ไล่มาตั้งแต่ผู้แต่ง คือคุณโสภาค สุวรรณ , คุณแดง สุรางค์ ผู้ที่เป็นคนอนุมัติให้สร้าง , คุณศัลยา ผู้เขียนบทโทรทัศน์ และที่ควรจะขอบคุณมากๆก็คือ คุณหลุยส์ เพราะ จากการที่ได้อ่านคำสัมภาษณ์ไว้เรารับรู้ได้ว่าพี่หลุยส์ได้ทุ่มเทกับโปรเจคส์นี้มากๆ รายละเอียดทุกอย่างพี่แกเก็บทุกเม็ด และที่สำคัญใจ เพราะถ้าเกิดใจไม่กล้าไม่แกร่งพอก็คงอาจจะต้องท้อและมีการถอดใจกันบ้าง แต่นี่พี่หลุยส์บอกว่าถ้าคิดจะทำต้องทำให้สำเร็จและดีที่สุด แม้จะมีอุปสรรคที่มากมายขนาดไหน และคำพูดของพี่หลุยส์ที่พูดกับพี่ตุ้ยกับขวัญว่า อย่าหวังอะไรมากนะ เราทำให้เต็มที่ก็พอ เพราะเราไปสู้กับความคิดคนไม่ได้ แล้วเราก็หลับตาทำกันเลย โดยไม่มีแรงกดดันใดๆ คือถ้าใครเคยอ่านนวนิยายมาก่อนจะรู้ว่าโลเกชั่นทุกอย่างมันดูไกลตัวกับละครเรื่องหนึ่งมาก แค่ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่ายากแค่ไหนที่จะสร้างออกมาได้ เราเองเป็นคนชอบอ่านนวนิยายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะรู้ว่า การที่อ่านนวนิยายแต่ละเรื่องมันต้องใช้จินตนาการของคนอ่าน อ่านเล่มเดียวกัน 10 คน แต่เราคิดว่าแต่ละคนจะมีจินตนาการที่ต่างกัน แต่พี่หลุยส์แกก็พยายามที่จะทำออกมาให้ตรงตามต้นฉบับแบบถอดออกมาจากนวนิยายได้โดยที่เรายังรู้สึกว่าขนาดบางคนไม่เคยได้อ่านก็ยังสามารถที่จะจินตนาการและรับรู้เรื่องราวได้โดยไม่ต้องอ่านเลยก็ได้ แถมยังส่งผลให้ฟ้าจรดทรายเป็นละครที่เราใช้คำว่าละครประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้เพราะเป็นละครที่นอกจากจะฟอร์มใหญ่ ใช้ทุนเยอะ โลเกชั่นอลังการ ใช้เวลาสร้างยาวนานบวกกับ ค้นหานักแสดงนำนี่กว่าจะลงตัวปาเข้าไปหลายปีมาก คือกว่าจะเป็นฟ้าจรดทรายที่เราเห็นกันนี่แทบเลือดตากระเด็น แถมพอออกฉายแล้วยังโดนประท้วงเกือบจะโดนแบนเลยด้วยซ้ำ ณ จุดนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่หลุยส์จริงๆที่ทำให้ฟ้าจรดทรายมีชีวิตขึ้นมา แม้ว่าเรตติ้งจะไม่สูง แม้จะมีคนประท้วงให้แบน แม้ว่าจะมีคนด่าต่างๆนานา แต่สำหรับเรามันจะเป็นละครในดวงใจตลอดไป แล้วที่สำคัญเราจะจดจำติ่งกระโจมผู้ที่มีความรักในฟ้าจรดทรายเหมือนกัน พูดคุยเรื่องเดียวกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆที่มีมาตลอดในระยะเวลาที่ละครได้ออกฉาย มันจะเป็นระยะเวลาที่ดีสำหรับเราและเราจะจดจำมันไว้เสมอว่าเราคือ หนึ่งในติ่งกระโจม แห่งฟ้าจรดทราย แล้วเราจะได้พบกันนะติ่งกระโจม
พอได้อ่านสัมภาษณ์ของนิตยสาร ok magazine ทำให้เรารู้ว่ากว่าจะเป็นฟ้าจรดทรายได้มันคือความทุ่มเทของทุกฝ่าย