[แปล]High speed! บทที่ 6

ตอนนี้เราก็จะได้รู้ว่าแต่ละคนคิดยังไงแล้วค่ะ ค่อนข้างเป็นบทที่ยาวบทนึง แต่ก็ดราม่าที่สุดด้วย

ตอนนี้กำลังแปลบท 7 อยู่ ถ้าวันนี้แปลจบอาจลงบท 7 ด้วยค่ะ

*** เราแปลจากภาษาอังกฤษที่เขาแปลมาอีกทีนะคะ ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น หากพบข้อผิดพลาดใดๆสามารถบอกได้ค่ะ จะได้รีบแก้ไข


*** เราไม่มีพื้นฐานเรื่องว่ายน้ำเลย เราจึงเสิร์ชหาข้อมูลในอากู๋ หากใครพบเห็นว่ามันแปล่งแปลก มันไม่ใช่ รีบบอกเลยนะคะ

<<credit pt1>>
<<credit pt2>>





บทที่ 1 ว่ายน้ำ
บทที่ 2 น้ำ
บทที่ 3 ฟรี
บทที่ 4 ว่ายผลัด
บทที่ 5 สโตรค

บทที่ 6 ทีม



เมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดเริ่มเติบโตในแปลงดอกไม้ เด็กผู้หญิงเป็นฝ่ายฝังเมล็ดพึช ดูเหมือนว่าเก็บไว้เป็นความลับจากเด็กผู้ชายว่าเป็นเมล็ดพันธุ์ใด มาโคโตะกล่าวไว้ว่าอาจเป็นดอกไม้ที่จะบานช่วงพิธีจบการศึกษา ถึงแม้อาจบานไม่ทันก็ตามที

ฮารุกะมองไปยังต้นซากุระที่ตอนนี้ยังไม่มีดอกไม้ตูมเลย ดูเหมือว่าความปรารถนาของรินที่จะว่ายในสระดอกซากุระคงไม่เป็นจริง

เมื่อเขามองลงไปยังเท้าของตนเอง พื้นสีน้ำตาลขยายออก เขาสงสัยว่ารากของต้นซากุระแผ่ไปทั่วพื้นดินหรือเปล่า แล้วมันรู้สึกอย่างไรที่มีแปลงดอกไม้อยู่บนรากที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายปีถึงแผ่หลาได้ขนาดนี้? ถ้าเขาเป็นซากุระ เขาจะรู้สึกอย่างไร?

หลังจากที่คิดถึงเรื่องนั้น ใบหน้าของเขาก็ปรากฎรอยยิ้มขื่นขม หากเขาเป็นต้นซากุระ เขาไม่รู้สึกอะไรอย่างแน่นอน ของอย่างแปลงดอกไม้ไม่ได้อยู่ในความสนใจเขาเลย เขาไม่หลีกเลี่ยงมันหรือเลิกลั่กเพราะมันด้วย ตราบใดที่เขายังสามารถแผ่กิ้งก้านสาขาไปยังท้องฟ้าได้ เขาก็ไม่หวังสิ่งอื่นใดอีกแล้ว

เมื่อเขาคิดว่าเขาเป็นเพียงแค่คนเดียวที่เป็นกังวลกับมัน ถ้าซากุระไม่ได้กังวล ฮารุกะยิ้มเล็กน้อย

“ฮารุ นายดีใจที่มีดอกตูมเหรอ?”

ก่อนที่เขารู้ตัว รินและมาโคโตะก็ยืนอยู่ข้างเขา

“ไม่เท่าไหร”

เขาไม่พยายามอธิบายเรื่องที่เขาคิดให้กับริน แต่จะปฎิเสธก็น่ารำคาญ เขาเลยตอบไปอย่างนั้น

“ใกล้จบแล้วนะ”

มาโคโตะกล่าวราวเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ขณะมองไปยังต้นซากุระ

“อืม รวมไปถึงจากลาโรงเรียนที่เต็มไปด้วยความทรงจำด้วยนะ”

รินพูดสุ่มๆเหมือนนักแสดงห่วยๆ เขาไม่ได้เป็นคนใจดีพอที่จะตอบเรื่องเล็กๆน้อยๆทุกเรื่อง เหมือนอย่างที่มาโคโตะทำ

“ถึงเป็นแค่  2 เดือน นายน่าจะไปพิธีจบการศึกษาที่โรงเรียนเก่านะ”

รอยยิ้มของรินก็เย็นชาลงทันที เขามองไปยังแปลงดอกไม้ จ้องไปยังต้นอ่อน

“ฉันบอกลาโรงเรียนซาโนะแล้ว”

เขาทำเป็นเศร้ากับเรื่องนั้น ด้วยท่าทางที่ดีกว่านักแสดงแย่ๆกว่าเล็กน้อย

“ขอโทษ ฉันพูดอะไรไม่จำเป็นออกไป”

มาโคโตะตอบกลับอีกครั้ง แม้ไม่ได้แสดงจริง ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ต้องกังวลมากนักหรอก

“ไม่ต้องห่วง มันเป็นแค่อดีต ตอนนี้ฉันเป็ส่วนหนึ่งของโรงเรียนอิวาโทบิเหมือนกัน”

“ใข่ พวกเราจะจบด้วยกันใช่ไหม?”

หลังจากที่พูดออกไป รอยยิ้มของมาโคโตะก็หมองลงเล็กน้อย เขามองยังรินราวกับพยายามพูดอะไรบางอย่าง เขาสับสน

“อะไร?”

รินถามกลับสายตาของมาโคโตะ

“อืม ฉันเป็นห่วงเล็กน้อย นายไม่ได้มาปฐมนิเทศเมื่อวานใช่ไหม?”

เป็นการปฐมทิเทศของมัธยมต้น ที่อธิบายเรื่องเครื่องแบบ ตำราเรียน กิจกรรมชมรมเป็นต้น แต่รินไม่ได้อยู่ตอนนั้น

รินมองขึ้นไปยังต้นซากุระที่ยังไม่มีดอกตูม แสงแดดสองระหว่างกิ่งก้านทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย

“เพราะว่าฉันจะไม่ต่อม.ต้นที่นี่”

ฮารุกะมองไปยังริน เขาไม่สามารถบอกได้ว่ารินพูดเล่นหรือพูดจริง เขาพยายามอ่านความรู้สึกของริน แต่เพียงแค่แสงแดดที่สงไปยังต้นไม้ สร้างเงาบนใบหน้าของรินที่มองไปยังกิ่งไม้หรือท้องฟ้า ฮารุกะไม่สามารถอ่านได้เลย เขาหันหน้าไปทางต้นซากุระ ตัดสินใจว่าจะรอคำพูดจากปากของมาโคโตะ เพราะเรื่องที่ฮารุกะอยากถาม มาโคโตะจะถามให้แทน

“หมายความว่ายังไง? ทำไมถึงไม่พูดอะไรเลย? เพราะว่าอยู่ทีมเดียวกัน เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”

เขาไม่ได้ถามว่ารินจะไปไหนหรือต้องการทำอะไร การอยู่ทีมเดียวกันอาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมาโคโตะ ดังนั้นเขาจึงถามรินด้วยคำถามจากความรู้สึก นั่นเป็นเหตุผลที่ฮารุกะไม่พูดอะไรเลย

มันเป็นเรื่องที่ฮารุกะไม่สามารถพูดได้ เรื่องอย่าง 'ทีม' หรือ 'เพื่อน' มาโคโตะที่ยอมรับเรื่องเหล่านั้นได้อย่างง่ายได้ จึงพูดออกไป เขาจึงรู้สึกอายกับที่สิ่งที่มาโคโตะถาม

“ฉันไม่ได้เก็บไว้เป็นความลับ เพิ่งตัดสินใจจุดหมายเมื่อวานนี้เอง”

“เมื่อวานนี้?”

เขาไม่เข้าใจบทสนทานาเลย อย่าง 'เมื่อวาน' หรือ 'จุดหมาย' ที่จริงเขาไม่ได้พูดเรื่องสำคัญเลย เช่นทำไมเขาถึงเปลี่ยนโรงเรียน ทำไมถึงต้องพยายามเข้าหาฮารุกะแล้วมาโคโตะ ทำไมเขาถึงหมกมุ่นอยู่กับการว่ายผลัด

รินหลบหน้าเล็กน้อย แล้วพูดเหมือนบ่นออกมา

“ฉันจะไปออสเตรเลีย”

“ออสเตรเลีย หมายถึงไปต่างประเทศเหรอ?”

มาโคโตะถามอะไรโง่ๆ มันก็เป็นต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่มีที่แบบนั้นอยู่ในญี่ปุ่นเสียหน่อย ฟังดูจากบทสนทนาแล้ว รินไม่ได้เที่ยวเล่นเสียด้วย

“ฉันย้ายมาที่นี่หลังจากตัดสินใจกันแล้วว่าจะไปออสเตรเลีย ฉันควรบอกทุกคนว่าฉันจะไปที่ไหนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้กับทุกคน ทำให้ทุกคนเป็นห่วง”

คนเห็นแก่ตัว

ฮารุกะกัดฟัน ความรู้สึกโกรธที่เขาไม่อาจหยุดได้ รินทำให้คนอื่นเป็นห่วงพอแล้ว แล้วยังก่อปัญหาด้วย

“... ขอโทษ”

รินพึมพำเสียงเบา เขาอาจเดาความรู้สึกของฮารุกะได้

สายลมที่มีกลิ่นของฤดุใบไม้ผลิดก็พัดรอบฮารุกะ เขาอยากรีบไปว่ายน้ำ อยากรีบแล้วเอาลมหวานจนน่าคลื่นไส้ออกนี่ อยากรีบแล้วปลดปล่อยจากพันธนาการจากคนที่เข้าใจไม่ได้

คำนับไม่ได้ล่องลอยเข้าในหัวไปมา มาโคโตะก็ถามคำถามสั้นๆ

“ทำไมถึงไปออสเตรเลีย?”

“ไปเรียนว่ายน้ำ”

เขาตอบอย่างสั้นๆกับคำถามสั้นๆ

ฮารุกะที่หันหน้าเขาหาซากุระ ก็ถามริน

“นายอยากทำอะไร?”

น้ำเสียงเหมือนขาดหายไป

“ฉันอยากจะเป็น … นักกีฬาโอลิมปิคน่ะ”

ฮารุกะยิ้มไม่ออก รินเป็นอะไรก็ได้ตามที่เขาอยาก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฮารุกะอยากได้ยิน การปิดบังเรื่องราวของตรเอง แล้วพูดแต่เรื่องเห็นแก่ตัว และตอนนี้ก็ด้วย พูดเรื่องตัวเองเป็นศูนย์กลางต่อหน้าฮารุกะ เขายืนอยู่ใต้ต้นซากุระ

นัยตาของมาโคโตะเบิกกว้าง เลิกคิ้วรูปแปดขึ้น แล้วกระพริบครั้งหนึ่งราวกับเขาจำอะไรบ้างอย่าได้

“ไปเมื่อไหร?”

“วัน … หลังจากแข่ง”

“ถ้างั้นเราก็ไม่มีเวลาว่ายด้วยกันน่ะสิ”

มาโคโตะมองไปยังฮารุกะ แม้ฮารุกะรู้ตัวว่าเขาถูกมองอยู่ ก็ยังคงเงียบ หันหน้าไปทางต้นซากุระ

ฮารุรู้สึกยังไง? แล้วความรู้สึกที่แท้จริงเขาคืออะไร?

ฮารุกะรู้สึกได้ว่าสายตาของมาโคโตะถามเขา เขาไม่สามารถมองไปยังมาโคโตะได้ตรงๆ เขาเก็บงำความรู้สึกโกรธที่ระบายไม่ได้นี้ไว้ในอก อย่างน้อยเขาก็กลั้นความรู้สึกที่อยากหนีจากที่นี้ไว้ได้ เขาอยากรีบแล้วไหลลื่นไปกับน้ำ น้ำจะปลดปล่อยพันธนาการที่ไม่สำคัญจากตัวเขา

อยากรีบหนีไปที่น้ำ

หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น เลือดไหลเวียนสูบฉีดอย่างรวดเร็ว บริเวณขมับเขาร้อนขึ้น ฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อ

ฉัน.....กำลังหนีอยู่เหรอ?

เขาอาจจะอยากหนีไปยังน้ำ หาความสบายใจ ปิดบังนัยตาจากความเป็นจริง เขาอาจจะหนีไปยังน้ำเพื่อปิดบังความรู้สึกที่แท้จริง

โดยที่ไม่กลายเป็นหนึ่งอันเดียวกันหรือว่ายกับมันด้วยแรงขู่เข็ญ เขาและน้ำควรรับรู้ถึงตัวตนของกันและกัน รู้สึกเพียงพอจากการรับรุ้นั้น เขาอาจแค่พึ่งพามัน เขาอาจว่ายน้ำเพื่อสิ่งนั้น

เขาอยากปฎิเสธ อยากปฎิเสธอย่างรุนแรง แต่ยิ่งเขาคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกหนักอึ้งกับความจริงที่ไม่อาจะหลีกหนีนี้ไปได้

เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรอีกต่อไป ในช่วงเวลาที่เขารู้ว่าเขาพึ่งพาน้ำ ตัวเขาก็ราวกับจะทรุดลงมา เท้าทั้งสองข้างที่บอบบางขึ้นราวกับจะแตกสลาย สุดท้ายเท้าก็ช่วยเขาให้ยืนต่อได้

เป็นไปไม่ได้!

นั่นเป็นเท้าที่เข้าใช้วิ่ง กระโดด และว่ายน้ำจนถึงตอนนี้ ไม่มีทางอ่อนแอได้ขนาดนี้ ขณะที่เชาติด เขาก็ไม่อาจหยุดอาการสั่นที่เท้าได้

เขามองไปยังมาโคโตะที่ยังถามเขา

ความรู้สึกที่แท้จริงของนายคืออะไร?

ก่อนหน้านั้นมาโคโตะได้บอกฮารุกะว่าเขาหนีจากน้ำ เปิดเผยเรื่องของเขา ถ้าเขายอมรับมันได้อย่างตรงไปตรงมา เขาอาจจะรู้สึกสบายใจได้ขึ้นเล็กน้อย

สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดล้อมรอบฮารุกะ มันไม่ได้มีความหยาบกระด้างเหมือนในฤดูหนาวอีกต่อไป ไม่พัดอย่างรุนแรงหรือหนาวเหน็บ ไม่มีความจำเป็นที่จะทนกับมัน เขาควรตรงไปตรงมา นั่นเป็นสิ่งที่สายลมกระซิบบอกฮารุกะ

เขาจะไม่ฉุนเฉียวเพราะของแบบนั้น ไม่ว่าจะเมื่อใดหรือที่ไหน เขาก็อยากเป็นตัวของตัวเอง เขาอยากเป็นตัวเขาที่เข้มแข็ง ฮารุกะกัดฟัน เขาจะยืนหยัดด้วยตนเอง เขาไม่หนีไปจากที่นี่ ไม่มีทางที่เขายอมรับตัวเขาที่อ่อนแอ เขาอยากเข้มแข็งต่อไป เขาต้องเป็นตัวเขาไปจนสุด

สายตาของมาโคโตะถามเขาอีกครั้ง

ฮารุรู้สึกอย่างไร?

ฮารุกะไม่ได้ตอบ เขาตอบไม่ได้ รินจะไปที่ไหน รินจะเป็นอะไรก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขา แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่ว่า รินยืนอยู่เบื้องหน้าเขา อยู่ทีมเดียวกับ และเขาก็จะไม่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของเขาที่ตัดสินใจว่ายผลัดไปด้วย เพราะงั้นเขาจะว่าย ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็จะไม่วิ่งหนี เพื่อที่จะคงตัวเขาที่เข้มแข็งต่อไป

“... ก็ดีนี่”

น้ำเสียงของฮารุกะล่องลอยไปกับสายลม

“ฮารุ?”

มาโคโตะมองไปทางฮารุกะพร้อมขมวดคิ้วเลขแปด

“การแข่งขันครั้งหน้า”

นั่นคือสิ่งที่ฮารุกะพูด เขามองไปยังริน มาโคโตะเบิกตากว้างแล้วหันไปหาฮารุกะเบื้องหน้าอย่างกังวล

“แน่ใจเหรอ? จะบอกว่าแค่ว่ายผลัดไหม?”

เสียงของรินออกจากริมฝีปากเขาอย่างรวดเร็ว ไอคนเจ้าเล่ห์ไร้สิ้นสุด ฮารุกะรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาไม่รู้ว่าพูดอะไรต่อ รู้สึกหงุดหงิดที่รินทำเป็นเหมือนรุ้ทุกอยาง เขากัดฟันแน่นอีกครั้ง

แต่เขาจะไม่วิ่งหนีอีกแล้ว เขาตัดสินใจเอาไว้แล้ว ไม่หนีจากว่ายผลัด ไม่หนีจากริน และไม่หนีจากตัวเขาด้วย … ดังนั้นเขาจึงไม่ถอยลับไป

“นายจะว่ายผลัดอย่างเดียวจริงๆเหรอ?”

รินกดดันความคิดน่าเบื่อ

“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันจะพูด”

เขากล่าวขณะหันหลังให้กับต้นซากุระ

ใบหน้าแสนสุขของรินอยู่ที่ชายตาของเขา ฮารุกะหงุดหงิดอีกครั้ง

“ถ้างั้น ฉันจะแสดงภาพที่ไม่เคยเห็นมันก่อนล่ะ?”

“ภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน …?”

“ใช่ เป็นภาพที่พิเศษที่มีแค่พวกเราทั้งสี่เท่านั้นจะเห็นได้!”

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่