เห็นหลายความคิดเห็น อาจจะมาจากมุมมองภายนอก แล้วอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนกันไป เลยอยากให้เข้าใจตรงกันก่อนครับ
1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มี กฏระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการใส่ชุดนักศึกษา
เห็นหลายคนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับทำไมไม่ทำตามกฏ รู้แต่แรกแล้วว่าต้องมีใส่ทำไมต่อต้าน คือ มธ. ไม่มีกฏ ข้อบังคับเกี่ยวกับชุดนักศึกษาครับ โดยมากจะใส่ชุดสุภาพ (ซึ่งส่วนมากจะใส่เสื้อยืด กางเกงขายาวกัน) แต่ถ้าใครอยากใส่ชุดนักศึกษาก็ไม่ผิดอะไร ความเป็นมาเกี่ยวกับประเด็นนี้เริ่มตั้งแต่ก่อตั้ง คือมหาวิทยาลัยเปิด เป็นตลาดวิชาใครอยากเรียนก็มาเรียนได้ ไม่จำกัดอายุ จึงไม่มีชุดนักศึกษามาแต่ต้น ต่อมาเมื่อจอมพลถนอมเข้ามาเป็นอธิการบดี จึงคิดให้มีชุดนักศึกษาขึ้น แต่ก็ไม่ได้บังคับใส่อะไร จนมาถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาธรรมศาสตร์ถูกล้อมฆ่า ทำให้ต้องปิดบังตัวไม่งั้นถูกทำร้าย จึงทำให้ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษาให้เป็นการเปิดเผยตัว แล้วก็เรื่อยมา
อีกส่วนหนึ่งคือ มธ.รังสิต ส่วนมาก นักศึกษาอยู่หอพัก การใส่ไปรเวท มันสบายกว่ากัน แต่ช่วงนึงที่มันหนักมากๆ คือใส่ชุดนอน กางเกงเล เข้าเรียน จึงออกกฏห้ามชุดนอน ให้ใส่กางเกงขายาวแทน
2. ประเด็นนี้ จุดเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คน กับวิชาหนึ่ง ไม่ใช่ความคิดเห็นทั้งหมดของ มธ.
เห็นหลายคนมาก ด่าเหมารวมมหาวิทยาลัยทั้งหมด เห็นกระทู้ที่บอกถ้าเป็น HR จะไม่รับนักศึกษา มธ. ทั้งหมดเข้าทำงาน ก็อยากถามพี่ว่า ถ้าหากนิ้วมือของพี่บาดเจ็บ พี่จะยิงตัวเองทิ้งเลยไหม บอกตามตรงเห็นแล้วอนาถใจมาก
เป็นความคิดที่เริ่มต้นจาก นศ.คนหนึ่ง ที่ว่ากันตามตรง เธอคนนี้เข้ามาวันแรกๆ ก็สร้างประเด็นดราม่าให้คน มธ.ไม่พอใจมาแล้ว แต่โดยมากแล้ว มธ.จะเปิดเสรีทางความคิดมากๆ ใครจะคิดต่างแค่ไหนก็คิดไปเหอะ อย่าทำร้าย อย่าละเมิดกันก็พอ เลยไม่เกิดประเด็นหนักๆ เพราะว่ากันตามตรง ขนาดประเด็นของคนอื่น ที่คนภายนอกแทบจะบังคับให้ มธ.ไล่ออก ยังไม่ส่งผลอะไรเลย จนมาถึงเหตุการณ์นี้ คือวิชา TU130 เป็นวิชาที่ นศ.ทุกคนต้องเรียน โดยเป็นวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ที่สอนโดยคณาจารย์สายวิทยาศาสตร์ (โดยว่ากันตามตรง มธ.แบ่งออกเป็น 3 สายวิชาหลัก คือ สายสังคม สายวิทย์ และสายสาธารณสุข) ซึ่งเหมือนเป็นการปะทะทางความคิดของสายสังคมกับสายวิทย์
คือวิชานี้ จะเรียนรวมกันพันกว่าคน หลายคณะ โดยนั่งในห้องเดียวกัน และจะตรวจการแต่งกายที่หน้าห้อง ถ้าไม่ใส่ชุดนักศึกษาจะไม่ให้เข้าห้อง ซึ่งต่างไปจากวิชาอื่นๆ เป็นมาหลายปีแล้ว ก็มีการค้านมาตลอดนั้นแหละ แต่ครั้งนี้เล่นประเด็นหนักไปหน่อย
3. ประเด็นทำไมเรียกร้องแต่เสรีภาพ ไม่ไปช่วยเหลือประชาชนบ้าง
ธรรมศาสตร์ มีคำขวัญหลักๆ อยู่ประมาณ 3 ประโยค คือ "เสรีภาพทุกตารางนิ้ว" "ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์มีคนที่ฉันรัก เอ้ยเพราะธรรมศาสตร์สอนให้รักประชาชน" และ "มหาวิทยาลัยประดุจบ่อน้ำบำบัดความกระหาย" มีคนบอกเปรียบเทียบว่า ตอนนี้ มธ.บ้าแต่เรียกร้องเสรีภาพ กับ มหาสารคามที่นักศึกษาปกป้องชาวบ้าน ต้องขอย้อนไปข้อ 2 ก่อนว่า มาจากแค่คนกลุ่มเดียว ในธรรมศาสตร์มีหลายกลุ่มคนที่ยังคงทำหน้าที่ออกช่วยเหลือสังคมอยู่ แต่อย่างที่เราท่านรู้ดี ทำดีไม่ออกข่าว ถ้าออกข่าวก็หาว่าเอาหน้า
อีกหนึ่งความเห็น ที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ คือ เอาเวลาไปเรียนดีกว่าไหม แทนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ มันเป็นแค่ความคิดของกลุ่มบุคคล ที่ปัจจุบันกับอดีตต่างกันมาก ในสมัยก่อนเน้นเรียน กิจกรรม กีฬา แทบจะไม่มีความหมาย แต่ปัจจุบันเรียนไม่พอต้องกิจกรรมด้วย แต่กิจกรรมของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน
ในช่วงเกิดวิกฤตทางการเมือง มีคนออกมาถามเหมือนกัน ทำไมธรรมศาสตร์ไม่ออกมาช่วยเหลือประชาชน เลยอยากถามกลับไปสั้นๆ "ประชาชน" คือใครกัน หากเข้าช่วยเสื้อเหลือง แล้วเสื้อแดงละ แล้วหากเข้าช่วยเสื้อแดง แล้วเสื้อเหลืองละ มันก็ประชาชนเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ
4. เพจธรรมศาสตร์ ตะวันออก ตะวันตก ... ธรรมศาสตร์แตกแยกแล้ว
มันเป็นแค่การประชดขำๆ กันภายในครับ ไม่ได้มีการจริงจังมากนักหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงมากหรอกครับ มันเป็นการดึงประเด็น "แตกต่างได้อย่าแตกแยก" มาล้อเลียนกันไป หากลองอ่านเนื้อหาจะพบว่า มันแทรกสาระไว้เยอะมาก เช่นประเด็นการแบ่งแยกเยอรมันในอดีต นำมาล้อเลียน หรือง่ายๆ แค่แผนที่การแบ่งดินแดน ลองดูดีๆ จะพบว่ามันเป็นการใช้หลักการทางการต่างประเทศมาใช้ได้เข้าใจง่ายมาก ถ้าจะบอกว่า เราทำเรื่องมีสาระให้ไร้สาระได้ง่าย เราก็ทำเรื่องไร้สาระให้มีสาระได้มากเหมือนกัน
5. ธรรมศาสตร์ไม่มีเสรีภาพ ปิดกั้น
จริงๆ แล้วต้องบอกว่า ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพมากกว่าหลายมหาวิทยาลัยมาก ใครอยากทำไรทำ ใครไม่อยากทำก็ช่างเขา ไม่ได้มีการบังคับอะไร เมื่อหลายปีก่อน ประเด็นการเลือกหอ ก็เป็นประเด็นสำคัญ แต่การแสดงออกของเราถ้าจะพูดว่า คือที่หลายคนภายนอกต้องการ เช่นการจัดเวทีเสวนาระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ การปิดป้ายประกาศ ฯลฯ เวลาเราไม่พอใจ เราก็แสดงออกผ่านทางสันติครับ เราไม่ใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไข แต่ดำเนินการแสดงออกกันบ่อยมาก จนบางทีเราเองก็ลืมไปแล้วว่า มันคือเสรีภาพอย่างหนึ่ง
ด้วยความเคารพครับ
ประเด็นชุดนักศึกษา ใส่ไม่ใส่ของ มธ. อยากให้เข้าใจตรงกัน
1. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่มี กฏระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการใส่ชุดนักศึกษา
เห็นหลายคนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับทำไมไม่ทำตามกฏ รู้แต่แรกแล้วว่าต้องมีใส่ทำไมต่อต้าน คือ มธ. ไม่มีกฏ ข้อบังคับเกี่ยวกับชุดนักศึกษาครับ โดยมากจะใส่ชุดสุภาพ (ซึ่งส่วนมากจะใส่เสื้อยืด กางเกงขายาวกัน) แต่ถ้าใครอยากใส่ชุดนักศึกษาก็ไม่ผิดอะไร ความเป็นมาเกี่ยวกับประเด็นนี้เริ่มตั้งแต่ก่อตั้ง คือมหาวิทยาลัยเปิด เป็นตลาดวิชาใครอยากเรียนก็มาเรียนได้ ไม่จำกัดอายุ จึงไม่มีชุดนักศึกษามาแต่ต้น ต่อมาเมื่อจอมพลถนอมเข้ามาเป็นอธิการบดี จึงคิดให้มีชุดนักศึกษาขึ้น แต่ก็ไม่ได้บังคับใส่อะไร จนมาถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นักศึกษาธรรมศาสตร์ถูกล้อมฆ่า ทำให้ต้องปิดบังตัวไม่งั้นถูกทำร้าย จึงทำให้ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษาให้เป็นการเปิดเผยตัว แล้วก็เรื่อยมา
อีกส่วนหนึ่งคือ มธ.รังสิต ส่วนมาก นักศึกษาอยู่หอพัก การใส่ไปรเวท มันสบายกว่ากัน แต่ช่วงนึงที่มันหนักมากๆ คือใส่ชุดนอน กางเกงเล เข้าเรียน จึงออกกฏห้ามชุดนอน ให้ใส่กางเกงขายาวแทน
2. ประเด็นนี้ จุดเริ่มต้นมาจากคนไม่กี่คน กับวิชาหนึ่ง ไม่ใช่ความคิดเห็นทั้งหมดของ มธ.
เห็นหลายคนมาก ด่าเหมารวมมหาวิทยาลัยทั้งหมด เห็นกระทู้ที่บอกถ้าเป็น HR จะไม่รับนักศึกษา มธ. ทั้งหมดเข้าทำงาน ก็อยากถามพี่ว่า ถ้าหากนิ้วมือของพี่บาดเจ็บ พี่จะยิงตัวเองทิ้งเลยไหม บอกตามตรงเห็นแล้วอนาถใจมาก
เป็นความคิดที่เริ่มต้นจาก นศ.คนหนึ่ง ที่ว่ากันตามตรง เธอคนนี้เข้ามาวันแรกๆ ก็สร้างประเด็นดราม่าให้คน มธ.ไม่พอใจมาแล้ว แต่โดยมากแล้ว มธ.จะเปิดเสรีทางความคิดมากๆ ใครจะคิดต่างแค่ไหนก็คิดไปเหอะ อย่าทำร้าย อย่าละเมิดกันก็พอ เลยไม่เกิดประเด็นหนักๆ เพราะว่ากันตามตรง ขนาดประเด็นของคนอื่น ที่คนภายนอกแทบจะบังคับให้ มธ.ไล่ออก ยังไม่ส่งผลอะไรเลย จนมาถึงเหตุการณ์นี้ คือวิชา TU130 เป็นวิชาที่ นศ.ทุกคนต้องเรียน โดยเป็นวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ที่สอนโดยคณาจารย์สายวิทยาศาสตร์ (โดยว่ากันตามตรง มธ.แบ่งออกเป็น 3 สายวิชาหลัก คือ สายสังคม สายวิทย์ และสายสาธารณสุข) ซึ่งเหมือนเป็นการปะทะทางความคิดของสายสังคมกับสายวิทย์
คือวิชานี้ จะเรียนรวมกันพันกว่าคน หลายคณะ โดยนั่งในห้องเดียวกัน และจะตรวจการแต่งกายที่หน้าห้อง ถ้าไม่ใส่ชุดนักศึกษาจะไม่ให้เข้าห้อง ซึ่งต่างไปจากวิชาอื่นๆ เป็นมาหลายปีแล้ว ก็มีการค้านมาตลอดนั้นแหละ แต่ครั้งนี้เล่นประเด็นหนักไปหน่อย
3. ประเด็นทำไมเรียกร้องแต่เสรีภาพ ไม่ไปช่วยเหลือประชาชนบ้าง
ธรรมศาสตร์ มีคำขวัญหลักๆ อยู่ประมาณ 3 ประโยค คือ "เสรีภาพทุกตารางนิ้ว" "ฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์มีคนที่ฉันรัก เอ้ยเพราะธรรมศาสตร์สอนให้รักประชาชน" และ "มหาวิทยาลัยประดุจบ่อน้ำบำบัดความกระหาย" มีคนบอกเปรียบเทียบว่า ตอนนี้ มธ.บ้าแต่เรียกร้องเสรีภาพ กับ มหาสารคามที่นักศึกษาปกป้องชาวบ้าน ต้องขอย้อนไปข้อ 2 ก่อนว่า มาจากแค่คนกลุ่มเดียว ในธรรมศาสตร์มีหลายกลุ่มคนที่ยังคงทำหน้าที่ออกช่วยเหลือสังคมอยู่ แต่อย่างที่เราท่านรู้ดี ทำดีไม่ออกข่าว ถ้าออกข่าวก็หาว่าเอาหน้า
อีกหนึ่งความเห็น ที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ คือ เอาเวลาไปเรียนดีกว่าไหม แทนที่จะมาทำอะไรแบบนี้ มันเป็นแค่ความคิดของกลุ่มบุคคล ที่ปัจจุบันกับอดีตต่างกันมาก ในสมัยก่อนเน้นเรียน กิจกรรม กีฬา แทบจะไม่มีความหมาย แต่ปัจจุบันเรียนไม่พอต้องกิจกรรมด้วย แต่กิจกรรมของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน
ในช่วงเกิดวิกฤตทางการเมือง มีคนออกมาถามเหมือนกัน ทำไมธรรมศาสตร์ไม่ออกมาช่วยเหลือประชาชน เลยอยากถามกลับไปสั้นๆ "ประชาชน" คือใครกัน หากเข้าช่วยเสื้อเหลือง แล้วเสื้อแดงละ แล้วหากเข้าช่วยเสื้อแดง แล้วเสื้อเหลืองละ มันก็ประชาชนเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ
4. เพจธรรมศาสตร์ ตะวันออก ตะวันตก ... ธรรมศาสตร์แตกแยกแล้ว
มันเป็นแค่การประชดขำๆ กันภายในครับ ไม่ได้มีการจริงจังมากนักหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงมากหรอกครับ มันเป็นการดึงประเด็น "แตกต่างได้อย่าแตกแยก" มาล้อเลียนกันไป หากลองอ่านเนื้อหาจะพบว่า มันแทรกสาระไว้เยอะมาก เช่นประเด็นการแบ่งแยกเยอรมันในอดีต นำมาล้อเลียน หรือง่ายๆ แค่แผนที่การแบ่งดินแดน ลองดูดีๆ จะพบว่ามันเป็นการใช้หลักการทางการต่างประเทศมาใช้ได้เข้าใจง่ายมาก ถ้าจะบอกว่า เราทำเรื่องมีสาระให้ไร้สาระได้ง่าย เราก็ทำเรื่องไร้สาระให้มีสาระได้มากเหมือนกัน
5. ธรรมศาสตร์ไม่มีเสรีภาพ ปิดกั้น
จริงๆ แล้วต้องบอกว่า ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพมากกว่าหลายมหาวิทยาลัยมาก ใครอยากทำไรทำ ใครไม่อยากทำก็ช่างเขา ไม่ได้มีการบังคับอะไร เมื่อหลายปีก่อน ประเด็นการเลือกหอ ก็เป็นประเด็นสำคัญ แต่การแสดงออกของเราถ้าจะพูดว่า คือที่หลายคนภายนอกต้องการ เช่นการจัดเวทีเสวนาระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ การปิดป้ายประกาศ ฯลฯ เวลาเราไม่พอใจ เราก็แสดงออกผ่านทางสันติครับ เราไม่ใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไข แต่ดำเนินการแสดงออกกันบ่อยมาก จนบางทีเราเองก็ลืมไปแล้วว่า มันคือเสรีภาพอย่างหนึ่ง
ด้วยความเคารพครับ