รบกวนปรึกษา และเตือนภัย กับเรื่องภัยสังคมเกี่ยวกับสุนัขดุ กัดแม่ของดิฉัน

สวัสดีค่ะ เพื่อนชาวพันทิป
วันนี้ขอยืมล็อคอินเพื่อนมารบกวนเพื่อนๆ
ที่มีความรู้ช่วยแก้ไข้ปัญหาให้หน่อยคะ

เริ่มเรื่องเลยนะคะ
เนื่องจากวันที่วันพุธที่ 4 กันยายน 2556
คุณพ่อและคุณแม่ได้ไปเดินออกกำลังกาย
ภายในสวนสุขภาพของหมู่บ้าน
ในขณะที่กำลังกลับบ้าน แม่ก็ได้เดินผ่านบ้านหลังหนึงที่มีสุนัข สุนัขกำลังวิ่งตามเจ้าของ
เมื่อแม่เดินผ่านสุนัข มันก็วิ่งกระโจนเข้ามากหวังจะทำร้าย (คุณพ่อวิ่งหลบไปอีกฝั่งนึง โดยบอกแม่ว่าเห็นแล้วว่ามันทางทางเอาเรื่อง 555 แม่เลยไม่ได้หลบ) โดยแม่ได้เอามือยกขึ้นมาป้องกัน
หลัวจากนั้นจึงไปที่คลินิคใกล้บ้าน
แต่คุณหมอแนะนำให้ไปโรงพยาบาล เพราะแผล
ค่อนข้างใกช้กลับเส้นเลือดต่างๆบริเวณหลังมือ
หลังจากนั้นจึงได้ไปโรงพยาบาลและแผล โดยเสียค่ารักษาพยาบาลไป 2,200 บาท (มีใบเสร็จ)
และนำใบเสร็จนั้นกลับมาให้กับเจ้าของสุนัข
โดยเจ้าของสุนัข ทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านหลังนี้
จึงขอความเห็นใจ จากทางเรา ก็ตกลงกันโดยที่ดิฉัน ก็พูดว่าเราขอแค่เพียงค่ารักษาพยาบาล
คงไม่ต้องการค่าทำขวัญ หรือค่าเสียโอกาสในการ
ทำงาน เพราะจริงๆแล้ว คุณแม่ อายุ 60 ปี ทำงานเย็บผ้าส่ง ซึ่งแน่นอนว่ามือที่เจ็บคงต้องพักการทำงานไปอย่างน้อยสองวัน เพราะเขี้ยวขอฃสุนัขค่อนข้างลึก และมีสองแผลด้วยกัน ขณะที่คุยกันอยู่ สุนัขตัวนี้ ก็ยังเดินอยู่บริเวณนอกบ้าน ทำท่าทางน่ากลัว จนดิฉันก็บอกให้นำสุนัขเข้าบ้านแต่ทางเจ้าของสุนัขก็ทำเฉยๆ ดิฉันก็ต้องยืนตกลงด้วยความกวาดระแวง ซึ่งทางออกที่ดิฉันเสนอก็คือดิฉันจะขอพูดคุยกับเจ้าของบ้านซึ่งเป็นชาวต่างชาติ แต่ในตอนแรกทางแม่บ้านก็ไม่ยอม บอกกับเราว่าตายแน่ๆ ด้วยความพลั้งปากเีาจึงบอกว่า "พี่คะตายก็ต้องตายเพระแม่หนูเจ็บขนาดนี้ " (ตอนแรกเลือดไหลเยอะมากกก)เมื่อชาวต่างชาติมาเห็น ก็รีบกล่าวขอโทษ และสอบถามอาการอย่างเป็นห่วง ดิฉันเลยเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และได้พบว่า สุนัขตัวนี้ไม่ใช่ของเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านไม่ให้เลี้ยง และเคยกัดคนอื่นมาแล้ววววว โอ้มายกอด ในใจก็เริ่มกลัว แต่เราก็ต้องตกลงให้รู้เรื่อง คุณเจ้าของบ้านจึงหันไปบอกกับแม่บ้านว่า "เราต้องเอาสุนัขตัวนี้ไปไว้ที่อื่น ละคุณต้องการยืมเงินเราใช่ไหม " แม่บ้านจึงตอบว่าใช่ และทางเราก็ได้รับเงินในการรักษาครั้งแรก โดยขอเก็บแค่ 2,000 บาท และบอกต่อว่าเดี๋ยวค่าฉีดยา เราจะมาเก็บอักครั้งนะคะ จะให้มาแบบรวมที่เดียว หรือทีละครั้ง ทางแม่บ้านก็ตอบว่าทีละครั้งละกัน จะได้ไม่เป็นเงินเยอะ เหมือนเรื่องนี้จะจบง่ายๆนะคะ แต่ทีเด็ดคือเรื่องที่ตามมาค่ะ

พอเวลาผ่านไปเราก็พาแม่ไปล้างแผลทุกวัน จนถึง
วันที่ 7 กันยายน นัดฉีดยาพิษสุนัขบ้า หลังจากฉีดเสร็จ ทางเราก็แสะมาเพื่อจะสอบถามถึงค่ารักษา คุณเจ้าของบ้านจึงหาและบอกว่าไม่อยู่(มีป้าข้างบ้านบอกว่า เค้าก็เคยโดนกันเหมือนกัน ) แต่ที่สำคัญ สุนัขตัวนั้นได้หายไปแล้ว เราก็สบายใจ เฮ้อออ มันจะไม่ตามมากัดเราแล้ววว 555
วันถัดไปเราจึงไปที่บ้านใหม่แต่บ้านปิดเงียบ
เราจึงไปกดกริ่ง ถามบ้านตรงข้าม คุณน้าน่ารักมาก บอกเราว่าเค้าไม่อยู่ น่าจะไปต่างจังหวัด เพราะปกติถ้าอยู่จะมีรถกระบะ กับมอเตอร์ไซ จอดอยู่ คุณน้าเลยถามว่าเกิดอะไร เราจคงเล่าเหตุการณ์ คุณน้าถึงกับตกใจ เพราะที่บ้านมีลูกกลัวจะโดนมันงับเหมือรกัน หลังจากนั้นคุณน้าก็จะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ คุณน้าบิกว่า สงสัยเค้ากลับต่างจังหวัด คงเอาสุนัขกลับไปไว้ที่บ้าน และฝากความเป็นห่วงถึงคุณแม่ (อันนี้เริ่มคิดละ เจ้าของสุนัข ไม่เห็นเคยเป็นห่วงแม่เราเลย ขอโทดก้ยังเลย เอ๊ะยังไงละ )

พอมาล่าสุดคะ ทำเราเลือดพุ่งพล่าน โมโหมาก
เราขับรถไปที่บ้านนั้นอีกครั้ง เพราะคุณแม่ได้ฉีดยามาสองเข็มละ ด้วยกลัวว่าจะเป็นเงินจำนวนมาก เลยรีบไปก่อน เพระยังมีอีกสองเข็ม เราลำบากหน่อย แต่เค้าจะได้ทยอยจ่าย (คิดตอนนี้ไม่น่าหวังดีเลยเรา) ก็พบกับคุณเจ้าของบ้านกำลังปาร์ตี้เล็กๆกับเพื่อนๆ เราไม่อยากทำเสียเรื่อง เลยจอดรอ แต่ไปพบวี่แววของแม่บ้านเลย เพื่อนดิฉันจึงจะลงไปสอบถามให้ แต่ก็พบว่าเจ้าสุนัขตัวเดิม ย้ำอีกครั้งว่าตัวเดิม(ถ่ายรูปละขับรถมาให้คุณแม่ดู แม่ตกใจและยืนยันว่าตัวเดิม)กำลังวิ่งปรู้ดเข้ามา ผู้ชายก็ผู้ชายเหอะ วิ่งขึ่นรถเลยจ้าา รออะไรละคะ รีบออกรถกลับ้านละมาตั้งหลัก ออกไปอีกครั้งคราวนี้จอดห่างๆ และรีบคุยกับเจ้าของบ้านทันที  เขาได้บอกว่าแม่บ้านลากลับต่างจังหวัด กลับมาพรุ่งนี้ เราจึงขอเบอร์โทรมาคะ

ถึงจุดสำคัญแล้วคะ ที่ทำเอาเราถึงต้องมาตั้งกระทู้นี้ให้เมื่ิอยมือ เพราะอยากทราบจากมุมเพื่อนๆ พี่ทั้วหลายว่าจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ทั้งดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่