สวัสดีค่าสวัสดีพอดีมีข้อสงสัยด้านกฎหมายอยากถามผู้รู้นิดนะค่า
ตอนต้นปี2000 พอเราได้นำเอาที่ดินย่านบางนาให้พี่สาว(ป้าเรา)ยืมไปเปิดโรงงานขนาดเล็กค่า เป็นกิจการทางครอบครัวของป้าที่ทำร่วมกับน้าเขยและลูกชาย ตอนที่ให้ยืมน้ั้นจริงๆแล้วบ้านเราไม่ได้ต้องการให้ยืมเลย เพราะเป็นที่มรดกของคุณตา แต่ทางป้าเราได้ไปขอร้องกับทางอาม่า ให้พ่อเราช่วยนำที่ดินมาให้ยืม โดยสัญญาว่าจะทำการไถ่ถอนที่ดินให้ภายใน 3 ปี และเค้าจะไม่ทำการโกงพ่อเราซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กเด็ดขาด พ่อเราจึงได้ทำการให้ยืมที่ดินเพื่อไปวางกู้ยืมเงินจากธนาคาร โดนเซ็นเป็นผู้ค้ำบุคคลที่1 และมีผู้ค้ำร่วมอีกประมาณ5 คน ผ่านมา3ปีก้อแล้วเค้ายังทำเฉยไม่มีการไถ่ถอนที่ดินให้แต่อย่างไร พอพ่อเราถามเค้าเอาแต่พูดว่าโดนหุ้นส่วนโกง ไม่มีเงินเรื่อยมาจนมาถึง2009 พ่อเราทนไม่ไหวจึงเข้ามาคุมที่โรงงานเองคุมขบวนการผลิต แต่บัญชีเงินกู้ทางป้าเราส่งต่อให้ลูกชายเค้าทำต่อ(ทางบ้านป้าทำการลดบทบาทที่โรงงานลงเรื่อยๆ โดยออกไปที่ละคนจนเหลือลูกชายเค้าคนเดียวซึ่งไม่เคยทำหน้าที่อะไรเลย ยกเว้นมาเอาเงินเดือนอย่างเดียว) ซึ่งทางพ่อเราเข้าใจว่าป้าเราได้ทำการชำระหนี้โรงงานกับธนาคารมาโดนตลอดเพราะลูกชายเค้าได้ทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ เอกสารทางธนาคารเค้าไม่เคยให้พ่อเราอ่านเลยค่า. มีแต่ให้พ่อเราเซ็นโดยบอกว่าจะนำเงินไปจ่ายธนาคาร ส่วนงานด้านบัญชีได้ให้พนักงานบัญชีทำแทน ช่วงที่พ่อเราเข้ามาคุมได้ทำการผ่อนชำระหนี้ธนาคารมาตลอดรวมเป็นเงิน1ล้าน3แสน (จากหนี้7ล้านตอนต้นซึ่งเงินต้นที่ว่าบ้านเราไม่เคยได้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยงข้องด้วย เพราะตอนกู้ป้าเราเป็นคนคุมบัญชีอยู่)
ที่นี้ปัญหามันมาแตกตอนที่เครื่องจักรโรงงานเสียทำให้ขาดส่งธนาคารไป (ปี2012) เพราะพ่อเรานำเงินมาซื้อเครื่องจักรใหม่ ซึ่งพอขาดส่งธนาคารมาได้ช่วงหนึ่ง พ่อเราให้ลูกชายป้าทำการยืนประนอมหนี้กะธนาคาร ซึ่งเค้าได้อ้างว่าได้ทำการประนอมหนี้กะธนาคารแล้วแต่ยังไม่นำเอกสารมาให้ดูอยู่ดี และในช่วงเดียวกันป้าเราได้ทำการย้ายบ้านและทำการปักขายบ้านที่อยู่โดยอ้างว่าจะไปอยู่กับลูกสาวที่ต่างจังหวัด (ทิ้งหนี้ธนาคารไปดื้อๆ) ทางลูกชายเค้าก้อทำการเช่นเดียวกัน พ่อเราเอะใจเลยโทรไปที่ธนาคาร เมื่อทำการสอบถามและขอเอกสารมาตรวจสอบ จึงพบว่าระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนพ่อเราเค้ามาคุม ทางบ้านเค้าไม่เคยส่งเงินต้นคืนแก่ธนาคาร (ปี2000-2009 จ่ายไปรวมกันแค่5แสนจากเงินต้น 7 ล้าน) ทำให้มีหนี้ผิดนัดงอกอีก 2 ล้าน(ซึ่งพักไว้ตอนยื่นประนอมหนี้) และได้ทำการหลอกให้พ่อเราเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้มา5ครั้ง ) ตอนนี้โรงงานเป็นหนี้ธนาคารร่วม9ล่าน (ล้านสามที่จ่ายเป็นจ่ายเงินต้นแค่ห้าแสนนอกนั้นเป็นดอกเบี้ย) ซึ่งทางธนาคารจะเข้ามาทำการคุยกับที่โรงงานก่อนทำการสั่งฟ้อง (พอพ่อเราทราบเค้าถึงการอึ้งแล้วได้โทรไปคุยกับทางป้า ซึ่งทางป้าได้แต่พูดว่า เค้าไม่มีเงิน เค้าโดนโกง ให้ทางพ่อเราขายที่โรงงานจ่ายหนี้แทน (ปัดภาระมาที่บ่านเราเต็ม) ทั้งๆที่ทางบ้านป้าเรายังมีโฉนดบ้านที่จะขายอยู่หมดจะนำโฉนดใบที่ว่า ขายและนำเงินมาให้บ้านเราเลยและลูกสาวเค้าก้อรวยเป็นสิบๆล้าน ลูกเขยทำกิจการนำเข้ารถ). กรณีนี้สมควรทำอย่างไรดีค่า. ตอนนี้ที่บ้านเครียดมาก (พ่อเราเป็นผู้ค้ำคนที่1 โดยมีน้าเขยผู้ค้ำคนที่2 และญาติฝั่งเค้าเป็นผู้ค้ำรายถัดไป) ขอถาม 3 ขอหลักๆคือ
1.กรณีธนาคารเราเช็คอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแล้วพบว่าเป็นอัตราร้อยละ15.5 ซึ่งผิดกม.เพราะเช็คดูเห็นว่าคิดได้ไม่เกินร้อยละ15 ซึ่งธนาคารจะเข้ามาทำการปรับโครงสร้างหนี้ให้ดอกเบี้ยลดลงเราควรทำปรับโครงสร้างหนี้ต่อไหมค่า ถ้าไม่ทำทางธนาคารมีสิทธิ์สั่งฟ้องไหม เพราะเท่าที่ทราบเค้าจะพยายามให้เราเซ็นปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าที่กม.กำหนด เพื่อให้เปลี่ยนเล่มหนี้ให้ถูกกม. โดนให้ผ่อนยาวขึ้นแต่ไม่หนี้ไม่ได้ลดลงเลย มีแต่ยาวขึ้น
2.กรณีนี้บ้านป้าเรา ทางเรามีหลักฐานว่าเค้าไม่ทำจ่ายหนี้ธนาคารเลยเข้าข่ายจงใจโกงไหมค่าถ้าทำการสั่งฟ้อง ซึ่งแม่เรากะว่าถ้าไม่ทำการจ่ายหนี้กันคนละครึ่งจะไปหาทนายมาฟ้องบ้านป้าเราแล้ว เพราะหนี้ก้อนนี้เราไม่ได้สร้างขึ้นเลยแต่ต้องมารับภาระชำระหนี้ทำไม (ทางบ้านป้าเราตอนที่ทำนำเงินจากโรงงานไปใช้ชำระหนี้บ้านเค้าและลูกชายเค้าทั้งหมด ทั้งค่าผ่อนบ้าน2หลัง หลังที่กำลังปักขายนั้นแหละ และผ่อนรถ ซึ่งรถคันนี้เค้าได้ทำการขายทิ้งไปเปลี่ยนคันใหม่ แต่พนักงานบัญชีมีหลักฐานว่าเค้าใช้เงินโรงงานไปผ่อนรถค่า ถ้ามีหลักฐานแบบนี้สั่งฟ้องได้ไหมค่า แค้นสุดชีวิตจริงๆค่าพูดมาได้ให้ขายที่โรงงานทิ้งมาใช้หนี้(ที่ก้อเป็นที่พ่อเราไม่ใช่ที่ป้าเลย)
3.หนี้ที่โรงงานพ่อเราต้องเป็นผู้ผิดแต่เพียงผู้เดียวหรือป่าวค่า เพราะมีเอกสารว่าพ่อเราเป็นเจ้าของโรงงาน ป้าเราทำการถอนชื่อไปเกือบหมดแล้วเหลือชื่อลูกชายเค้าที่ยังอยู่ โดยน้าเขยเคยถูกฟ้องล้มละลายไปแล้วรอบหนึ่ง (เกิน5ปี)
ตอนนี้ที่บ้านเครียดกันหมดเลยค่า หนี้ก้อไม่ใช่หนี้เรา เงินที่ยืมมาก้อไม่เคยเห็นแถมถ้าที่ดินที่ค้ำให้ถ้าเกิดพอค่าหนี้อาจถูกสั่งจ่ายหนี้อีก (ที่บ้านยังมีน้องที่ยังเรียนไม่จบอีกสองคนด้วย) เครียดสุดๆรบกวนผู้รู้ช่วยทำการตอบด้วยนะค่า ขอบคุณค่า
ถามผู้รู้เรื่องกฎหมายค่า กรณีเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ธนาคารให้ญาติ (มีวางโฉนดที่ดินเป็นประกัน)
ตอนต้นปี2000 พอเราได้นำเอาที่ดินย่านบางนาให้พี่สาว(ป้าเรา)ยืมไปเปิดโรงงานขนาดเล็กค่า เป็นกิจการทางครอบครัวของป้าที่ทำร่วมกับน้าเขยและลูกชาย ตอนที่ให้ยืมน้ั้นจริงๆแล้วบ้านเราไม่ได้ต้องการให้ยืมเลย เพราะเป็นที่มรดกของคุณตา แต่ทางป้าเราได้ไปขอร้องกับทางอาม่า ให้พ่อเราช่วยนำที่ดินมาให้ยืม โดยสัญญาว่าจะทำการไถ่ถอนที่ดินให้ภายใน 3 ปี และเค้าจะไม่ทำการโกงพ่อเราซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กเด็ดขาด พ่อเราจึงได้ทำการให้ยืมที่ดินเพื่อไปวางกู้ยืมเงินจากธนาคาร โดนเซ็นเป็นผู้ค้ำบุคคลที่1 และมีผู้ค้ำร่วมอีกประมาณ5 คน ผ่านมา3ปีก้อแล้วเค้ายังทำเฉยไม่มีการไถ่ถอนที่ดินให้แต่อย่างไร พอพ่อเราถามเค้าเอาแต่พูดว่าโดนหุ้นส่วนโกง ไม่มีเงินเรื่อยมาจนมาถึง2009 พ่อเราทนไม่ไหวจึงเข้ามาคุมที่โรงงานเองคุมขบวนการผลิต แต่บัญชีเงินกู้ทางป้าเราส่งต่อให้ลูกชายเค้าทำต่อ(ทางบ้านป้าทำการลดบทบาทที่โรงงานลงเรื่อยๆ โดยออกไปที่ละคนจนเหลือลูกชายเค้าคนเดียวซึ่งไม่เคยทำหน้าที่อะไรเลย ยกเว้นมาเอาเงินเดือนอย่างเดียว) ซึ่งทางพ่อเราเข้าใจว่าป้าเราได้ทำการชำระหนี้โรงงานกับธนาคารมาโดนตลอดเพราะลูกชายเค้าได้ทำหน้าที่ตรงส่วนนี้ เอกสารทางธนาคารเค้าไม่เคยให้พ่อเราอ่านเลยค่า. มีแต่ให้พ่อเราเซ็นโดยบอกว่าจะนำเงินไปจ่ายธนาคาร ส่วนงานด้านบัญชีได้ให้พนักงานบัญชีทำแทน ช่วงที่พ่อเราเข้ามาคุมได้ทำการผ่อนชำระหนี้ธนาคารมาตลอดรวมเป็นเงิน1ล้าน3แสน (จากหนี้7ล้านตอนต้นซึ่งเงินต้นที่ว่าบ้านเราไม่เคยได้เห็นหรือมีส่วนเกี่ยงข้องด้วย เพราะตอนกู้ป้าเราเป็นคนคุมบัญชีอยู่)
ที่นี้ปัญหามันมาแตกตอนที่เครื่องจักรโรงงานเสียทำให้ขาดส่งธนาคารไป (ปี2012) เพราะพ่อเรานำเงินมาซื้อเครื่องจักรใหม่ ซึ่งพอขาดส่งธนาคารมาได้ช่วงหนึ่ง พ่อเราให้ลูกชายป้าทำการยืนประนอมหนี้กะธนาคาร ซึ่งเค้าได้อ้างว่าได้ทำการประนอมหนี้กะธนาคารแล้วแต่ยังไม่นำเอกสารมาให้ดูอยู่ดี และในช่วงเดียวกันป้าเราได้ทำการย้ายบ้านและทำการปักขายบ้านที่อยู่โดยอ้างว่าจะไปอยู่กับลูกสาวที่ต่างจังหวัด (ทิ้งหนี้ธนาคารไปดื้อๆ) ทางลูกชายเค้าก้อทำการเช่นเดียวกัน พ่อเราเอะใจเลยโทรไปที่ธนาคาร เมื่อทำการสอบถามและขอเอกสารมาตรวจสอบ จึงพบว่าระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนพ่อเราเค้ามาคุม ทางบ้านเค้าไม่เคยส่งเงินต้นคืนแก่ธนาคาร (ปี2000-2009 จ่ายไปรวมกันแค่5แสนจากเงินต้น 7 ล้าน) ทำให้มีหนี้ผิดนัดงอกอีก 2 ล้าน(ซึ่งพักไว้ตอนยื่นประนอมหนี้) และได้ทำการหลอกให้พ่อเราเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้มา5ครั้ง ) ตอนนี้โรงงานเป็นหนี้ธนาคารร่วม9ล่าน (ล้านสามที่จ่ายเป็นจ่ายเงินต้นแค่ห้าแสนนอกนั้นเป็นดอกเบี้ย) ซึ่งทางธนาคารจะเข้ามาทำการคุยกับที่โรงงานก่อนทำการสั่งฟ้อง (พอพ่อเราทราบเค้าถึงการอึ้งแล้วได้โทรไปคุยกับทางป้า ซึ่งทางป้าได้แต่พูดว่า เค้าไม่มีเงิน เค้าโดนโกง ให้ทางพ่อเราขายที่โรงงานจ่ายหนี้แทน (ปัดภาระมาที่บ่านเราเต็ม) ทั้งๆที่ทางบ้านป้าเรายังมีโฉนดบ้านที่จะขายอยู่หมดจะนำโฉนดใบที่ว่า ขายและนำเงินมาให้บ้านเราเลยและลูกสาวเค้าก้อรวยเป็นสิบๆล้าน ลูกเขยทำกิจการนำเข้ารถ). กรณีนี้สมควรทำอย่างไรดีค่า. ตอนนี้ที่บ้านเครียดมาก (พ่อเราเป็นผู้ค้ำคนที่1 โดยมีน้าเขยผู้ค้ำคนที่2 และญาติฝั่งเค้าเป็นผู้ค้ำรายถัดไป) ขอถาม 3 ขอหลักๆคือ
1.กรณีธนาคารเราเช็คอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแล้วพบว่าเป็นอัตราร้อยละ15.5 ซึ่งผิดกม.เพราะเช็คดูเห็นว่าคิดได้ไม่เกินร้อยละ15 ซึ่งธนาคารจะเข้ามาทำการปรับโครงสร้างหนี้ให้ดอกเบี้ยลดลงเราควรทำปรับโครงสร้างหนี้ต่อไหมค่า ถ้าไม่ทำทางธนาคารมีสิทธิ์สั่งฟ้องไหม เพราะเท่าที่ทราบเค้าจะพยายามให้เราเซ็นปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าที่กม.กำหนด เพื่อให้เปลี่ยนเล่มหนี้ให้ถูกกม. โดนให้ผ่อนยาวขึ้นแต่ไม่หนี้ไม่ได้ลดลงเลย มีแต่ยาวขึ้น
2.กรณีนี้บ้านป้าเรา ทางเรามีหลักฐานว่าเค้าไม่ทำจ่ายหนี้ธนาคารเลยเข้าข่ายจงใจโกงไหมค่าถ้าทำการสั่งฟ้อง ซึ่งแม่เรากะว่าถ้าไม่ทำการจ่ายหนี้กันคนละครึ่งจะไปหาทนายมาฟ้องบ้านป้าเราแล้ว เพราะหนี้ก้อนนี้เราไม่ได้สร้างขึ้นเลยแต่ต้องมารับภาระชำระหนี้ทำไม (ทางบ้านป้าเราตอนที่ทำนำเงินจากโรงงานไปใช้ชำระหนี้บ้านเค้าและลูกชายเค้าทั้งหมด ทั้งค่าผ่อนบ้าน2หลัง หลังที่กำลังปักขายนั้นแหละ และผ่อนรถ ซึ่งรถคันนี้เค้าได้ทำการขายทิ้งไปเปลี่ยนคันใหม่ แต่พนักงานบัญชีมีหลักฐานว่าเค้าใช้เงินโรงงานไปผ่อนรถค่า ถ้ามีหลักฐานแบบนี้สั่งฟ้องได้ไหมค่า แค้นสุดชีวิตจริงๆค่าพูดมาได้ให้ขายที่โรงงานทิ้งมาใช้หนี้(ที่ก้อเป็นที่พ่อเราไม่ใช่ที่ป้าเลย)
3.หนี้ที่โรงงานพ่อเราต้องเป็นผู้ผิดแต่เพียงผู้เดียวหรือป่าวค่า เพราะมีเอกสารว่าพ่อเราเป็นเจ้าของโรงงาน ป้าเราทำการถอนชื่อไปเกือบหมดแล้วเหลือชื่อลูกชายเค้าที่ยังอยู่ โดยน้าเขยเคยถูกฟ้องล้มละลายไปแล้วรอบหนึ่ง (เกิน5ปี)
ตอนนี้ที่บ้านเครียดกันหมดเลยค่า หนี้ก้อไม่ใช่หนี้เรา เงินที่ยืมมาก้อไม่เคยเห็นแถมถ้าที่ดินที่ค้ำให้ถ้าเกิดพอค่าหนี้อาจถูกสั่งจ่ายหนี้อีก (ที่บ้านยังมีน้องที่ยังเรียนไม่จบอีกสองคนด้วย) เครียดสุดๆรบกวนผู้รู้ช่วยทำการตอบด้วยนะค่า ขอบคุณค่า