คุณว่าประเทศเราสบายไปมั้ยครับ?

กระทู้สนทนา
ผมมองโดยภาพรวมนะ ประเทศเราเป็นอู้ข้าว อู้น้ำ ทรัพยากรอุดมสมบรูณ์
ถึงข้าวของจะแพงขึ้น รายได้ก็ปรับตามไป แต่อาหารการกิน ก็ไม่ขาดแคลน  ไม่ได้แล้งแค้นเหมือนเอธิโอเปีย
ไม่ต้องดิ้นรน ขวนขวาย คิดค้น ประดิษฐ์นวัตกรรม สร้างนู้นนี่นั่นเหมือนต่างประเทศหรือป่าว?
พออาจารย์ นักวิชาการที่มีอยู่ไม่ค่อยขวนขวายเพราะก็อายุเยอะ จะเกษียณแล้ว อยากพักผ่อนบ้าง
นักวิชาการ อาจารย์เก่งๆรุ่นใหม่ ก็ถูกซื้อตัวไปทำงานต่างประเทศหมด
เด็กๆก็สบายเกิน สิ่งอำนวยความสะดวกครบ หนังสือแทบไม่ต้องจับ นิ้วจิ้มอย่างเดียว
พอจะเสิร์ทหาความรู้หน่อย เจอโฆษณา เจอข่าวเจอคลิบหน่อย เจอเพื่อนทักมาหน่อย หลุด
สิ่งเหล่านี้เลยเป็นสาเหตุหรือป่าว ให้เราตกอันดับการศึกษา?

ผมว่าคนไทยเก่งนะครับ ดูจากเด็กไทยที่คว้าแชมป์โอลิมมา หลายๆสาขาเลย มีทุกปีด้วย
เราก็ไม่ได้ด้อยกว่าฝรั่งนะครับ อย่างสหรัฐที่ดูมีคนเก่งๆเยอะๆ ที่เขาเจริญเพราะ H1B Visa(สึกว่าตอนนี้จะยกเลิกไปแล้ว)
แต่ทำมั้ย การศึกษาเรารั้งท้ายอาเซียน
แถมความเจริญหรือของอำนวยความสะดวก สิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ ก็มาจากต่างประเทศทั้งนั้น
ไม่ว่าจะโครงการก่อสร้างใหญ่ๆไหนส่วนใหญ่ก็ต่างชาติทั้งนั้น วิศวกรต่างชาติทั้งนั้น

เราจะไม่มีอะไรเป็นของเราเองบ้างหรอครับ(อาจจะมีแต่น้อยมาก)
อย่างเกาหลี 10กว่าปีที่แล้ว ไม่มีอะไรเลยนะครับ เดียวนี้มี รถเป็นของตัวเอง อุตหกรรมแฟชั่นดัง
เทคโนโลยีสื่อสารไม่ต้องพูดถึง ขนาดโครงการจัดการน้ำ3.5แสนล้านเท่าไหร่ไม่รู้ ของรัฐยังจ้าง บ.เกาหลีเลย
ผมว่าเราพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากไปหรือป่าวครับ อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดจากบุคลากรหรือ บ.คนไทยบ้าง
อย่างรถ เนี้ย ผมว่าเราน่าจะมีแบรนด์ของตัวเองบ้างนะ เพราะอย่างประเทศเราเป็นฐานการผลิต อย่างน้อยต้องได้โนฮาวพวกนี้จากญี่ปุ่นบ้าง
แต่ทำมั้ยไม่มีใครผลักดันเลย หรือคนไทยด้วยกันไม่สนับสนุนครับ อย่างมาเลข้างบ้านเราก็ยังมี... ส่งออกด้วย ในไทยเราก็ใช่

จีนก็เริ่มแบบนี้ จากประเทศฐานการผลิตเพราะคนเยอะ เดียวนี้สร้างเองแล้ว
ต้องรอให้ทรัพยากรหมดก่อนอย่างญี่ปุ่นหรือป่าวครับ ถึงต้องดิ้นรนออกมาหาทรัพยากรจากประเทศอื่น
แม้แต่สหรัฐที่ต้องออกมาล่าน้ำมัน ด้วยวิธีการทางทหาร
สังเกตุว่าประเทศที่เขามีนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรเก่งๆ หรือสาขาอื่นเก่งๆ ที่ประเทศไฮเทคโนโลยี ทรัพยากรมักเหลือน้อยหรือแทบไม่พอเพียงเลี้ยงคนในประเทศได้ จึงต้องแสวงหา ดิ้นรน คิดค้น นู้นนี่นันต่างๆน่าๆ ให้เราได้เห็นได้ทึ่งกันอยู่ทุกวัน

แต่ถ้าทางนี้เราไม่ใช่ จะมาเอาดีทางด้านเกษตร ท่องเที่ยวผมว่ามันก็ยังไม่ใช่และไม่เต็มตัว...  
เอาแค่กรุงเทพ พัทยา เมืองเชียงใหม่ ให้เป็นเมืองสะอาด ถนนน่าเดิน ปลอดภัยไร้มลภาวะ นี้ก็ยากแล้วครับ
ยิ่งกรุงเทพ ผมเห็นส่วนใหญ่มันไม่สะอาดเลยซักนิด  มีบางที่แต่น้อยมากที่สะอาดดูปลอดภัย ส่วนใหญ่ฟุตบาทดำ ขยะริมถนน
ท่อระบายน้ำเหม็นดำ ราวรั่วถนนสนิท ตู้โทรศัพย์ป้ายผนังเต็มไปด้วยสีสเปรย์เด็กแซ้บ รถติดฝุ่นควันท่อรถ
ร้านอาหารข้างทางบางร้านหรือส่วนใหญ่ไม่ค่อยสะอาด ดูสกปรก เตาแก๊สดำ พื้นที่บริเวณกะทะผัด เต็มไปด้วยคราบดำ
คราบน้ำมัน เศษผัก บางร้านหนักกว่า ตั้งอยู่แถวฟุตบาทปล่องท่อระบายน้ำ ทั้งเหม็นถึงไม่เหม็นก็อุจาดตา
ที่พูดมาเนี้ยผมก็กินร้านพวกนี้ปกตินะครับ^^ ก็ทนๆไป ทำไงได้ ตัวเลือกมันมีไม่มาก สิ่งเหล่านี้ มันไม่บ่งบอกเลยว่า
ว่าเป็นเมืองที่เจริญและน่าอยู่(ในสายตาผมนะ)ส่วนใหญ่คงไปทำงานกัน -*- ที่ผมยกกรุงเทพมา เพราะกรุงเทพเป็นเมืองหลวง
น่าจะเป็นตัวชี้วัดความเจริญของเมืองได้ ได้ระดับที่คนทั่วไปมองเห็น ถ้าไม่นับตัวเลขเศรษฐกิจ การว่างงาน ฯลฯ และจำนวนคนที่มากมาย
ผมเคยเห็นเมืองหลวงใหม่ของพม่าสวยงามมากเลยครับ ถ้าเปิด AEC นี้คงได้เห็นกัน

ผมไม่รู้ว่าจะได้เห็นประเทศไทยบ้านเมืองเจริญ สวยหรู เหมือนยุโรป เมกา ญี่ปุ่นหรือป่าว
และถึงตอนนั้นจริงทรัพยากรเราจะเหลืออะไรบ้าง
แต่ที่น่าเป็นห่วงคืออาจจะไม่เจริญแบบนั้น แล้วทรัพยากรหมดไปนี้ซิ

ที่พูดมาทั้งหมดนี้คือสืบเนืองมาจากการศึกษาไทยได้อันดับ8ของอาเซียนนี้แหละ -*- พูดแล้วเศร้าใจ
ว่า กว่าคนไทยจะเก่งอย่างประเทศที่พัฒนาต้องรอให้ทรัพยากรหมดก่อนหรือป่าวครับ?
เลยอยากจะให้ทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจในการศึกษาหน่อย เพราะมันจะมีผลกระทบระยะยาวแน่
ถ้าหากคนไทยยังหวังแต่จะรอพึ่งพาเทคโนโลยีหรือความรู้จากต่างประเทศอย่างเดียว

ปล.อาจจะยาวไปหน่อย ขอบคุณทุกคนที่อ่านจบนะครับ ใครมีข้อคิดเห็นอย่างไรเสริมเพิ่มเติมกันได้ครับ
ขอเป็นความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์นะครับ ไม่ขอเน้นการเมือง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่