กลับมาแล้วจ้า หายไปนาน เนื่องจากจะโดนลูกค้ากินหัว เลยต้องรีบปั่นงานให้เสร็จก่อน
ความเดิม ตอนที่แล้ว
http://pantip.com/topic/30851441
มาต่อกันที่ Day 2 (11 Aug 2013) วันนี้ตื่น 7.00 น. อาบน้ำแต่งตัว เก็บข้าวของให้เรียบร้อย
และไปทานอาหารเช้าที่ชั้นบนสุดของโรงแรม อาหารมีให้เลือกไม่มาก แต่สรสชาติดีค่ะ
จะมีข้าวปั้นรสชาติต่างๆ ประมาณเกือบ 10 ชนิด ผักดอง ซุป ไข่หวาน ชา กาแฟ น้ำผลไม้
และน้ำอะไรไม่รู้ใส่ในเหยือก มี 3 ชนิดอ่านไม่ออก เลยไม่กินดีกว่า
ข้าวปั้นเรากินเข้าไป 3 ก้อน ขอบอกว่าอิ่มแทบอ้วก เลือกมาสามรส
สีน้ำตาล ข้าวปั้นไส้ปลาแห้งที่เอาไว้โรยหน้าทาโกะยากิ (อันนี้อร่อยมาก)
สีแดงๆ ไส้บ๊วยแดง อันนี้ก็อร่อย
ส่วนสีม่วง น่าจะเป็นเมล็ดพืชอะไรซักอย่าง หอมๆ เหมือนดอกไม้ แต่มันไม่ใช่แนวอะ
ซุปที่นี่เครื่องเยอะมาก อร่อยเหาะด้วย
ส่วนน้ำส้มกินไป 2 แก้ว กาแฟอีก 1 อิ่มกันยันบ่ายเลยทีเดียวเชียว
หลังจากกินอิ่ม ก็กลับไปเอากระเป๋าที่ห้องพัก และ Checkout ฝากกระเป๋าไว้ที่ Lobby ของโรงแรม
และออกเดินทาง เนื่องจากเมื่อวานรีบเร่งไป Marina City เพราะกลัวปิด เลยไม่ได้แวะวัดคิมิเดระ
วันนี้เลยต้องไปซักหน่อย เค้าว่ากันว่าเป็นวัดชื่อดังของเมืองนี้ จากโรงแรมเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าสถานีวากายามาชิที่เดิม
รอที่ป้าย 8, 9, 10 ซักพักสาย 42 ก็มา คนเยอะเหมือนกัน ก็ต่อคิวรอขึ้นรถ (ใช้ Kansai Thru Pass ใบเดิมจ้า)
(เกือบเสล่อแระ ปกติที่ไทย คนจะวิ่งกรูไปแย่งกันขึ้น ดีที่สำเหนียกได้ทัน เลยไม่ได้วิ่ง ไม่งั้นโดนพี่ยุ่นเหยียดหยามแน่)
นั่งรถเมล์นานพอสมควร ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงป้ายคิมิเดระ ลงรถเมล์
หันซ้าย หันขวา วัดอยู่ไหนฟร้า..... ให้มองไปบนเขา ฝั่งเดียวกับที่ลงรถเมล์ก็จะเห็น
เดินย้อนกลับไปนิดนึงก็จะเจอถนนทางเข้า เดินเชิบๆ ไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงแล้วจ้า
มาถึงที่วัดประมาณ 9.30 น. คนยังน้อยอยู่
ค่าเข้า 200 เยน ไม่มีส่วนลดนะคะ (จริงๆ ก็ถูกมากแล้วนะ)
เดินผ่านประตูเข้าไป วัดนี้อยู่บนเขา มองขึ้นไป มานสูงมว๊ากกกก
ทำใจนิดนึง เอาวะ ลุยยยยย ระหว่างทางที่เดินขึ้นไป
ก็จะมีศาลตั้งทั้งสองฝั่งเป็นระยะๆ ให้เราได้พัก ถ้าเดินทีเดียว สงสัยหัวใจเต้นผิดปกติแน่
เครื่องรางต่างๆ ก็วางไว้แบบนี้ และมีกล่องให้หยอดเงิน
ไม่มีคนเฝ้าด้วย ไม่ต้องกลัวขโมยเลย ไม่มีหายแน่นอน
พอเดินขึ้นมาถึงด้านบน ขวามือ ก็จะเป็นอาคารใหญ่ๆ ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมทองคำพันมือ ซื้อบัตรได้ที่หน้าประตูทางเข้าอาคาร เสียเพิ่มอีก 100 เยนค่ะ

วิวจากด้านบนจ้า

ด้านบนก็จะมีศาลาหลัก พระพุทธรูป หอระฆัง ร้านน้ำชาเล็กๆ

พระพุทธรูป

พระบริวาร
วัดนี้เป็นวัดที่เงียบสงบมากค่ะ วันที่ไปไม่เจอนักท่องเที่ยวเลย มีแต่คนญี่ปุ่น
เหมาะกับคนจิตใจวุ่นวายอย่างช้านนนน ตอนนี้เลย
หลังจากนั่งพัก สงบจิต สงบใจ ซักพัก ก็ไปต่อดีกว่า วันนี้ต้องเข้าโอซาก้าด้วย
ออกจากวัดเวลา 11.00 น. ขาลงไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้น

อากาศร้อนมาก ฮะ ตู้ 100 เยน จัดไปซักหน่อย

ระหว่างทางเดินกลับ ปรากฎว่า เราได้พบกับบบบบ......
ถ่ายหนูทามมายยยยย
พอเดินถึงถนนใหญ่ ก็ข้ามถนนกลับไปฝั่งตรงข้าม ไปรอที่ป้ายรถเมล์
ซึ่งเมื่อวาน เราดูเวลารถที่ออกจากมาริน่าซิตี้ จะออกทุกๆ ชั่วโมง 9.00-19.00 น.
ดังนั้น รถที่ออกมาก็น่าจะมาถึงที่ป้ายคิมิเดระ ไม่เกิน 15 นาที
เวลาดูเวลาที่รถเมล์จะมาถึง ก็ดูจากหลังป้ายรถเมล์ ก็จะมีบอกว่าสายไหนบ้างที่ผ่านป้ายนี้ เวลาที่จะมาถึง
อย่างเรานั่งสาย 42 เวลาที่จะมาถึง คือ 11.14 น.
หรือมาทุกๆ นาทีที่ 14 ในแต่ละชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรถรอบแรก หรือรอบสุดท้าย เวลาอาจจะแตกต่างไปบ้างค่ะ
นั่งรถกลับมาถึงหน้าสถานีวากายามาชิ ประมาณ 11.50 น.
เดินกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม และกลับไปขึ้นรถไฟเข้าโอซาก้า ที่สถานีวากายามาชิที่เดิม
เดินไปถึงที่สถานี 11.57 น. เหลือบไปเห็นป้ายบอกว่า Ltd.express เข้า Namba ออก 12.00 น.
หลังจากนั้นก็............. โกยเถอะโยม รูปเริบ ไม่ได้ถ่ายเลยแหละ
ทันเวลาพอดี เข้าไปนั่งหอบ ให้พี่ยุ่นข้างๆ มันงงเล่น
เลยควักแผนที่ขึ้นมากาง ให้มันรู้ว่าเราเปนนักท่องเที่ยว มันจะได้ไม่ถือสาเรา
หมายเหตุ Ltd.express ใช้ Kansai Thru Pass ขึ้นฟรี แค่ดูชื่อขบวนว่า อย่ามีแอลฟา หรือเบตา ต่อท้าย ก็จะไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
รถไฟมาถึง NAMBA ตอนบ่ายโมงเป๊ะ
ที่พักที่เราจองไว้จะอยู่สถานีย่อยก่อนถึงนัมบะ แต่ว่าขบวน Ltd.express
จะจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ เท่านั้น เราก็เลยต้องมาลงที่นัมบะ
เดินออกจากสถานี อยากจะบอกว่า ใครไม่เคยมาญี่ปุ่นมีมึนแน่นอน
เนื่องจากสถานีนี้ เป็นสถานีใหญ่ มีรถไฟหลายสาย
วิธีที่ดีที่สุด คือดูป้ายให้ชัวร์ๆ ก่อน แล้วค่อยเดิน แต่อย่าไปยืนเกะกะขวางทางพี่ยุ่นล่ะ
หลังจากยืนดูป้ายซักพัก ก็เจอหนทาง เราต้องไปขึ้น subway สายสีแดง Midosuji line
เพื่อเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมก่อน โรงแรมที่เราพักอยู่ที่สถานี Dobutsuen- Mae
เราเคยมาพักครั้งนึงแล้ว เนื่องจากทำเลดีใกล้ใต้ดินแค่ 30 เมตร และราคาถูกมาก (เราจองมาได้ราคา 668 บาท/คืน)
ชื่อโรงแรมไทโย ครั้งนี้เราได้ห้องพักแบบ Western Style ห้องพักก็จะเล็กๆ เหมือนกันทุกห้อง
ที่นี่ห้องน้ำจะเป็นแบบห้องน้ำรวมนะคะ น่าจะเหมาะกับพวกแบคแพคเกอร์มากกว่านะคะ
ห้องอาบน้ำก็จะมี 2 แบบ แบบเป็นชาวเวอร์มี 2 ห้อง ใช้ได้ตลอด 24 ชม.
และแบบห้องอาบน้ำรวม ข้างในก็จะมีแชมพู ครีมอาบน้ำให้ มีอ่างแช่น้ำร้อน (ขอบอกว่าร้อนจริงๆ)
เวลาแช่ ก็อย่ารีบร้อน ให้เอาขาและเท้าแช่ลงไปก่อน ให้ร่างกายปรับสภาพ
ถ้าลงไปทีเดียว อาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว และชอคได้นะ
ห้องอาบน้ำรวม ก็จะมีกำหนดช่วงเวลา ว่าเวลาไหนให้ผู้หญิงใช้ และเวลาไหนให้ผู้ชายใช้
ส่วนตอนกลางวันจะปิด ทำความสะอาด
หลังจากเก็บของเรียบร้อย เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง
จุดหมายในวันนี้คือ ศาลเจ้าเทมมังงุ และช้อปปิ้งจ้า
จากโรงแรมก็เดินไป subway ขึ้นสายสีน้ำตาล Sakaisuji Line ไปลงที่สถานีมินามิโมริ-มาชิ
เวลาขึ้นรถไฟใต้ดิน จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องขึ้นสายไหน อะไร ยังไง ไม่ยาก
ตอนเราซื้อบัตรรถไฟต่างๆ เค้าจะมีแผนที่มาให้
อย่างเราซื้อคันไซ ทรูพาส ก็จะได้แผนที่มา ให้เก็บไว้ให้ดี มีประโยชน์นักแล
บางสถานที่สามารถขึ้นรถไฟไปได้หลายสาย ก็ดูจากแผนที่ว่าไปสายไหนใกล้กว่า ต้องเปลี่ยนสายหรือเปล่า
ทางเดินเชื่อมระหว่างรถไฟแต่ละสายก็จะอยู่ใต้ดิน มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย
แต่ถ้าสถานีใหญ่ๆ เช่น Umeda, Namba ที่มีรถไฟหลายสายก็อาจจะมึนงง ก่งก๊ง กันได้
ก็จำไว้ว่าตั้งสติ ก่อนสตาร์ท ดูป้าย ดูแผนที่ให้ชัวร์ แล้วค่อยเดินไป ไม่งั้นเหนื่อยฟรีนะเออ
สายสีน้ำตาล

รถไฟมาแว้ว

ด้านใน

ถึงแว้ว สถานีมินามิโมริ-มาชิ ที่สถานีนี้ ก็จะมีรถไฟอีก 2 สาย คือสายสีชมพู และ JR Tozai Line

ดูป้ายที่สถานี ออกทางออก 4B
ออกมาปุ๊บ ซ้ายมือ ก็จะเป็นซุปเปอร์ แวะเข้าไปดูซักหน่อย มีอาหารสำเร็จ ราคาถูกกว่ากินในร้านอาหารมากมาย
น้ำ และเครื่องดื่มต่างๆ ก็ถูกกว่ากดจากตู้อัตโนมัติ
เราเลยซื้อปลาหมึกชุบแป้งทอด 198 เยน และชาเขียวเก็นไม (ข้าวญี่ปุ่น) 88 เยน
ขอบอกว่าไม่เข็ด เคยลองแล้วคราวก่อน ก็ยังจะซื้อ ใครชอบชาเขียวข้าวไหม้ ก็เชิญลองได้
ทางเดินไปศาลเจ้าเทมมังงุ สามารถเดินได้ 2 ทางนะคะ
คือเดินออกจากสถานีทางออก 4B แล้วเดินตรงไปเลย และไปเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายช้อปปิ้ง Tenjimbashisuji street
หรือออกจากสถานีแล้วจะเดินย้อนกลับไปนิดนึง ประมาณ 10 เมตร เข้าถนน Tenjimbashisuji street เลย
แล้วก็เดินตามถนนนี้ไปเรื่อยๆ เหล่ซ้ายเข้าไว้ ไม่ไกลมาก ก็จะเจอศาลเจ้า
ศาลเจ้าแห่งนี้ มีขนาดใหญ่พอสมควร มีคนญี่ปุ่นมาทำบุญค่อนข้างเยอะค่ะ

ก่อนไหว้พระ ต้องล้างมือนะฮ๊า

มีคนมาขอพรเยอะมาก

คุณผู้ชายคนนี้ หยอดเงินทุกที่เลยอะ

ระหว่างที่เรายืนพัก คุณป้าคนนี้ ก็พุ่งจักรยานเข้ามา จอดเอี๊ยด ขึ้นไปไหว้พระทำบุญแบบมาเร็วเคลมเร็วมาก

ทัวร์ลูกเสือลง เผ่นดีกว่าเรา

ขากลับเดินออกมาอีกทางนึง มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย
ได้เวลา ช้อปปิ้งแล้ววววววว
[CR] ลุยเดี่ยวเที่ยว Japan 2013 (Episode 1) ตอนเศร้า เพ้อ เวิ่นเว้อ ชั้นเอาเธอมาทิ้ง Day 2 Wakayama-Osaka
ความเดิม ตอนที่แล้ว
http://pantip.com/topic/30851441
มาต่อกันที่ Day 2 (11 Aug 2013) วันนี้ตื่น 7.00 น. อาบน้ำแต่งตัว เก็บข้าวของให้เรียบร้อย
และไปทานอาหารเช้าที่ชั้นบนสุดของโรงแรม อาหารมีให้เลือกไม่มาก แต่สรสชาติดีค่ะ
จะมีข้าวปั้นรสชาติต่างๆ ประมาณเกือบ 10 ชนิด ผักดอง ซุป ไข่หวาน ชา กาแฟ น้ำผลไม้
และน้ำอะไรไม่รู้ใส่ในเหยือก มี 3 ชนิดอ่านไม่ออก เลยไม่กินดีกว่า
ข้าวปั้นเรากินเข้าไป 3 ก้อน ขอบอกว่าอิ่มแทบอ้วก เลือกมาสามรส
สีน้ำตาล ข้าวปั้นไส้ปลาแห้งที่เอาไว้โรยหน้าทาโกะยากิ (อันนี้อร่อยมาก)
สีแดงๆ ไส้บ๊วยแดง อันนี้ก็อร่อย
ส่วนสีม่วง น่าจะเป็นเมล็ดพืชอะไรซักอย่าง หอมๆ เหมือนดอกไม้ แต่มันไม่ใช่แนวอะ
ซุปที่นี่เครื่องเยอะมาก อร่อยเหาะด้วย
ส่วนน้ำส้มกินไป 2 แก้ว กาแฟอีก 1 อิ่มกันยันบ่ายเลยทีเดียวเชียว
หลังจากกินอิ่ม ก็กลับไปเอากระเป๋าที่ห้องพัก และ Checkout ฝากกระเป๋าไว้ที่ Lobby ของโรงแรม
และออกเดินทาง เนื่องจากเมื่อวานรีบเร่งไป Marina City เพราะกลัวปิด เลยไม่ได้แวะวัดคิมิเดระ
วันนี้เลยต้องไปซักหน่อย เค้าว่ากันว่าเป็นวัดชื่อดังของเมืองนี้ จากโรงแรมเดินไปขึ้นรถเมล์หน้าสถานีวากายามาชิที่เดิม
รอที่ป้าย 8, 9, 10 ซักพักสาย 42 ก็มา คนเยอะเหมือนกัน ก็ต่อคิวรอขึ้นรถ (ใช้ Kansai Thru Pass ใบเดิมจ้า)
(เกือบเสล่อแระ ปกติที่ไทย คนจะวิ่งกรูไปแย่งกันขึ้น ดีที่สำเหนียกได้ทัน เลยไม่ได้วิ่ง ไม่งั้นโดนพี่ยุ่นเหยียดหยามแน่)
นั่งรถเมล์นานพอสมควร ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงป้ายคิมิเดระ ลงรถเมล์
หันซ้าย หันขวา วัดอยู่ไหนฟร้า..... ให้มองไปบนเขา ฝั่งเดียวกับที่ลงรถเมล์ก็จะเห็น
เดินย้อนกลับไปนิดนึงก็จะเจอถนนทางเข้า เดินเชิบๆ ไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงแล้วจ้า
มาถึงที่วัดประมาณ 9.30 น. คนยังน้อยอยู่
ค่าเข้า 200 เยน ไม่มีส่วนลดนะคะ (จริงๆ ก็ถูกมากแล้วนะ)
เดินผ่านประตูเข้าไป วัดนี้อยู่บนเขา มองขึ้นไป มานสูงมว๊ากกกก
ทำใจนิดนึง เอาวะ ลุยยยยย ระหว่างทางที่เดินขึ้นไป
ก็จะมีศาลตั้งทั้งสองฝั่งเป็นระยะๆ ให้เราได้พัก ถ้าเดินทีเดียว สงสัยหัวใจเต้นผิดปกติแน่
เครื่องรางต่างๆ ก็วางไว้แบบนี้ และมีกล่องให้หยอดเงิน
ไม่มีคนเฝ้าด้วย ไม่ต้องกลัวขโมยเลย ไม่มีหายแน่นอน
พอเดินขึ้นมาถึงด้านบน ขวามือ ก็จะเป็นอาคารใหญ่ๆ ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมทองคำพันมือ ซื้อบัตรได้ที่หน้าประตูทางเข้าอาคาร เสียเพิ่มอีก 100 เยนค่ะ
วิวจากด้านบนจ้า
ด้านบนก็จะมีศาลาหลัก พระพุทธรูป หอระฆัง ร้านน้ำชาเล็กๆ
พระพุทธรูป
พระบริวาร
วัดนี้เป็นวัดที่เงียบสงบมากค่ะ วันที่ไปไม่เจอนักท่องเที่ยวเลย มีแต่คนญี่ปุ่น
เหมาะกับคนจิตใจวุ่นวายอย่างช้านนนน ตอนนี้เลย
หลังจากนั่งพัก สงบจิต สงบใจ ซักพัก ก็ไปต่อดีกว่า วันนี้ต้องเข้าโอซาก้าด้วย
ออกจากวัดเวลา 11.00 น. ขาลงไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้น
อากาศร้อนมาก ฮะ ตู้ 100 เยน จัดไปซักหน่อย
ระหว่างทางเดินกลับ ปรากฎว่า เราได้พบกับบบบบ......
ถ่ายหนูทามมายยยยย
พอเดินถึงถนนใหญ่ ก็ข้ามถนนกลับไปฝั่งตรงข้าม ไปรอที่ป้ายรถเมล์
ซึ่งเมื่อวาน เราดูเวลารถที่ออกจากมาริน่าซิตี้ จะออกทุกๆ ชั่วโมง 9.00-19.00 น.
ดังนั้น รถที่ออกมาก็น่าจะมาถึงที่ป้ายคิมิเดระ ไม่เกิน 15 นาที
เวลาดูเวลาที่รถเมล์จะมาถึง ก็ดูจากหลังป้ายรถเมล์ ก็จะมีบอกว่าสายไหนบ้างที่ผ่านป้ายนี้ เวลาที่จะมาถึง
อย่างเรานั่งสาย 42 เวลาที่จะมาถึง คือ 11.14 น.
หรือมาทุกๆ นาทีที่ 14 ในแต่ละชั่วโมง แต่ถ้าเป็นรถรอบแรก หรือรอบสุดท้าย เวลาอาจจะแตกต่างไปบ้างค่ะ
นั่งรถกลับมาถึงหน้าสถานีวากายามาชิ ประมาณ 11.50 น.
เดินกลับไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรม และกลับไปขึ้นรถไฟเข้าโอซาก้า ที่สถานีวากายามาชิที่เดิม
เดินไปถึงที่สถานี 11.57 น. เหลือบไปเห็นป้ายบอกว่า Ltd.express เข้า Namba ออก 12.00 น.
หลังจากนั้นก็............. โกยเถอะโยม รูปเริบ ไม่ได้ถ่ายเลยแหละ
ทันเวลาพอดี เข้าไปนั่งหอบ ให้พี่ยุ่นข้างๆ มันงงเล่น
เลยควักแผนที่ขึ้นมากาง ให้มันรู้ว่าเราเปนนักท่องเที่ยว มันจะได้ไม่ถือสาเรา
หมายเหตุ Ltd.express ใช้ Kansai Thru Pass ขึ้นฟรี แค่ดูชื่อขบวนว่า อย่ามีแอลฟา หรือเบตา ต่อท้าย ก็จะไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
รถไฟมาถึง NAMBA ตอนบ่ายโมงเป๊ะ
ที่พักที่เราจองไว้จะอยู่สถานีย่อยก่อนถึงนัมบะ แต่ว่าขบวน Ltd.express
จะจอดเฉพาะสถานีใหญ่ๆ เท่านั้น เราก็เลยต้องมาลงที่นัมบะ
เดินออกจากสถานี อยากจะบอกว่า ใครไม่เคยมาญี่ปุ่นมีมึนแน่นอน
เนื่องจากสถานีนี้ เป็นสถานีใหญ่ มีรถไฟหลายสาย
วิธีที่ดีที่สุด คือดูป้ายให้ชัวร์ๆ ก่อน แล้วค่อยเดิน แต่อย่าไปยืนเกะกะขวางทางพี่ยุ่นล่ะ
หลังจากยืนดูป้ายซักพัก ก็เจอหนทาง เราต้องไปขึ้น subway สายสีแดง Midosuji line
เพื่อเอากระเป๋าไปเก็บที่โรงแรมก่อน โรงแรมที่เราพักอยู่ที่สถานี Dobutsuen- Mae
เราเคยมาพักครั้งนึงแล้ว เนื่องจากทำเลดีใกล้ใต้ดินแค่ 30 เมตร และราคาถูกมาก (เราจองมาได้ราคา 668 บาท/คืน)
ชื่อโรงแรมไทโย ครั้งนี้เราได้ห้องพักแบบ Western Style ห้องพักก็จะเล็กๆ เหมือนกันทุกห้อง
ที่นี่ห้องน้ำจะเป็นแบบห้องน้ำรวมนะคะ น่าจะเหมาะกับพวกแบคแพคเกอร์มากกว่านะคะ
ห้องอาบน้ำก็จะมี 2 แบบ แบบเป็นชาวเวอร์มี 2 ห้อง ใช้ได้ตลอด 24 ชม.
และแบบห้องอาบน้ำรวม ข้างในก็จะมีแชมพู ครีมอาบน้ำให้ มีอ่างแช่น้ำร้อน (ขอบอกว่าร้อนจริงๆ)
เวลาแช่ ก็อย่ารีบร้อน ให้เอาขาและเท้าแช่ลงไปก่อน ให้ร่างกายปรับสภาพ
ถ้าลงไปทีเดียว อาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว และชอคได้นะ
ห้องอาบน้ำรวม ก็จะมีกำหนดช่วงเวลา ว่าเวลาไหนให้ผู้หญิงใช้ และเวลาไหนให้ผู้ชายใช้
ส่วนตอนกลางวันจะปิด ทำความสะอาด
หลังจากเก็บของเรียบร้อย เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง
จุดหมายในวันนี้คือ ศาลเจ้าเทมมังงุ และช้อปปิ้งจ้า
จากโรงแรมก็เดินไป subway ขึ้นสายสีน้ำตาล Sakaisuji Line ไปลงที่สถานีมินามิโมริ-มาชิ
เวลาขึ้นรถไฟใต้ดิน จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องขึ้นสายไหน อะไร ยังไง ไม่ยาก
ตอนเราซื้อบัตรรถไฟต่างๆ เค้าจะมีแผนที่มาให้
อย่างเราซื้อคันไซ ทรูพาส ก็จะได้แผนที่มา ให้เก็บไว้ให้ดี มีประโยชน์นักแล
บางสถานที่สามารถขึ้นรถไฟไปได้หลายสาย ก็ดูจากแผนที่ว่าไปสายไหนใกล้กว่า ต้องเปลี่ยนสายหรือเปล่า
ทางเดินเชื่อมระหว่างรถไฟแต่ละสายก็จะอยู่ใต้ดิน มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย
แต่ถ้าสถานีใหญ่ๆ เช่น Umeda, Namba ที่มีรถไฟหลายสายก็อาจจะมึนงง ก่งก๊ง กันได้
ก็จำไว้ว่าตั้งสติ ก่อนสตาร์ท ดูป้าย ดูแผนที่ให้ชัวร์ แล้วค่อยเดินไป ไม่งั้นเหนื่อยฟรีนะเออ
สายสีน้ำตาล
รถไฟมาแว้ว
ด้านใน
ถึงแว้ว สถานีมินามิโมริ-มาชิ ที่สถานีนี้ ก็จะมีรถไฟอีก 2 สาย คือสายสีชมพู และ JR Tozai Line
ดูป้ายที่สถานี ออกทางออก 4B
ออกมาปุ๊บ ซ้ายมือ ก็จะเป็นซุปเปอร์ แวะเข้าไปดูซักหน่อย มีอาหารสำเร็จ ราคาถูกกว่ากินในร้านอาหารมากมาย
น้ำ และเครื่องดื่มต่างๆ ก็ถูกกว่ากดจากตู้อัตโนมัติ
เราเลยซื้อปลาหมึกชุบแป้งทอด 198 เยน และชาเขียวเก็นไม (ข้าวญี่ปุ่น) 88 เยน
ขอบอกว่าไม่เข็ด เคยลองแล้วคราวก่อน ก็ยังจะซื้อ ใครชอบชาเขียวข้าวไหม้ ก็เชิญลองได้
ทางเดินไปศาลเจ้าเทมมังงุ สามารถเดินได้ 2 ทางนะคะ
คือเดินออกจากสถานีทางออก 4B แล้วเดินตรงไปเลย และไปเลี้ยวซ้าย เข้าถนนสายช้อปปิ้ง Tenjimbashisuji street
หรือออกจากสถานีแล้วจะเดินย้อนกลับไปนิดนึง ประมาณ 10 เมตร เข้าถนน Tenjimbashisuji street เลย
แล้วก็เดินตามถนนนี้ไปเรื่อยๆ เหล่ซ้ายเข้าไว้ ไม่ไกลมาก ก็จะเจอศาลเจ้า
ศาลเจ้าแห่งนี้ มีขนาดใหญ่พอสมควร มีคนญี่ปุ่นมาทำบุญค่อนข้างเยอะค่ะ
ก่อนไหว้พระ ต้องล้างมือนะฮ๊า
มีคนมาขอพรเยอะมาก
คุณผู้ชายคนนี้ หยอดเงินทุกที่เลยอะ
ระหว่างที่เรายืนพัก คุณป้าคนนี้ ก็พุ่งจักรยานเข้ามา จอดเอี๊ยด ขึ้นไปไหว้พระทำบุญแบบมาเร็วเคลมเร็วมาก
ทัวร์ลูกเสือลง เผ่นดีกว่าเรา
ขากลับเดินออกมาอีกทางนึง มีร้านอาหาร ร้านค้ามากมาย
ได้เวลา ช้อปปิ้งแล้ววววววว