ผู้รู้แชร์กันบ้างครับ
นาข้าว (นาปี) ทำปีละ 1 ครั้ง ปีไหนราคาตก นาล่มจากภัยพิบัติ ก็เจ๊ง ราคา 15000 บาท/ ตัน 1 ไร่ ได้ 600 - 800 โล จึงมีรายได้ต่อไร่หมื่นต้นๆ แต่นาปรัง ความชื้นสูง ต่ำกว่าหมื่นต่อไร่ แน่ๆ
สวนยาง ใช้เวลา 5 ปีเริ่มกรีดยาง (ในระยะ 5 ปีไม่มีทุนจะอยู่ได้ไง) เมื่อกรีดได้ กรีดน้ำยางได้ทุกวันเว้นวันฝนตกหนัก ราคาขายตอนรุ่งเรือง 120 บาท รวยกันถ้วนหน้า (เสียภาษีกันที่ไหน) พอราคา 80 บาท วันนี้ไม่ขาย เดือนหน้าก็ขายก็ได้ คือทำยางแผ่นและเก็บรอราคาใช่ว่า จะทำไม่ได้
ยางส่งออก 70% ราคาจึงต้องผันแปรตามตลาดและความต้องการ อินโด มาเลย์ เขาอยู่ได้ไง
ข้าว ส่งออก และบริโภคเพราะเป็นปัจจัย 4 ในประเทศ
ม๊อบถ้าไม่มีใครวางยุทธศาสตร์ สนับสนุน กำหนดการเคลื่อนไหว (สัเกตุเถอะ พื้นที่ของ สส.พรรคไหน) ลำพังชาวสวนยางมีเรอะจะออกมาทำได้ขนาดนี้
งานนี้เอาคนไทยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เป็นตัวประกัน
เราก็พินิจ พิเคราะห์ให้ดีเถิด
ข้าว กับ ยาง ต่างกันอย่างไร
นาข้าว (นาปี) ทำปีละ 1 ครั้ง ปีไหนราคาตก นาล่มจากภัยพิบัติ ก็เจ๊ง ราคา 15000 บาท/ ตัน 1 ไร่ ได้ 600 - 800 โล จึงมีรายได้ต่อไร่หมื่นต้นๆ แต่นาปรัง ความชื้นสูง ต่ำกว่าหมื่นต่อไร่ แน่ๆ
สวนยาง ใช้เวลา 5 ปีเริ่มกรีดยาง (ในระยะ 5 ปีไม่มีทุนจะอยู่ได้ไง) เมื่อกรีดได้ กรีดน้ำยางได้ทุกวันเว้นวันฝนตกหนัก ราคาขายตอนรุ่งเรือง 120 บาท รวยกันถ้วนหน้า (เสียภาษีกันที่ไหน) พอราคา 80 บาท วันนี้ไม่ขาย เดือนหน้าก็ขายก็ได้ คือทำยางแผ่นและเก็บรอราคาใช่ว่า จะทำไม่ได้
ยางส่งออก 70% ราคาจึงต้องผันแปรตามตลาดและความต้องการ อินโด มาเลย์ เขาอยู่ได้ไง
ข้าว ส่งออก และบริโภคเพราะเป็นปัจจัย 4 ในประเทศ
ม๊อบถ้าไม่มีใครวางยุทธศาสตร์ สนับสนุน กำหนดการเคลื่อนไหว (สัเกตุเถอะ พื้นที่ของ สส.พรรคไหน) ลำพังชาวสวนยางมีเรอะจะออกมาทำได้ขนาดนี้
งานนี้เอาคนไทยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เป็นตัวประกัน
เราก็พินิจ พิเคราะห์ให้ดีเถิด