เป็นเรื่องเมื่อ 10 ปีก่อน เคยเป็นคนเรียนแย่ ถูกคนรอบข้างมองเหมือนโง่ตลอด ไม่ใช่คนเกเร เป็นคนเรียบร้อยครับ แต่ตอนอ่านหนังสือก็อ่านแต่พูดตรงๆ ไม่ได้จำ หรือไม่มีเทคนิคการอ่านนั่นเอง เหมือนอ่านไป 1 รอบ 2 รอบก็จิง แต่จำไม่ได้พอเข้าห้องสอบลืมหมด เน้นเดามั่วเป็นส่วนใหญ่ (เหมือนคุณอ่านหนังสือผ่านๆนั่นแหละ ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรในตัวเอง)
จนอาจารย์ตอนมัธยมคนนึงคิดว่าผมสมองไม่ดี !!
ใช่คับ ได้ยินไม่ผิดอาจารย์ท่านนึงบอกกับพ่อผมว่าผมสมองไม่ดีในวันประชุมผู้ปกครอง รู้สึกเฟลมากๆ เลยพยายามอะไรมากขึ้นให้ตัวเอง แต่เกรดก้ดีบ้าง แย่บ้าง (ซึ่งเป็นปกติของผู้ชายที่มักจะผ่านวิชาง่ายๆ เช่น สุขศึกษา พลศึกษา ภาษาไทยไรงี้) โดยช่วงมัธยมก็เริ่มเอาโพยเข้าห้องสอบบ้าง
ในช่วงที่เรียนมัธยมจนถึงมหาลัย ตั้งแต่มัธยม 5 ที่เอาโพยเข้า แต่เกรดก็เหมือนเดิม แค่ผ่านแต่ไม่ได้ตก(แต่ก็ยังมีตกอยู่บ้างตอนปี1) ทำงี้ไปเรื่อยๆจนถึงมหาลัยปี 3 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตตอนนั้น
ผมก็เอาโพยเข้าเหมือนเดิมแหละ แต่เจ้ากรรม อาจารย์เห็น!!!
เป็นอาจารย์ที่เคยสอนผมซะด้วย ใจดี แต่เข้ามาจับกลางห้องสอบเลย รู้เลยวันนั้นทำไม่เนียน ยอมรับเต็มๆ
เสียใจมากถึงมากที่สุดจริงๆ ตอนนั้นเรียนเอกชนก็จิงแต่ค่าเทอมก็ใช่เล่น ถูกมั้ยคับ แถมอีกวันมีสอบอีกวิชาด้วย ต้องรีบเอาสมาธิกลับมา
แต่นั่งอ่านไปน้ำตาไหลไป นั่งสำนึกผิดสิ่งที่ตัวเองทำ บอกพ่อแม่ในสิ่งที่ทำ นั่งเสียใจอยู่ตลอดคับ คิดไว้ว่า ตอนนั้นเราทำอะไรลงไป -_-
หลบหน้าเพื่อนๆ เพราะอาย (ผมดูซีรี่ฮอโมนย์ความรู้สึกแบบขวัญเลยครับ อายแบบนั้นละ รู้กันหมด) และณ ตอนนั้นเราอยู่ปี 3 แล้ว มีวิชาที่ดรอบไว้ประมาณ 10 ตัวได้รวมถึงตัวที่ติด F แถมมาโดนติด F วิชาที่ทุจริต (ซึ่งเป็นวิชาไม่ยากครับ แต่ผมสากกะเบือเองจะเอาโพยเข้าไปทำไม อาจเพราะทำให้อุ่นใจ เอาเข้าไปแถมมะค่อยได้ดูด้วยนะ จดไปไม่ตรง กำจิงแต่ดันโดน)
พร้อมพักการเรียน 1 เทอมในปี 3 เทอม 1!!!!! แถมเกรดเฉลี่ย ติดโปร อูวววว
ตอนนั้นวังเวงเลย จากเพื่อนที่มองว่าผมโง่อยู่แล้ว เกรดมีแต่ B C D F อาจไปกันใหญ่ ไม่รู้ว่าเพื่อนจะมองยังไง
ก็โดนพักการเรียนคับ ว่างสุดๆ เลยขอที่บ้านไปเรียนภาษาเอย หาไรทำเอย ในช่วงปี 3 เทอม2 กว่าจะมาเจอเพื่อนๆ อีกทีก็ปี 4 เทอม 1ละ
แหละก็ตามคาดคับ เพื่อนมันไปกันไกลละ ก่อนพักการเรียนก็มีที่ดรอบไว้เกือบ 10 ตัว ยังไม่รวมวิชาที่ติดเอฟ และไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพื่อนอีก 5-6 ตัว ตอนนั้นปี 4 แล้วจะจบกี่ปีวะนิ คิดในใจ -_-"
ซึ่งผมก็ต้องคิดวิชาที่ลงคนเดียวคับ ต้องเก็บวิชาเก่าๆที่ดรอบไว้ แต่ลงจำกัดได้แค่ 5 ตัวเพราะติดโปรยังลงมากกว่านี้ไม่ได้ มีผสมเรียนกับเพื่อนบ้าง รุ่นน้องบ้าง รุ่นน้องของรุ่นน้องบ้าง
แต่ ณ ตอนนั้นได้เจอเป้าหมายในชีวิตนะ ว่าต้องทำเพื่อที่บ้าน เพื่อพ่อแม่ ไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลากี่ปี แต่ตั้งใจจะทำให้ได้ ตอนนั้นคิดว่ากว่าจะจบ จะ 6-7 ปีเลยป่าวเนี่ย แต่ไม่ครับ!!!!! สิ่งที่ผมทำได้เร็วกว่านั้น ดังนี้
ปี4เทอม 1 ผมลงวิชาเก่าๆที่ดรอบผสมใหม่ ลง 5 ตัว อ่านหนังสือหนักเหมือนไม่เคยเป็นมาก่อน เกรดเทอมนั้นพุ่ง 3 กว่าๆ เพราะมีเกรดเอบางตัวด้วย ทำให้เกรดหลุดโปร สามารถลงเต็มลิมิตได้ 7 ตัวต่อ 1 เทอม แต่พอทำเรื่องจะลง 7 ตัว คณบดีครับ??? เรียกเข้าไปคุย ท่านดูเกรดผมแล้วคิดว่าจะไหวหรอ เท่าที่ดูเกรดติดโปรมาตลอด พึ่งมาหลุดโปรตอนปี 4 แล้วจะใส่ลง 7 ตัว ถ้าเกรดแย่จะทำไง ทำไมไม่ทยอยไปก่อน ซึ่ง ณ ตอนนั้นไม่แคร์อะไรแล้วคับ ในใจคิดอยู่ตลอดว่าต้องทำให้ได้ เลยบอกท่านคณบดีไป ว่าผมตั้งใจแล้วผมต้องทำ ท่านเลยอนุมัติให้ทำครับ
ปี4เทอม 2 ผมลง 7 ตัวเกรดผมพุ่งเหมือนเดิมได้ 3 กว่าเช่นเดิม มีเอ 2-3 ตัว ตอนนั้นเริ่มแก่วๆละ เพื่อนๆผมจะเริ่มจบกันละ ก็แสดงความยินดีกันไป พอซัมเมอผมก็ต้องลงเรียนต่อเหมือนเดิม
ปี 4 ซัมเมอร์ ผมก็ลงวิชาโหดที่ยังค้างครับ ซึ่งก็ผ่านฉลุยด้วยดีทั้ง 3 ตัว แต่ที่ภูมิใจคือมีวิชานึง วิชาการเงินธุรกิจ สอบมิดเทอมผลสอบออกมา ได้ท้อปของระดับ ซึ่งไม่เคยเลยในชีวิตได้ท้อปกะเค้าด้วยหรอนิ แต่เรารู้ตัวดีว่าทำข้อสอบได้จริงๆ จากที่ไม่เคยติวใครก็สามารถติวใครๆได้
ปี 5 เทอม 1 เรียนกับรุ่นน้องคับ ลงวิชาเต็มพิกัดเช่นกัน เพราะดูวิชาที่เหลือไปมา เอ้ยย ถ้าทำได้มันสามารถทำให้จบได้ภายใน ปี 5 เทอม2ได้เลย ซึ่งก็พยายามๆๆๆๆๆ
ปี 5 เทอม 2 เหลือ 3 ตัวสุดท้าย มีวิชาโหดเหลือ 1 ตัว (วิชาโหดๆบางอย่างเคลียไปบ้างพร้อมๆกับวิชาที่เก็บเกรดได้) ตั้งใจอย่างสุดๆ ทบทวนทุกวิชา และไปขอบคุณอาจารย์คนที่ทำให้ผมพักการเรียนครับ เพราะไม่มีท่านผมอาจไม่มีความตั้งใจเรียนจนจบก็เป็นได้ ถ้าเรียนแบบเดิมๆ ผมอาจไม่มีวันนี้จริงๆ
จนสุดท้าย.....
สำเร็จครับ ผมสามารถเคลียทุกอย่างจบได้ภายใน 5 ปี จากที่ไม่คิดหรอกว่าจะเริ่ม ปี 4เหลือวิชาที่ดรอบและที่พักไว้ 15-16 ตัว สามารถทำได้ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกนะ ว่าคนเราตั้งใจจิงๆ สามารถทำได้ทุกคน ได้ตอกหน้าคนที่เคยดูถูกเราว่า โง่หรืออะไร ได้รู้ถึงความพยายาม (ถึงแม้ตอนนี้บางคนอาจจะไม่รู้ก็เหอะ เพราะไม่ได้มานั่งบอก)
หลังจากนั้นไฟมันยังไม่หมดครับ ผมไปศึกษาปริญญาโทอีก 2 ปี ซึ่งแน่นอนเกรดผมพุ่งตั้งแต่แรก ติวคนอื่นตั้งแต่ปีแรกๆ จนเพื่อนที่นี่คิดว่าผมเรียนเก่งมาก มันก็เป็นความรู้สึกประทับใจในตัวเราเองอะแหละ เรียนจบโทมา 2ปีละ
ว่าคนเราอะไม่มีใครโง่หรอก อยู่ที่ว่าจะนำสิ่งที่คิดออกมาใช้ได้มากน้อยขนาดไหน แต่สิ่งสำคัญจิงๆคือ "เป้าหมาย" ครับ สิ่งนี้แหละ ทำให้ผมประสบความสำเร็จที่หวังไว้ได้ ขอให้อย่าหลุดจากคำๆนี้เป็นพอ
ขอเอาใจช่วยน้องๆคนที่เจอเรื่องไม่ดีนะครับ ทุกๆอย่างสามารถทำได้ทุกเรื่อง โอกาศมีอยู่ทุกหนแห่ง ขอให้พยายามและพยายามครับ พยายามเท่าไรได้แค่ไหนเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าได้แค่ไหน เราก็ต้องใส่ความพยายามยิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว จนเท่าที่เราหวังไว้ได้
สู้ไม่สู้อยู่ที่ใจเราครับ ^^
ประสบการณ์เรื่องเรียนเจอทั้งติดF , พักการเรียน , โดนเพื่อนมองว่าโง่ตั้งแต่มัธยม แต่ตอนนี้ผมจบปริญญาโทแล้วครับ
จนอาจารย์ตอนมัธยมคนนึงคิดว่าผมสมองไม่ดี !!
ใช่คับ ได้ยินไม่ผิดอาจารย์ท่านนึงบอกกับพ่อผมว่าผมสมองไม่ดีในวันประชุมผู้ปกครอง รู้สึกเฟลมากๆ เลยพยายามอะไรมากขึ้นให้ตัวเอง แต่เกรดก้ดีบ้าง แย่บ้าง (ซึ่งเป็นปกติของผู้ชายที่มักจะผ่านวิชาง่ายๆ เช่น สุขศึกษา พลศึกษา ภาษาไทยไรงี้) โดยช่วงมัธยมก็เริ่มเอาโพยเข้าห้องสอบบ้าง
ในช่วงที่เรียนมัธยมจนถึงมหาลัย ตั้งแต่มัธยม 5 ที่เอาโพยเข้า แต่เกรดก็เหมือนเดิม แค่ผ่านแต่ไม่ได้ตก(แต่ก็ยังมีตกอยู่บ้างตอนปี1) ทำงี้ไปเรื่อยๆจนถึงมหาลัยปี 3 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตตอนนั้น
ผมก็เอาโพยเข้าเหมือนเดิมแหละ แต่เจ้ากรรม อาจารย์เห็น!!!
เป็นอาจารย์ที่เคยสอนผมซะด้วย ใจดี แต่เข้ามาจับกลางห้องสอบเลย รู้เลยวันนั้นทำไม่เนียน ยอมรับเต็มๆ
เสียใจมากถึงมากที่สุดจริงๆ ตอนนั้นเรียนเอกชนก็จิงแต่ค่าเทอมก็ใช่เล่น ถูกมั้ยคับ แถมอีกวันมีสอบอีกวิชาด้วย ต้องรีบเอาสมาธิกลับมา
แต่นั่งอ่านไปน้ำตาไหลไป นั่งสำนึกผิดสิ่งที่ตัวเองทำ บอกพ่อแม่ในสิ่งที่ทำ นั่งเสียใจอยู่ตลอดคับ คิดไว้ว่า ตอนนั้นเราทำอะไรลงไป -_-
หลบหน้าเพื่อนๆ เพราะอาย (ผมดูซีรี่ฮอโมนย์ความรู้สึกแบบขวัญเลยครับ อายแบบนั้นละ รู้กันหมด) และณ ตอนนั้นเราอยู่ปี 3 แล้ว มีวิชาที่ดรอบไว้ประมาณ 10 ตัวได้รวมถึงตัวที่ติด F แถมมาโดนติด F วิชาที่ทุจริต (ซึ่งเป็นวิชาไม่ยากครับ แต่ผมสากกะเบือเองจะเอาโพยเข้าไปทำไม อาจเพราะทำให้อุ่นใจ เอาเข้าไปแถมมะค่อยได้ดูด้วยนะ จดไปไม่ตรง กำจิงแต่ดันโดน)
พร้อมพักการเรียน 1 เทอมในปี 3 เทอม 1!!!!! แถมเกรดเฉลี่ย ติดโปร อูวววว
ตอนนั้นวังเวงเลย จากเพื่อนที่มองว่าผมโง่อยู่แล้ว เกรดมีแต่ B C D F อาจไปกันใหญ่ ไม่รู้ว่าเพื่อนจะมองยังไง
ก็โดนพักการเรียนคับ ว่างสุดๆ เลยขอที่บ้านไปเรียนภาษาเอย หาไรทำเอย ในช่วงปี 3 เทอม2 กว่าจะมาเจอเพื่อนๆ อีกทีก็ปี 4 เทอม 1ละ
แหละก็ตามคาดคับ เพื่อนมันไปกันไกลละ ก่อนพักการเรียนก็มีที่ดรอบไว้เกือบ 10 ตัว ยังไม่รวมวิชาที่ติดเอฟ และไม่ได้ลงทะเบียนพร้อมเพื่อนอีก 5-6 ตัว ตอนนั้นปี 4 แล้วจะจบกี่ปีวะนิ คิดในใจ -_-"
ซึ่งผมก็ต้องคิดวิชาที่ลงคนเดียวคับ ต้องเก็บวิชาเก่าๆที่ดรอบไว้ แต่ลงจำกัดได้แค่ 5 ตัวเพราะติดโปรยังลงมากกว่านี้ไม่ได้ มีผสมเรียนกับเพื่อนบ้าง รุ่นน้องบ้าง รุ่นน้องของรุ่นน้องบ้าง
แต่ ณ ตอนนั้นได้เจอเป้าหมายในชีวิตนะ ว่าต้องทำเพื่อที่บ้าน เพื่อพ่อแม่ ไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลากี่ปี แต่ตั้งใจจะทำให้ได้ ตอนนั้นคิดว่ากว่าจะจบ จะ 6-7 ปีเลยป่าวเนี่ย แต่ไม่ครับ!!!!! สิ่งที่ผมทำได้เร็วกว่านั้น ดังนี้
ปี4เทอม 1 ผมลงวิชาเก่าๆที่ดรอบผสมใหม่ ลง 5 ตัว อ่านหนังสือหนักเหมือนไม่เคยเป็นมาก่อน เกรดเทอมนั้นพุ่ง 3 กว่าๆ เพราะมีเกรดเอบางตัวด้วย ทำให้เกรดหลุดโปร สามารถลงเต็มลิมิตได้ 7 ตัวต่อ 1 เทอม แต่พอทำเรื่องจะลง 7 ตัว คณบดีครับ??? เรียกเข้าไปคุย ท่านดูเกรดผมแล้วคิดว่าจะไหวหรอ เท่าที่ดูเกรดติดโปรมาตลอด พึ่งมาหลุดโปรตอนปี 4 แล้วจะใส่ลง 7 ตัว ถ้าเกรดแย่จะทำไง ทำไมไม่ทยอยไปก่อน ซึ่ง ณ ตอนนั้นไม่แคร์อะไรแล้วคับ ในใจคิดอยู่ตลอดว่าต้องทำให้ได้ เลยบอกท่านคณบดีไป ว่าผมตั้งใจแล้วผมต้องทำ ท่านเลยอนุมัติให้ทำครับ
ปี4เทอม 2 ผมลง 7 ตัวเกรดผมพุ่งเหมือนเดิมได้ 3 กว่าเช่นเดิม มีเอ 2-3 ตัว ตอนนั้นเริ่มแก่วๆละ เพื่อนๆผมจะเริ่มจบกันละ ก็แสดงความยินดีกันไป พอซัมเมอผมก็ต้องลงเรียนต่อเหมือนเดิม
ปี 4 ซัมเมอร์ ผมก็ลงวิชาโหดที่ยังค้างครับ ซึ่งก็ผ่านฉลุยด้วยดีทั้ง 3 ตัว แต่ที่ภูมิใจคือมีวิชานึง วิชาการเงินธุรกิจ สอบมิดเทอมผลสอบออกมา ได้ท้อปของระดับ ซึ่งไม่เคยเลยในชีวิตได้ท้อปกะเค้าด้วยหรอนิ แต่เรารู้ตัวดีว่าทำข้อสอบได้จริงๆ จากที่ไม่เคยติวใครก็สามารถติวใครๆได้
ปี 5 เทอม 1 เรียนกับรุ่นน้องคับ ลงวิชาเต็มพิกัดเช่นกัน เพราะดูวิชาที่เหลือไปมา เอ้ยย ถ้าทำได้มันสามารถทำให้จบได้ภายใน ปี 5 เทอม2ได้เลย ซึ่งก็พยายามๆๆๆๆๆ
ปี 5 เทอม 2 เหลือ 3 ตัวสุดท้าย มีวิชาโหดเหลือ 1 ตัว (วิชาโหดๆบางอย่างเคลียไปบ้างพร้อมๆกับวิชาที่เก็บเกรดได้) ตั้งใจอย่างสุดๆ ทบทวนทุกวิชา และไปขอบคุณอาจารย์คนที่ทำให้ผมพักการเรียนครับ เพราะไม่มีท่านผมอาจไม่มีความตั้งใจเรียนจนจบก็เป็นได้ ถ้าเรียนแบบเดิมๆ ผมอาจไม่มีวันนี้จริงๆ
จนสุดท้าย.....
สำเร็จครับ ผมสามารถเคลียทุกอย่างจบได้ภายใน 5 ปี จากที่ไม่คิดหรอกว่าจะเริ่ม ปี 4เหลือวิชาที่ดรอบและที่พักไว้ 15-16 ตัว สามารถทำได้ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกนะ ว่าคนเราตั้งใจจิงๆ สามารถทำได้ทุกคน ได้ตอกหน้าคนที่เคยดูถูกเราว่า โง่หรืออะไร ได้รู้ถึงความพยายาม (ถึงแม้ตอนนี้บางคนอาจจะไม่รู้ก็เหอะ เพราะไม่ได้มานั่งบอก)
หลังจากนั้นไฟมันยังไม่หมดครับ ผมไปศึกษาปริญญาโทอีก 2 ปี ซึ่งแน่นอนเกรดผมพุ่งตั้งแต่แรก ติวคนอื่นตั้งแต่ปีแรกๆ จนเพื่อนที่นี่คิดว่าผมเรียนเก่งมาก มันก็เป็นความรู้สึกประทับใจในตัวเราเองอะแหละ เรียนจบโทมา 2ปีละ
ว่าคนเราอะไม่มีใครโง่หรอก อยู่ที่ว่าจะนำสิ่งที่คิดออกมาใช้ได้มากน้อยขนาดไหน แต่สิ่งสำคัญจิงๆคือ "เป้าหมาย" ครับ สิ่งนี้แหละ ทำให้ผมประสบความสำเร็จที่หวังไว้ได้ ขอให้อย่าหลุดจากคำๆนี้เป็นพอ
ขอเอาใจช่วยน้องๆคนที่เจอเรื่องไม่ดีนะครับ ทุกๆอย่างสามารถทำได้ทุกเรื่อง โอกาศมีอยู่ทุกหนแห่ง ขอให้พยายามและพยายามครับ พยายามเท่าไรได้แค่ไหนเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าได้แค่ไหน เราก็ต้องใส่ความพยายามยิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว จนเท่าที่เราหวังไว้ได้
สู้ไม่สู้อยู่ที่ใจเราครับ ^^