับฝ่ายรัฐบาล แม้มีเสียงข้างมาก แม้เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านดังกึกก้อง
แต่ก็จำเป็นอยู่ดีที่ต้องรับฟังให้มาก และนำเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และข้อติติงที่
เป็นประโยชน์ต่อโครงการมาปรับใช้
หน้าที่ของรัฐบาล คือสื่อสาร ทำความเข้าใจ หาเครื่องมือ ระบบตรวจสอบที่ได้ผล
มาสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน
โครงการเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ไม่ได้รับอภิสิทธิ์ให้มีเงื่อนไขข้อยกเว้นใด ยิ่งเงินมาก
ยิ่งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส เปิดให้ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน!
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1379328821&grpid=&catid=02&subcatid=0207
หากพ.ร.บ.นี้ผ่านไปได้อีก ปชป.จะแสดงท่าที่อย่างไรต่อไป
เพราะเสียงในสภา แพ้แน่ๆ อยู่แล้ว นอกสภา ก็เต็มที่
หยาบ ถ่อย เถื่อน เสียงข้างนอก ก็ยังแพ้ จะพึ่งใครต่อไป ?