กสทช. ถล่ม "ทีดีอาร์ไอ"..จี้ "ดร.สมเกียรติ" ตอบ 12 คำถามคาใจสังคม (ตอน 1)

กลายเป็นเรื่อง “Talk of the Town” ในเวลานี้ไปแล้ว กรณีที่สำนักงานกสทช.ได้ออกมาตอบโต้ “ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันทีดีอาร์ไอ ที่ออกมาให้ข่าวกรณีสิ้นสุดสัมปทานคลื่น 1800 ในลักษณะส่อบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือไม่

งานนี้กสทช.ได้ออกมานำเสนอความจริงที่ขาดหายไปและข้อมูลที่ถูกต้องทั้งในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และปัจจัยทางเทคนิค ที่มีผลต่อการใช้ดุลพินิจของ กสทช. และ กทค. ในการขับเคลื่อนแนวทางในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนผ่านระบบสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 MHz  ที่หมดอายุสัมปทานในวันที่ 15 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา

ซึ่งความจริงและข้อมูลดังต่อไปนี้ กล่าวได้ว่า ดร. สมเกียรติ แห่งสถาบันทีดีอาร์ไอ ไม่เคยหยิบยกขึ้นมาวิเคราะห์เลย ทำให้สังคมมีความเข้าใจผิดต่อการดำเนินงานของ กสทช. และ กทค. จึงจำเป็นต้องมีการตีแผ่เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลต่างๆ อย่างถูกต้องและครบถ้วนในทุกคำถาม

ประเด็นที่ 1. มีการขยายสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 หรือไม่

ข้อกล่าวหาของ ดร. สมเกียรติ - การที่ กสทช. ขยายเวลาของสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 ซึ่งจะหมดอายุสัญญาวันที่ 15 กันยายน 2556 ออกไปอีก 1 ปี นั้น เนื่องจากไม่สามารถคืนคลื่นเพื่อจัดสรรด้วยการประมูลได้ทันเวลา

ความจริงที่ขาดหายไปและข้อมูลที่ถูกต้อง

1.    กสทช. ไม่เคยมีมติให้ขยายเวลาของสัญญาสัมปทานออกไป เนื่องจากเห็นสอดคล้องกับความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กสทช. ว่า เมื่อสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 สิ้นสุด คลื่นต้องกลับมาสู่การบริหารจัดการของ กสทช. เพื่อนำไปจัดสรรตามกฎหมายต่อไป

2.    การออกประกาศห้ามซิมดับไม่ใช่เป็นการขยายเวลาของสัญญาสัมปทาน เพราะหลังสัมปทานสิ้นสุดความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญาสัมปทานสิ้นสุด สิทธิของคู่สัมปทานตามสัญญาสัมปทานสิ้นสุด
โดยประกาศห้ามซิมดับไม่ได้ไปขยายสิทธิของคู่สัญญาสัมปทาน แต่สิ่งที่ประกาศห้ามซิมดับวางมาตรการคือ การกำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการเดิมต้องมีหน้าที่ให้บริการต่อไป โดยจะหยุดการให้บริการในช่วงมาตรการคุ้มครองไม่ได้ เพื่อมิให้ผู้ใช้บริการที่อยู่ในระบบจำนวนกว่า 17 ล้านคน ต้องเดือดร้อนจากสภาวะ “ซิมดับ” หลังสัมปทานสิ้นสุด

3.    ไม่มีกรณีที่“ประมูลคลื่นไม่ทันเวลา” เพราะการจะจัดประมูลคลื่นความถี่อย่างไร เมื่อใดนั้น กฎหมายให้ กสทช. มีดุลพินิจที่จะต้องกำหนดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ซึ่งหากปัจจัยต่างๆ ยังไม่พร้อม ยังคงมีผู้ใช้บริการค้างอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก หากไปเร่งการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และทำให้ประชาชนเดือดร้อน แล้วจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างไร ทั้งนี้ เป็นความเข้าใจผิดของ ดร. สมเกียรติ ที่คิดว่าต้องเร่งการประมูลคลื่นเพื่อจะได้มีการโอนย้ายผู้ใช้บริการไปสู่ผู้ให้บริการรายใหม่ได้ทัน ซึ่งไม่ถูกต้อง

4.    ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องคือ การที่จัดประมูลเร็วและได้ตัวผู้มีสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz
ก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ในกรณีนี้ จะไม่ทำให้ผู้ชนะการประมูลที่ได้สิทธิในการใช้คลื่นสามารถเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทันที หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่สามารถเชื่อมรอยต่อช่วงที่สัมปทานสิ้นสุดพอดี เพราะผู้ที่ชนะการประมูลดังกล่าวจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการต่างๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างโครงข่าย 4 จี ซึ่งไม่สามารถใช้โครงข่าย 2 จี ที่มีอยู่เดิมได้ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างโครงข่ายเป็นปี ก่อนที่จะสามารถเปิดให้บริการ 4 จี ได้

5.     การที่ไปคิดว่าหากประมูลเร็วๆ ก่อนสัมปทานสิ้นสุดแล้วจะสามารถโอนผู้ใช้บริการในระบบไปได้เลย เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องและสะท้อนให้เห็นว่า ผู้วิจารณ์เข้าใจกลไกการประมูลคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมผิดพลาด โดยไปคิดว่าการประมูลคลื่นความถี่เหมือนกับประมูลสิ่งของ เช่น รถยนต์ เมื่อประมูลเสร็จและได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ไปแล้วก็ขับรถยนต์ไปใช้ได้เลย ซึ่งไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อการประมูลคลื่นความถี่เสร็จแม้จะทำให้เราทราบว่าใครจะเป็นผู้มีสิทธิในการใช้คลื่นความถี่นั้น แต่การเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งซึ่งต้องใช้ระยะเวลา

ฉะนั้น การที่ กสทช. ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่า ยังไม่ควรเร่งจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ก่อนสิ้นสุดสัมปทาน เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ จึงยังไม่จัดการประมูลในช่วงนี้ แต่ไปกำหนดกรอบเวลาการจัดประมูลที่เหมาะสม เช่นนี้ จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถประมูลคลื่นได้ทันเวลาอย่างที่ ดร. สมเกียรติ เข้าใจ

ประเด็นที่ 2 ต้องเร่งรัดจัดประมูลคลื่น 1800 ก่อนสิ้นสุดสัมปทานหรือไม่

ข้อกล่าวหาของ ดร. สมเกียรติ - ต้องจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่โดยเร็วที่สุด แต่ กทค. ไม่รีบจัดประมูลจึงทำให้ประเทศและประชาชนเสียประโยชน์

ความจริงที่ขาดหายไปและข้อมูลที่ถูกต้อง

1.    ในทางสากล เหตุผลในการจัดสรรคลื่นความถี่โดยเร่งด่วนหรือประมูลคลื่นโดยเร่งด่วนมีเฉพาะบางกรณี เช่น กรณีที่ประเทศมีปัญหาคลื่นความถี่ขาดแคลน แต่ไม่เคยพบว่า มีการเร่งจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อจะแก้ไขปัญหากรณีผู้ใช้บริการค้างอยู่ในระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การจัดสรรคลื่นจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้เทคโนโลยีจากบริการ 2 จี ไปเป็น 4 จี ก็ยังไม่มีเหตุผลที่สมควรจะเร่งจัดการประมูล ดังตัวอย่างที่พบในหลายประเทศ

2.    ในทางตรงกันข้าม หากดำเนินการตามที่ ดร. สมเกียรติ ชี้แนะ คือเร่งจัดประมูลโดยเอาวันสิ้นสุดสัมปทานเป็นตัวตั้งโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยความพร้อมจะส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล เนื่องจาก
มีแนวโน้มสูงว่าการประมูลจะล้มเหลว โดยจะมีผู้เข้าประมูลน้อยราย เพราะผู้ประกอบการบางรายยังถือครองคลื่นความถี่ 1800 MHzที่สัมปทานยังไม่หมดอายุอยู่จำนวนมาก จึงไม่มีสิทธิในการเข้าประมูล ซึ่งอาจจะใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อคัดค้านการประมูล นอกจากนี้ คลื่นความถี่จำนวนหนึ่งอาจไม่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่สัมปทานจะสิ้นสุดมีลักษณะเป็นคลื่นฟันหลอ ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการเจรจาและปรับปรุงการจัดสรรคลื่นเพื่อให้การจัดสรรคลื่นเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

3.    ประเด็นที่น่าเป็นห่วงที่สุดหากมีการเร่งประมูลคลื่นคือ ผลกระทบต่อผู้บริโภค เนื่องจากในขณะนี้อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 4 จี และเทคโนโลยี 4 จี ยังมีราคาแพง หายาก และคุณภาพของเทคโนโลยี 4 จี ที่ใช้ในการให้บริการทางเสียงยังไม่ดีพอ จึงย่อมทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูง ซึ่งส่งผลต่อค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้บริการต้องแบกรับนอกเหนือไปจากคุณภาพของการให้บริการด้านเสียง ซึ่งเทคโนโลยีของ 4 จี ในขณะนี้ยังเทียบ 3 จี ยังไม่ได้

4.    ความเดือดร้อนของผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบจากการเร่งการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ยังรวมถึงการที่ผู้ใช้บริการ 2 จี เดิม จะไม่สามารถโอนย้ายไปยังระบบใหม่ได้ทัน เนื่องจากผู้ชนะการประมูลย่อมมีแนวโน้มจะใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz ไปให้บริการในระบบ 4 จี

5.    โดยที่ตามข้อเสนอของ ดร. สมเกียรติ นั้นไม่เห็นด้วยกับการออกประกาศห้ามซิมดับ เพราะเห็นว่าควรจะใช้วิธีการเร่งการประมูลเท่านั้น ผลที่จะเกิดขึ้นโดยไม่มีประกาศห้ามซิมดับคือ เมื่อสัมปทานสิ้นสุดลงในวันที่ 16 กันยายน 2556 ซิมดับทันที โดยที่ผู้ให้บริการไม่มีสิทธิใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz ในการให้บริการ

ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้บริการ 2 จี ของคลื่นความถี่ 1800 MHz นี้ ถูกลอยแพ และจำเป็นต้องย้ายไปใช้บริการ 2 จี ของค่ายที่สัมปทานยังไม่หมด โดยค่ายที่จะได้ประโยชน์คือค่ายที่สัมปทานยังเหลือเวลาอีกหลายปี ซึ่งจะเหลืออยู่เพียงเจ้าเดียวในตลาด สภาพการณ์เช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดความโกลาหลและเกิดปัญหาการผูกขาดการให้บริการ 2 จี ทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการ 2 จี เดือดร้อน ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของ ดร. สมเกียรติ ในประเด็นนี้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ จึงอาจมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อหลักการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม

ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1379145641&grpid=&catid=05&subcatid=0504
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่