ถ้า Land & House ทำคอนโดตลาดล่างได้แบบนี้ อย่าทำดีกว่า เอาเครื่องปั่นไฟไว้ใต้ห้องพักคิดได้ไง // The Key พหลโยธิน

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับทุกๆคน ผมมีปัญหาอยากจะมาแชร์และขอความคิดเห็นหรือข้อแนะนำจากเพื่อนๆ ในเวปนี้นะครับ
     เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้ทำการซื้อห้องคอนโด โครงการ The Key พหลโยธิน ของ บ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แล้วได้เข้าอยู่พักอาศัยเมื่อประมาณ เดือน ธันวาคม 2554 ห้องของผมอยู่อาคารบี ชั้นสอง วิวด้านนอกครับ ก็อยู่พักอาศัยตามปกติเรื่อยมา จนกระทั่งมีอยู่คืนหนึ่ง(ประมาณตีสอง) ผมกับภรรยานอนพักผ่อนอยู่ในห้องนอน ปรากฎว่าไฟฟ้าดับ และก็ได้ยินเสียงดังมาจากใต้ห้อง ทราบภายหลังว่าเป็นเสียงเครื่องยนต์ทำงาน ซึ่งมีเสียงดังมาก และมีแรงสั่นสะเทือน ผมตกใจมากและงงมากว่า เกิดอะไรขึ้น ซึ่งเกิดอยู่นานมาก ผมจึงคิดได้ว่าใต้ห้องนอนของผมต้องเป็นที่ติดตั้งเครื่องสำรองไฟสำหรับอาคารคอนโดแน่ๆ วันต่อมาจึงได้สอบถามเพื่อนบ้านท่านอื่นจึงได้ทราบว่า เครื่องสำรองไฟฟ้านั้นมีเครื่องเดียวและติดตั้งอยู่ใต้ห้องพักของผม ทุกครั้งที่เครื่องทำงานจะมีเสียงที่ดังมาก พื้นห้องสั่นสะเทือน มีควันเสียสีดำปล่อยออกมาจากท่อฝั่งระเบียงด้านนอกห้องผม และทำให้ผมไม่สามารถพักอยู่ในห้องได้เมื่อเครื่องทำงาน ยิ่งเครื่องเดินเวลากลางดึก ก็ต้องทำใจเลย ซึ่งตอนที่ผมทำการจะซื้อคอนโดห้องนี้ พนักงานขายก็แจ้งกับผมว่า ใต้ห้องของผม (ชั้น1) เป็นที่จอดรถ และผมดูในโบรชัวร์แปลนชั้น1 ก็พบว่าเป็นห้องเปล่าๆ ไม่ได้มีการบอกไว้เลยว่าเป็นห้องอะไร เมื่อได้รับแจ้งว่าเป็นแค่ที่จอดรถประกอบกับโบรชัวร์ไม่ได้บอกว่าเป็นห้องอะไร จึงได้ตัดสินใจซื้อห้องด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งใกล้ที่ทำงานของภรรยา สะดวกหลายเรื่อง และจะมีรถไฟฟ้าผ่านปากซอยพหลโยธิน34
     จากปัญหาดังกล่าว ตอนแรกจึงได้ดำเนินการแจ้งให้นิติบุคคลดำเนินการแก้ไข แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขและไม่มีความคืบหน้าไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ บ.แลนด์ฯ เลย ต่อมา จึงได้หาทางร้องเรียนไปยัง บ.แลนด์ฯ ทั้งทางเมลล์ หน้าเวปสำหรับร้องเรียน ก็ไม่เคยได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด (ทุกช่องทางที่ บ.แลนด์ฯ มีให้ติดต่อ) จนกระทั่งล่วงเลยมาประมาณ เกือบปี จึงตัดสินใจที่จะดำเนินการฟ้องร้อง เหมือนกับทาง บ.แลนด์ฯ จะรู้ จึงได้เข้ามาแก้ไข แต่การแก้ไขก็เหมือนกับขอผ่านๆไปที ตอนแรกบอกจะติดสปริงที่ฐานเครื่องแต่ก็ไม่ได้ทำ แรงสั่น เสียง และควันเสีย ยังคงมีเช่นเดิม ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ของแลนด์ฯ ไม่เคยติดต่อมาหาผมเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เกิดปัญหา ทำให้ผมรู้สึกว่า เค้าไม่สนในปัญหาของผมเลย ผิดกับการโฆษณาของเค้าเอง (ปัจจุบันเห็นโฆษณา บ.แลนด์ฯ แล้วหมดความเชื่อถือทันที) ผมจึงตัดสินใจว่า ในเมื่อ บ.แลนด์ฯ ไม่คิดที่จะแก้ไขปัญหา ผมจะต้องดำเนินการตามสิทธิ์ที่มีเพื่อให้ บ.แลนด์ฯ ดำเนินการย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองนี้ออกไป ให้ไม่อยู่ใต้ห้องของผมตามที่พนักงานขายแจ้งว่าเป็นที่สำหรับจอดรถก่อนจและตามแปลนที่ได้รับก็ไม่มีระบุว่าใต้ห้องผมเป็นห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองแต่อย่างใด
     หลังจากนั้น ผมจึงเริ่มจากการรวบรวมหลักฐานไปยื่นคำร้องเรียนที่ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ถึงปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทาง สคบ. ได้รับเรื่องเอาไว้และได้ทำการนัดไกล่เกลี่ยกันที่ สคบ. โดยการไกล่เกลี่ยครั้งนี้มีสามฝ่ายคือ 1.ฝ่ายผม มี ผม ภรรยา และ ว่าที่คณะกรรมการของคอนโด 2.ฝ่าย บ.แลนด์ฯ มี ทนายซึ่งได้รับมอบอำนาจมา , เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกร และ นิติบุคคลชุดปัจจุบัน (เป็นนิติบุคคล บ.QPM) 3.เจ้าหน้าที่ของ สคบ. เอง ซึ่งในการพูดคุยกันนั้น ข้อเสนอของผมคือ ต้องทำการย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองนี้ออกไป เพื่อให้ตรงตามแปลนและข้อมูลที่ผมได้รับก่อนซื้อห้อง ทางฝ่าย บ.แลนด์ฯ ก็ยอมรับว่าไม่ได้แจ้งให้ผมทราบว่าใต้ห้องผมมีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ผมสอบถามว่าพนักงานขายของ บ.แลนด์ฯ ไม่แจ้งผมเพราะเหตุผลอะไร เค้าจึงบอกว่า พนักงานขายไม่รู้ลึกถึงขนาดนั้น จึงไม่แจ้งให้ผมทราบ (แต่ถ้าแจ้งก็คงไม่ซื้อห้องนี้หรอกครับ ลูกค้าคนอื่นถ้าทราบก็คงไม่มีใครซื้อเช่นกัน) ในการแก้ไขฝ่ายวิศวะฯ ก็ให้คำตอบว่า ไม่มีทางแก้ไขเรื่องเสียง แรงสั่น ควันเสียได้โดยที่เครื่องยังอยู่ที่เดิม มีแต่ต้องย้าย และต้องหาที่ลงใหม่ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินส่วนกลางจึงต้องมีมติลูกบ้านตาม พรบ.อาคารชุดฯ ก่อน ว่าจะให้ย้ายหรือไม่ ถ้ามีมติให้ย้าย บ.แลนด์ฯ จะย้ายให้ ฝ่ายผมจึงได้เสนอว่าค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมวิสามัญ เพื่อขอมติลูกบ้าน ทาง บ.แลนด์ฯ ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ฝ่าย บ.แลนด์ฯ ก็รับข้อตกลงและนำเรื่องนี้ไปเสนอพิจารณาทางคณะกรรมการของ บ.แลนด์ฯ อีกที และจะแจ้งให้ผมทราบภายใน 7 วัน โดยทางตัวแทนยังได้ถามผมว่ามีข้อเสนอข้อเรียกร้องอื่นอีกหรือไม่หากไม่สามารถทำตามข้อเสนอแรกได้ ผมจึงได้บอกไปว่า ผมต้องการให้ย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าออก และผมจะไม่ขายห้องถ้ามีการขอซื้อคืน ในจังหวะนี้ผมเห็นชัดเลยว่า ทางตัวแทนทำสีหน้าไม่พอใจ การไกล่เกลี่ยชั้นแรกจึงสิ้นสุดลง
     ต่อมาหลังจากครบกำหนด 7 วันแล้ว ผมไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลย จึงได้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ สคบ. ผู้รับเรื่อง ก็ได้รับคำตอบว่า อีกฝ่ายให้คำตอบว่า ไม่สามารถหาที่ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองใหม่ได้ จึงไม่สามารถจะดำเนินการย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองให้ตามข้อเสนอได้ ผมก็สงสัยว่า ทำไมไม่แจ้งผมให้ทราบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ และเรื่องที่ตกลงกันเบื้องต้นเป็นการขอให้ออกค่าใช้จ่ายจัดประชุมมิใช่หรือ แต่ทางเจ้าหน้าที่ สคบ. ก็ได้บอกกับผมว่า ได้บอกให้ ฝ่าย บ.แลนด์ฯ แจ้งเป็นหนังสือมายัง สคบ. พอได้ทราบเรื่องดังนี้ผมจึงเชื่อในทันทีว่า บ.แลนด์ฯ ไม่คิดจะช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นแล้ว เพียงแต่ดึงเกมไว้เท่านั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเลย เหมือนกับว่าการไกล่เกลี่ยชั้นต้นนี้เป็นการมาสอบถามลองเชิงผมดูว่า ถ้าจะให้ชดใช้ค่าเสียหาย กับ ซื้อห้องคืน จะรับหรือไม่ ซึ่งเป็นทางออกที่เขาเสียน้อยที่สุดแล้ว แต่ผมก็ได้ยืนยันไปแล้วว่าต้องกาการให้ย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองออกไป และจะไม่ขายห้องคืนเป็นอันขาด โดยขั้นตอนต่อไปจะมีการนัดไกล่เกลี่ยชั้นกรรมการของ สคบ. ต่อไป ขณะนี้กำลังรอหนังสือนัดอยู่ ซึ่งหลังจากนั้นผมได้ติดต่อขอหนังสือที่ทาง บ.แลนด์ฯ ชี้แจงต่อ สคบ. เนื้อหาที่ชี้แจงนั้นกลับเป็นเพียงแนวทางการแก้ไข ไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณาค่าใช้จ่ายเพื่อจัดประชุมแต่อย่างใด รายละเอียดหนังสือก็จับความอะไรไม่ได้เลย ทำให้แน่ใจยิ่งขึ้นไปอีกว่า เขาไม่สนใจแล้วแน่นอน
     ผมจึงขอรบกวนเพื่อนๆ สอบถามในเรื่องดังต่อไปนี้
  1.การที่พนักงานขายไม่แจ้งให้ผมทราบว่าใต้ห้องของผมมีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แต่กลับแจ้งว่าเป็นที่จอดรถนั้น เป็นความผิดอย่างไรบ้าง สามารถดำเนินการได้เช่นใดบ้าง
  2.ตามแบบแปลนอาคารชั้น 1 ในแผ่นโบรชัวร์ และ ที่ลงแสดงไว้ในเวปไซต์ ไม่มีการระบุไว้เลยว่า ใต้ห้องของผมเป็นห้องสำหรับติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง เป็นความผิดอย่างไรบ้าง สามารถดำเนินการได้เช่นใดบ้าง
  3.ถ้าผมตรวจสอบเจอว่าการยื่นแบบ EIA ไม่พบว่ามีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองใต้ห้องผม แต่เมื่อก่อสร้างจริง กลับมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองติดตั้งใต้ห้องผม ผมจะสามารถร้องเรียนเรื่องดังกล่าวนี้ได้อย่างไรบ้าง
  4.เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ติดใต้ห้องพักผมนั้น เป็นแบบเดินเครื่องด้วยน้ำมัน มีขนาดถังน้ำมันประมาณ 200 ลิตร ถือว่าเป็นการนำวัถตุเชื้อเพลิงไว้ในอาคารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายใช่หรือไม่ (ห้องผมกับห้องเครื่องฯ มีเพียงพื้นห้องหนาประมาณไม่ถึงเมตร แบ่งอยู่)
     ผมจึงอยากแชร์ปัญหานี้ให้สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อ คอนโด หรือ บ้าน ในโครงการแลนด์แอนด์เฮ้าส์ นะครับ ผมบอกเลยว่าที่ผมตัดสินใจซื้อที่นี้ เพราะเชื่อในชื่อเสียงของ บ.แลนด์ฯ แต่เมื่อได้ซื้อแล้วเข้ามาอยู่แล้ว ความคิดนั้นหมดไปทันที ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นภายในคอนโดของผมและยังบริษัทนิติบุคคลที่ บ.แลนด์ฯ จัดให้คู่กับโครงการ เหตุการณ์ในครั้งนี้ผมจึงเชื่อเลยว่า เมื่อเขาขายได้ เขาไม่สนใจที่จะติดตามแก้ปัญหาให้เราหรอกครับ เราเนี่ยแหละต้องวิ่งแก้เอง เขาก็ประมาณว่าค่าเสียหายเท่าไหร่ก็เสนอมา ไม่งั้นก็ซื้อห้องคืนก็จบ ปัญหาอื่นๆ ก็ยังมี ที่ห้องผมก็แจ้งซ่อมแล้วซ่อมอีก ปีกว่าๆ ห้องโทรมลงไปมาก ทั้งรอยร้าว น้ำซึมขอบหน้าต่าง น้ำซึมจากห้องน้ำทำให้พื้นบวม ยาแนวที่ไม่สามารถใช้น้ำยาขัดห้องน้ำขัดได้(เพราะขัดปุ๊ปร่อนเลย)ต้องใช้ผงซักฟอก  ฯลฯ แน่นอนว่าไม่ใช่ห้องผมห้องเดียว ลูกบ้านท่านอื่น ซ่อมรอยร้าวแล้วประมาณ 10 รอบ ก็ร้าวอยู่ที่เดิม น้ำจากห้องน้ำซึมเข้าห้องนอน (ปัญหาน้ำซึมเหมือนเป็นปัญหาที่ได้รับความนิยมมาก ใครไม่ซึมนี่เชยเลย) ห้องฟิตเนทน้ำรั่วจากเพดานรั่วพื้นไม้บวมหมดก็ยังรั่วต่อไป พื้นส่วนกลางทางเดินแตกหักก็ไม่แก้ไข และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากที่เคยเชื่อมั่นในแบรนด์ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ นี่ล่ะครับ (จริงๆ ลองไปดูปัญหาที่ เดอะคีย์ ประชาชื่น หรือ แจ้งวัฒนะ ก็ได้นะครับ มีปัญหาเหมือนกัน) อย่างน้อยผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อแบรนด์นี้จะได้นำไปประกอบเป็นข้อมูลในการตัดสินใจนะครับ แต่ผมบอกเลยว่า ถ้าญาติ เพื่อน หรือใครที่ผมรู้จักมาถามผม ผมจะบอกเลยว่า อย่าไปซื้อแบรนด์นี้เลย โดนมาแล้ว  
     ขอบคุณทุกท่านนะครับที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณเวปพันทิปที่ให้ผมได้มีโอกาสแชร์ปัญหานี้ ผมเพิ่งสมัครเป็นสมาชิก ก็เพื่อจะขอแชร์ปัญหานี้เพราะผมได้รับผลกระทบจากปัญหานี้เยอะจริง หากผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับท่านที่เข้ามาช่วยตอบปัญหานะครับ
แสดงความคิดเห็น
Preview