เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยบนเวที "ผ่าความจริง หยุดกฏหมายผิด คิดล้มรัฐธรรมนูญ หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล" ที่เวทีโรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ว่า ได้ข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมตัวจะไปสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และมอนเตเนโกร ไม่รู้ว่าจะไปทำไมจะไปขายข้าว ขายยาง หรือไปขายาหน้า เพราะที่ทำมาทั้งหมดมีแต่ส่งออกหมดลงๆ สินค้าที่เคยขายได้อันดับ 1 ก็ตกอันดับหมด ขณะที่ปัญหาของคนไทยกลับไม่ใส่ใจ เมื่อถามนายกฯเรื่องของแพงนายกฯก็ไม่มาตอบคำถามแต่กลับส่งรองนายกฯมาตอบแทน รัฐบาลไม่ยอมรับความจริงแต่กลับท่องคาถาเหมือนเดิมว่า ไม่แพง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางกำลังเดืออดร้อนอย่างมาก เพราะสมัยรัฐบาลที่แล้วราคายางอยู่ที่ 150-180 บาทต่อกิโลกรัม แต่ตอนนี้ราคาตกต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าใครจะไม่เดือดร้อนบ้าง อีกทั้งชาวสวนยางก็เรียกร้องให้แก้ไขมานานแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ
ซึ่งตลอดเวลารัฐบาลตัดสินใจจะไม่ช่วยเหลือราคายางพาราอย่างต่อเนื่อง เชื่อเป็นไปตามหลักของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัดเจนว่า "ถ้าไม่เลือกเราจะไม่ช่วยเหลือ" ทำให้ต้องคารวะชาวสวนยางที่ต่อสู้ เพราะรัฐบาลใช้เล่ห์กับคนสวนยาง หลังจากนี้ระยะเวลา 7 วัน ต้องติดตามว่าเกษตรกรสวนยางจะรับราคา 90 บาทได้หรือไม่ ส่วนพรรคก็เคารพการตัดสิอนและจะเป็นปากเสียงสะท้อนให้เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งนี้ถือว่าเกษตรกรชาวสวนยางชนะยกแรกแล้ว เพราะรัฐบาลได้ช่วยเหลือ และสังคมควรดูเป็นตัวอย่างของการต่อสู้ รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในขณะนี้อีกหลายเรื่องนั้น รัฐบาลจะพบอุปสรรคอย่างไม่คาดคิด
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในสภารัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านทั้งที่รัฐบาลคาดว่าจะผ่านได้ในอาทิตย์ที่แล้ว เพราะพวกเราสู้ทุกวิถีทางแม้จะถูกตัดสิทธิ์ในการอภิปรายทั้งที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประฐานวุฒิสภา เป็นหน่วยกล้าตาย เมื่อส.ส.เพื่อไทย (พท.) เสนอปิดอภิปรายนายนิคมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สุดท้ายก็ลงมติมั่วๆเพราะไม่รู้ว่าลงมติอะไรและปิดอภิปรายไป และทำแบบนี้อีกครั้งในมาตรา 6 ทั้งที่พวกตนเตือนไปแล้วว่าได้ยื่นถอดถอนไว้ยังจะทำผิดซ้ำ 2 อีกหรือ คงคิดว่าหากเป็นส.ส.ถ้าสอบตกก็คงได้เป็นรัฐมนตรี จึงคาดว่าในมาตราต่อไปเมื่อนายนิคมขึ้นมานั่งบันลังก์อีกก็คงจะมีคนเสนอปิดอภิปรายอีก นอกจากนี้ในสภายังเกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้ง เช่น เมื่อวันพฤหัสบดี (5 กันยายน) ที่ผ่านมาส.ส.ก็เครียดเพราะจะพูดเรื่องยางก็ถูกเสนอปิดอภิปราย ตนก็ได้เตือนสมาชิกแล้วว่าให้อดทน อดกลั้น และหากการกระทำกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐสภาต้องขอโทษ แต่พวกตนต้องปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติ ยืนยันว่าเราต้องปักหลักต่อสู้ต่อเนื่อง โดยต้องการกำลังใจและเห็นแล้วว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าความบริสุทธิ์ของประชาชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1378610480&grpid=00&catid=01&subcatid=0100
มาร์คอัดปู ที่ไม่ขึ้นราคายาง เชื่อว่าเป็นไปตามหลักของ ทักษิณ ที่เคยประกาศไว้ว่า "ถ้าไม่เลือกเราจะไม่ช่วยเหลือ"
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยบนเวที "ผ่าความจริง หยุดกฏหมายผิด คิดล้มรัฐธรรมนูญ หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล" ที่เวทีโรงเรียนวัดดอกไม้ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ว่า ได้ข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมตัวจะไปสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี และมอนเตเนโกร ไม่รู้ว่าจะไปทำไมจะไปขายข้าว ขายยาง หรือไปขายาหน้า เพราะที่ทำมาทั้งหมดมีแต่ส่งออกหมดลงๆ สินค้าที่เคยขายได้อันดับ 1 ก็ตกอันดับหมด ขณะที่ปัญหาของคนไทยกลับไม่ใส่ใจ เมื่อถามนายกฯเรื่องของแพงนายกฯก็ไม่มาตอบคำถามแต่กลับส่งรองนายกฯมาตอบแทน รัฐบาลไม่ยอมรับความจริงแต่กลับท่องคาถาเหมือนเดิมว่า ไม่แพง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เกษตรกรชาวสวนยางกำลังเดืออดร้อนอย่างมาก เพราะสมัยรัฐบาลที่แล้วราคายางอยู่ที่ 150-180 บาทต่อกิโลกรัม แต่ตอนนี้ราคาตกต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งไม่ทราบว่าใครจะไม่เดือดร้อนบ้าง อีกทั้งชาวสวนยางก็เรียกร้องให้แก้ไขมานานแล้วแต่ไม่มีใครสนใจ ซึ่งตลอดเวลารัฐบาลตัดสินใจจะไม่ช่วยเหลือราคายางพาราอย่างต่อเนื่อง เชื่อเป็นไปตามหลักของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศชัดเจนว่า "ถ้าไม่เลือกเราจะไม่ช่วยเหลือ" ทำให้ต้องคารวะชาวสวนยางที่ต่อสู้ เพราะรัฐบาลใช้เล่ห์กับคนสวนยาง หลังจากนี้ระยะเวลา 7 วัน ต้องติดตามว่าเกษตรกรสวนยางจะรับราคา 90 บาทได้หรือไม่ ส่วนพรรคก็เคารพการตัดสิอนและจะเป็นปากเสียงสะท้อนให้เกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งนี้ถือว่าเกษตรกรชาวสวนยางชนะยกแรกแล้ว เพราะรัฐบาลได้ช่วยเหลือ และสังคมควรดูเป็นตัวอย่างของการต่อสู้ รวมทั้งแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในขณะนี้อีกหลายเรื่องนั้น รัฐบาลจะพบอุปสรรคอย่างไม่คาดคิด
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในสภารัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านทั้งที่รัฐบาลคาดว่าจะผ่านได้ในอาทิตย์ที่แล้ว เพราะพวกเราสู้ทุกวิถีทางแม้จะถูกตัดสิทธิ์ในการอภิปรายทั้งที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ นายนิคม ไวยรัชพานิช ประฐานวุฒิสภา เป็นหน่วยกล้าตาย เมื่อส.ส.เพื่อไทย (พท.) เสนอปิดอภิปรายนายนิคมก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สุดท้ายก็ลงมติมั่วๆเพราะไม่รู้ว่าลงมติอะไรและปิดอภิปรายไป และทำแบบนี้อีกครั้งในมาตรา 6 ทั้งที่พวกตนเตือนไปแล้วว่าได้ยื่นถอดถอนไว้ยังจะทำผิดซ้ำ 2 อีกหรือ คงคิดว่าหากเป็นส.ส.ถ้าสอบตกก็คงได้เป็นรัฐมนตรี จึงคาดว่าในมาตราต่อไปเมื่อนายนิคมขึ้นมานั่งบันลังก์อีกก็คงจะมีคนเสนอปิดอภิปรายอีก นอกจากนี้ในสภายังเกิดความรุนแรงขึ้นหลายครั้ง เช่น เมื่อวันพฤหัสบดี (5 กันยายน) ที่ผ่านมาส.ส.ก็เครียดเพราะจะพูดเรื่องยางก็ถูกเสนอปิดอภิปราย ตนก็ได้เตือนสมาชิกแล้วว่าให้อดทน อดกลั้น และหากการกระทำกระทบต่อภาพลักษณ์รัฐสภาต้องขอโทษ แต่พวกตนต้องปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติ ยืนยันว่าเราต้องปักหลักต่อสู้ต่อเนื่อง โดยต้องการกำลังใจและเห็นแล้วว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าความบริสุทธิ์ของประชาชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1378610480&grpid=00&catid=01&subcatid=0100