
โชฟุ, ประเทศญี่ปุ่น - "ไดสุเกะ เทราอิ" เค้าคือหนึ่งในนักแสดงไซไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง แต่ทว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นหน้าเค้าเต็ม ๆ ซักที นั่นก็เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่คุณเทราอิได้ออกหน้ากล้าง เค้าจะปรากฏกายในชุดของมนุษย์ยักษ์ผู้ปกป้องโลกท่ามกลางต้นไม้และตึกจำลอง ... ใช่แล้วครับ เค้าก็คือ "อุลตร้าแมน"
เมื่อบ่ายแก่ ๆ ที่ผ่านมา คุณเทราอิเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจในการปกป้องโลกจากสัตว์ประหลาดนามว่า "แกรนด์คิง"
หลังจากที่ผู้กำกับสั่งคัทเป็นที่เรียบร้อย คุณเทราอิวัย 36 ปีก็ถอดชุดอุลตร้าแมนออกด้วยเหงื่อที่เปียกชุ่ม
เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้ช่วยอีกคนก็กำลังถอดโฟมหนามของแกรนด์คิงออก พร้อมกับรูดซิปของชุดที่มีน้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัมลงไปบนพื้น
เป็นเวลานับสิบ ๆ ปีแล้วที่สตูดิโอในประเทศญี่ปุ่นหลาย ๆ แห่งต่างก็สร้างความตกตะลึงให้กับคนทั้งโลกด้วยภาพยนตร์ไซไฟสุดอลังการ
พร้อม ๆ กับนักแสดงที่สวมบทบาทภายใต้ชุดยาง ซึ่งบ่อยครั้งมักจะมีฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือภูเขาไฟฟูจิเป็นหลัก
ภาพยนตร์แนวนี้จะถูกเรียกว่า "โทคุซัทสึ" ที่แปลว่าภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคพิเศษนั่นเอง และด้วยเทคนิคเหล่านี้เอง จึงทำให้สัตว์ประหลาดในจินตนาการอย่าง "ก็อตซิลล่า" หรือ "ม็อธทร่า" ถูกถ่ายทอดออกมาได้เสมือนจริงไม่ต่างกับอนิเมชั่นเลยทีเดียว

แต่ทว่าในยุคปัจจุบันนี้ สเปเชียลเอฟเฟคที่สร้างจากคอมพิวเตอร์นั้นทำให้บทบาทของภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบเก่าค่อย ๆ เลือนหายไป จากการที่มีตึกจำลอง ภูเขาเทียม หรือเอฟเฟคระเบิดอลังการงานสร้างนั้นก็ถูกลดทอนและดูเป็นของล้าสมัย
อย่างเช่นภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิครูปแบบเก่าอย่าง "ก็อตซิลล่าไฟนอลวอร์" ที่ออกฉายไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็ไม่มีการต่อยอดนำมาสร้างใหม่อีกแต่อย่างใด แม้จะมีออกมาบ้างประปราย แต่เทคนิคในรูปแบบดั้งเดิมนั้นก็ไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้อยู่ดี
ณ เวลานี้มีเพียงสองบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้นที่ยังคงสร้างภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึอยู่ นั่นก็คือ "ซึบูราญ่า โปรดักชั่น" และ "โตเอะ"
ทางฝั่งซึบูราญ่านั้นมี "อุลตร้าแมน" เป็นไลน์หลัก ส่วนโตเอะก็มี "คาเมนไรเดอร์" และ "ซุปเปอร์เซนไท" เป็นตัวชูโรง
ทั้งหมดต่างก็เป็นภาพยนตร์ที่สร้างด้วยทุนจำกัด โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเด็ก ๆ ผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องราวที่เกี่ยวกับฮีโร่ผู้ปกป้องโลก
และผลงานภาพยนตร์ล่าสุดของซึบูราญ่าสตูดิโออย่าง "อุลตร้าแมนกิงกะ" ก็มีกำหนดออกฉายในเดือนนี้ที่ญี่ปุ่นแล้ว

ด้วยแรงบันดาลใจของภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึ ก็ส่งผลต่อการสร้างภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดอย่างมหาศาล
ไม่ว่าจะเป็น "แปซิฟิค ริม" หรือ "ก็อตซิลล่า" ที่ได้ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง แต่ทว่าเทคนิคการถ่ายทำกลับเป็นดิจิตอลไปเกือบทั้งหมด

"ซักวันหนึ่ง เมื่อเรามองไปรอบตัว ๆ ของเรา เราอาจจะพบว่าไม่มีใครสร้างภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึอีกต่อไปแล้ว"
จากการให้สัมภาษณ์ของอดีตผู้กำกับภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึมือทอง เจ้าของผลงานกาเมร่าทั้ง 3 ภาคอย่าง "ชินจิ ฮิกุจิ" ได้แสดงทัศนะไว้ได้อย่างน่าสนใจ
"พวกเราไม่อยากจะให้เทคนิคแบบนี้เลือนหายไปจากวงการ โดยปราศจากการระลึกถึงมันว่า พวกเราผูกพันกับมันมากแค่ไหน"

คุณฮิกุจิพยายามจะสื่อว่า ถ้าหากไม่มีใครฟื้นฟูเทคนิคการถ่ายทำแบบดั้งเดิมแล้ว เยาวชนรุ่นหลัง ๆ จะไร้ซึ่งความทรงจำและประวัติศาสตร์ดี ๆ
เมื่อปีก่อนคุณฮิกุจิเองก็มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง "โทคุซัทสึ สเปเชียลเอฟเฟค มิวเซียม" หรือพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโทคุซัทสึล้วน ๆ
ภาพหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของโทคุซัทสึนั้น ก็ได้พูดถึงเทคนิคการถ่ายทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่มีการสร้างภาพยนตร์ที่นำเครื่องบินรบจำลองมาเข้าฉาก
ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาในตอนนั้น ก็ยังหลงเชื่อว่าภาพที่เห็นคือเครื่องบินของจริงเสียด้วยซ้ำ
โดยภาพยนตร์ชุดนั้นเป็นผลงานจากปรมาจารย์ "เอย์จิ ซึบูราญ่า" บิดาแห่งก๊อตซิลล่าในยุคภาพยนตร์ขาว-ดำปี 1954
จะเรียกได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคที่ภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึกำลังเฟื่องฟูเลยก็ไม่ผิดซักเท่าไหร่นัก
"พวกเราหวังว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ ๆ เกิดแรงบันดาลใจ และนำพาวงการโทคุซัทสึไปสู่หนทางใหม่ได้" คุณฮิกุชิกล่าวปิดท้าย
และในพิพิธภัณฑ์ที่ว่านั้นก็มีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้ใน "อุลตร้าแมน" บรรจุอยู่ รวมไปถึงขาจำลองของก็อตซิลล่าที่ใช้ถล่มอาคาร
หรือแม้แต่ยุทโธปกรณ์อย่างยานอวกาศ เรือดำน้ำ และปืนเลเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ก็ยังถูกเก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นอย่างดีเยี่ยม
"เราต้องสมมติเหตุการณ์ของมันออกมาก่อน จากนั้นก็ทำให้มันดูเสมือนจริงตอนที่มันปรากฏในฟิลม์"
ฮารูโอะ นาคาจิม่า, นักแสดงผู้สวมชุดก็อตซิลล่าได้พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา
ขณะนี้คุณฮารูโอะก็มีอายุกว่า 84 ปีแล้ว เค้าคือผู้ที่เคยทำงานร่วมกับอาจารย์ซึบูราญ่าจนกระทั่งวันที่อาจารย์เสียชีวิตในปี 1970
ยุคนั้นการจะทำชุดสัตว์ประหลาดได้ซักตัว จะต้องใช้ยาง ลาเท๊กซ์ และฝ้ายจำนวนมากในการสร้างมันขึ้นมา
"มันไม่มีวิธีบอกในหนังสือหรอก คุณต้องเรียนรู้เอง ทำมันด้วยตัวคุณเองเท่านั้น" คุณฮารูโฮะกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยความช่วยเหลือของกระทรวงวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ช่วยรวบรวม และจัดการหาของที่เป็นมรดกและคุณค่าทางวัฒนธรรมมาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
คุณ "โทโมะโนริ ซาอิกิ" นักวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้กล่าวเอาไว้ว่า วัฒนธรรมทางภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึนั้นเติบโตอย่างช้า ๆ หลังยุคสงคราม
ด้วยงานฝีมือที่ถูกถ่ายทอดผ่านสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ ออกมายังภาพยนตร์ เพื่อต่อสู้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของอเมริกาที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศในยุคนั้น
ทำให้ภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึเต็มไปด้วยความปราณีต เสมือนจริงเป็น และสร้างความฮือฮาให้กับผู้ชมอย่างมาก
บทความแปล : มอนสเตอร์ในชุดยาง เสน่ห์ที่กำลังจะจางหายไป
โชฟุ, ประเทศญี่ปุ่น - "ไดสุเกะ เทราอิ" เค้าคือหนึ่งในนักแสดงไซไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่ง แต่ทว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้เห็นหน้าเค้าเต็ม ๆ ซักที นั่นก็เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่คุณเทราอิได้ออกหน้ากล้าง เค้าจะปรากฏกายในชุดของมนุษย์ยักษ์ผู้ปกป้องโลกท่ามกลางต้นไม้และตึกจำลอง ... ใช่แล้วครับ เค้าก็คือ "อุลตร้าแมน"
เมื่อบ่ายแก่ ๆ ที่ผ่านมา คุณเทราอิเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจในการปกป้องโลกจากสัตว์ประหลาดนามว่า "แกรนด์คิง"
หลังจากที่ผู้กำกับสั่งคัทเป็นที่เรียบร้อย คุณเทราอิวัย 36 ปีก็ถอดชุดอุลตร้าแมนออกด้วยเหงื่อที่เปียกชุ่ม
เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผู้ช่วยอีกคนก็กำลังถอดโฟมหนามของแกรนด์คิงออก พร้อมกับรูดซิปของชุดที่มีน้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัมลงไปบนพื้น
เป็นเวลานับสิบ ๆ ปีแล้วที่สตูดิโอในประเทศญี่ปุ่นหลาย ๆ แห่งต่างก็สร้างความตกตะลึงให้กับคนทั้งโลกด้วยภาพยนตร์ไซไฟสุดอลังการ
พร้อม ๆ กับนักแสดงที่สวมบทบาทภายใต้ชุดยาง ซึ่งบ่อยครั้งมักจะมีฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือภูเขาไฟฟูจิเป็นหลัก
ภาพยนตร์แนวนี้จะถูกเรียกว่า "โทคุซัทสึ" ที่แปลว่าภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยเทคนิคพิเศษนั่นเอง และด้วยเทคนิคเหล่านี้เอง จึงทำให้สัตว์ประหลาดในจินตนาการอย่าง "ก็อตซิลล่า" หรือ "ม็อธทร่า" ถูกถ่ายทอดออกมาได้เสมือนจริงไม่ต่างกับอนิเมชั่นเลยทีเดียว
แต่ทว่าในยุคปัจจุบันนี้ สเปเชียลเอฟเฟคที่สร้างจากคอมพิวเตอร์นั้นทำให้บทบาทของภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบเก่าค่อย ๆ เลือนหายไป จากการที่มีตึกจำลอง ภูเขาเทียม หรือเอฟเฟคระเบิดอลังการงานสร้างนั้นก็ถูกลดทอนและดูเป็นของล้าสมัย
อย่างเช่นภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิครูปแบบเก่าอย่าง "ก็อตซิลล่าไฟนอลวอร์" ที่ออกฉายไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ก็ไม่มีการต่อยอดนำมาสร้างใหม่อีกแต่อย่างใด แม้จะมีออกมาบ้างประปราย แต่เทคนิคในรูปแบบดั้งเดิมนั้นก็ไม่ค่อยได้ถูกนำมาใช้อยู่ดี
ณ เวลานี้มีเพียงสองบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้นที่ยังคงสร้างภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึอยู่ นั่นก็คือ "ซึบูราญ่า โปรดักชั่น" และ "โตเอะ"
ทางฝั่งซึบูราญ่านั้นมี "อุลตร้าแมน" เป็นไลน์หลัก ส่วนโตเอะก็มี "คาเมนไรเดอร์" และ "ซุปเปอร์เซนไท" เป็นตัวชูโรง
ทั้งหมดต่างก็เป็นภาพยนตร์ที่สร้างด้วยทุนจำกัด โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือเด็ก ๆ ผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องราวที่เกี่ยวกับฮีโร่ผู้ปกป้องโลก
และผลงานภาพยนตร์ล่าสุดของซึบูราญ่าสตูดิโออย่าง "อุลตร้าแมนกิงกะ" ก็มีกำหนดออกฉายในเดือนนี้ที่ญี่ปุ่นแล้ว
ด้วยแรงบันดาลใจของภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึ ก็ส่งผลต่อการสร้างภาพยนตร์ระดับฮอลลีวูดอย่างมหาศาล
ไม่ว่าจะเป็น "แปซิฟิค ริม" หรือ "ก็อตซิลล่า" ที่ได้ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง แต่ทว่าเทคนิคการถ่ายทำกลับเป็นดิจิตอลไปเกือบทั้งหมด
"ซักวันหนึ่ง เมื่อเรามองไปรอบตัว ๆ ของเรา เราอาจจะพบว่าไม่มีใครสร้างภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึอีกต่อไปแล้ว"
จากการให้สัมภาษณ์ของอดีตผู้กำกับภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึมือทอง เจ้าของผลงานกาเมร่าทั้ง 3 ภาคอย่าง "ชินจิ ฮิกุจิ" ได้แสดงทัศนะไว้ได้อย่างน่าสนใจ
"พวกเราไม่อยากจะให้เทคนิคแบบนี้เลือนหายไปจากวงการ โดยปราศจากการระลึกถึงมันว่า พวกเราผูกพันกับมันมากแค่ไหน"
คุณฮิกุจิพยายามจะสื่อว่า ถ้าหากไม่มีใครฟื้นฟูเทคนิคการถ่ายทำแบบดั้งเดิมแล้ว เยาวชนรุ่นหลัง ๆ จะไร้ซึ่งความทรงจำและประวัติศาสตร์ดี ๆ
เมื่อปีก่อนคุณฮิกุจิเองก็มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง "โทคุซัทสึ สเปเชียลเอฟเฟค มิวเซียม" หรือพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโทคุซัทสึล้วน ๆ
ภาพหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของโทคุซัทสึนั้น ก็ได้พูดถึงเทคนิคการถ่ายทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงที่มีการสร้างภาพยนตร์ที่นำเครื่องบินรบจำลองมาเข้าฉาก
ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาในตอนนั้น ก็ยังหลงเชื่อว่าภาพที่เห็นคือเครื่องบินของจริงเสียด้วยซ้ำ
โดยภาพยนตร์ชุดนั้นเป็นผลงานจากปรมาจารย์ "เอย์จิ ซึบูราญ่า" บิดาแห่งก๊อตซิลล่าในยุคภาพยนตร์ขาว-ดำปี 1954
จะเรียกได้ว่ายุคนั้นเป็นยุคที่ภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึกำลังเฟื่องฟูเลยก็ไม่ผิดซักเท่าไหร่นัก
"พวกเราหวังว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ ๆ เกิดแรงบันดาลใจ และนำพาวงการโทคุซัทสึไปสู่หนทางใหม่ได้" คุณฮิกุชิกล่าวปิดท้าย
และในพิพิธภัณฑ์ที่ว่านั้นก็มีกล้องถ่ายทำภาพยนตร์ที่ใช้ใน "อุลตร้าแมน" บรรจุอยู่ รวมไปถึงขาจำลองของก็อตซิลล่าที่ใช้ถล่มอาคาร
หรือแม้แต่ยุทโธปกรณ์อย่างยานอวกาศ เรือดำน้ำ และปืนเลเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ก็ยังถูกเก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นอย่างดีเยี่ยม
"เราต้องสมมติเหตุการณ์ของมันออกมาก่อน จากนั้นก็ทำให้มันดูเสมือนจริงตอนที่มันปรากฏในฟิลม์"
ฮารูโอะ นาคาจิม่า, นักแสดงผู้สวมชุดก็อตซิลล่าได้พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา
ขณะนี้คุณฮารูโอะก็มีอายุกว่า 84 ปีแล้ว เค้าคือผู้ที่เคยทำงานร่วมกับอาจารย์ซึบูราญ่าจนกระทั่งวันที่อาจารย์เสียชีวิตในปี 1970
ยุคนั้นการจะทำชุดสัตว์ประหลาดได้ซักตัว จะต้องใช้ยาง ลาเท๊กซ์ และฝ้ายจำนวนมากในการสร้างมันขึ้นมา
"มันไม่มีวิธีบอกในหนังสือหรอก คุณต้องเรียนรู้เอง ทำมันด้วยตัวคุณเองเท่านั้น" คุณฮารูโฮะกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่ง
ด้วยความช่วยเหลือของกระทรวงวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ช่วยรวบรวม และจัดการหาของที่เป็นมรดกและคุณค่าทางวัฒนธรรมมาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
คุณ "โทโมะโนริ ซาอิกิ" นักวิจัยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้กล่าวเอาไว้ว่า วัฒนธรรมทางภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึนั้นเติบโตอย่างช้า ๆ หลังยุคสงคราม
ด้วยงานฝีมือที่ถูกถ่ายทอดผ่านสิ่งประดิษฐ์เล็ก ๆ ออกมายังภาพยนตร์ เพื่อต่อสู้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของอเมริกาที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศในยุคนั้น
ทำให้ภาพยนตร์แนวโทคุซัทสึเต็มไปด้วยความปราณีต เสมือนจริงเป็น และสร้างความฮือฮาให้กับผู้ชมอย่างมาก