ประกันภัยรถยนต์ปีที่ 1 ของผมกำลังจะหมดลงในวันที่ 7 กันยายน ที่จะถึงนี้
โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาผมมีการเคลมทั้งหมด 4 ครั้ง
1. ราวๆเดือน พ.ย. 2555 โดนรถเมล์เฉี่ยวแล้วหนี (เท่ากับไม่มีคู่กรณี) เคาะซ่อมสีบังโคลนหน้า 1 รายการ (บังโคลนหน้าซ้าย)
2. ต้นเดือน ก.พ. 2556 ชนท้ายเสียหาย 3 คัน (รวมรถผม) เนื่องจากเป็นฝ่ายผิด จึงซ่อมทั้ง 3 คัน รวมๆน่าจะ 2-3 แสน เพราะ 1 ในนั้นมี BMW Serie 5 อยู่ด้วย
3. ปลายเดือน เม.ย. 2556 กลับจากต่างจังหวัดโดนหินดีดเป็นแผลจุดเล็กๆ ซ่อมสี 6 รายการ (บังโคลนหน้าซ้ายขวา กันชน ฝากระโปรง สเกิร์ต)
4. ต้นเดือน มิ.ย. 2556 ลอกสติกเกอร์แรลลี่ข้างรถออกแล้วสีหลุดติดมาด้วย ซ่อมสี 2 รายการ (ประตูหลังซ้าย บังโคลนหลังซ้าย)
ตอนแรกผมทำใจไว้แล้วว่าเคลมเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะรายการที่ 2 ที่ประกันจ่ายไปเยอะมาก น่าจะต้องโดนขึ้นเบี้ยแน่นอน ก็เตรียมหาประกันเจ้าใหม่ไว้รอแล้ว
แต่เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม ไฟแนนซ์ผมโทรมาเสนอประกันภัยต่อปีที่ 2 โดยแจ้งราคาที่ผมงงมากคือ ... ลดลงจากปีแรก 2 พันบาท เหลือ 23,xxx บาท
ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเคลมค่อนข้างเยอะ เลยย้ำกับไฟแนนซ์ในการสนทนาทุกครั้ง (ราวๆ 3 ครั้ง) ว่าใช่ราคานี้จริงหรือ
ทางไฟแนนซ์ผมก็ช่วยประสานงานไปทางบริษัทประกันภัยให้ ได้รับคำตอบว่าราคาตามนี้จริงๆ โดยเป็นราคาคำนวนถึง "สิ้นเดือนพฤษภาคม 2556"
(ซึ่งหมายความว่า ณ วันที่ราคานี้ได้ถูกคำนวนออกมา ยังไม่รวมรายการเคลมครั้งที่ 4 แต่รวม 1-3 ที่เคลมไปหลายแสนบาทแล้ว)
หลังจากได้รับการยืนยันจากทางไฟแนนซ์ที่ช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยให้ว่าราคาดังกล่าวคิดโดยรวมการเคลมครั้งที่ 1 - 3 เข้าไปด้วยแล้ว
และในวันที่ผมเอารถไปเคลมตามรายการเคลมครั้งที่ 4 ผมสอบถามกับอู่ได้ความว่าค่าใช้จ่ายที่ส่งไปเก็บกับประกันไม่กี่พันบาท คิดว่าเบี้ยคงขึ้นนิดหน่อย
จึงตัดสินใจต่อประกันปีที่ 2 ไปกับบริษัทประกันภัยเจ้าเดิม แม้จะยังแปลกใจว่า ทำไมราคาลด เพราะเคลมครั้งที่ 2 มันค่อนข้างแพงมาก
โดยแบ่งชำระพร้อมค่างวดรถเป็นจำนวน 5 งวด 6 ส่วน โดยงวดแรกจ่ายจำนวน 2 ส่วน งวดที่ 2-5 จ่ายงวดละ 1 ส่วน
ผมจึงจ่ายงวดแรก (จำนวน 2 ส่วน) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ... 7 วันก่อนที่ประกันปีที่ 1 ของผมจะหมดลง และวางใจว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
แต่เมื่อเย็นวาน จนท. จากไฟแนนซ์โทรมาว่า บริษัทประกันภัยแจ้งราคามาใหม่ โดยรวมรายการเคลมที่ 4 เข้าไปด้วย ที่ราคา .... 42,xxx บาท
ถึงตรงนี้ผม งงเต็กเลยครับ เพราะ 3 รายการแรก เคลมอย่างหนัก รวมๆที่ประกันจ่ายไปน่าจะมี 3 แสน ทำไมประกันคำนวนมาแล้วเบี้ยลดลง แต่พอรวม 1 รายการสุดท้ายเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นการขัดทำสีไม่กี่พันบาท ทำไมพอคำนวนมาราคาถึงได้กระโดดไปหมื่นกว่าบาท
ถ้าให้ผมอธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน คงจะขออธิบายเป็นภาษาง่ายๆคงขออธิบายแบบนี้ละกันนะครับ
"เนื่องจากคุณลูกค้าเคลมไปแค่ 3 แสนกว่าบาท เราเลยใจดีลดเบี้ยให้ 2 พันบาท"
"โอ๊ะ เราพบว่าคุณลูกค้าเคลมเพิ่มไปอีก 4-5 พันบาท งั้นเราขอขึ้นเบี้ยอีก 2 หมื่นบาทนะครับ"
"ขออภัยด้วยที่แจ้งหลังจากคุณลูกค้าชำระเงินเข้ามาแล้ว 8 พันกว่าบาท"
"เราเข้าใจคุณลูกค้าว่าราคาอาจจะสูงไปบ้าง เลยยินดีที่จะแจ้งให้คุณลูกค้าทราบก่อนประกันของคุณลูกค้าหมด 4 วัน"
"หากเมื่อวานคุณลูกค้าไม่รับสาย ติดธุระ ทำงานอยู่ จนเลยวันเสาร์นี้ไปแล้ว เรายินดีจะไปเจอกับคุณลูกค้าที่ศาลให้เสียเวลาเสียเงินเสียทองนะครับ"
มีท่านใดรู้วิธีคำนวนค่าเบี้ยประกันภัยมั้ยครับ ... งง ครับ
โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาผมมีการเคลมทั้งหมด 4 ครั้ง
1. ราวๆเดือน พ.ย. 2555 โดนรถเมล์เฉี่ยวแล้วหนี (เท่ากับไม่มีคู่กรณี) เคาะซ่อมสีบังโคลนหน้า 1 รายการ (บังโคลนหน้าซ้าย)
2. ต้นเดือน ก.พ. 2556 ชนท้ายเสียหาย 3 คัน (รวมรถผม) เนื่องจากเป็นฝ่ายผิด จึงซ่อมทั้ง 3 คัน รวมๆน่าจะ 2-3 แสน เพราะ 1 ในนั้นมี BMW Serie 5 อยู่ด้วย
3. ปลายเดือน เม.ย. 2556 กลับจากต่างจังหวัดโดนหินดีดเป็นแผลจุดเล็กๆ ซ่อมสี 6 รายการ (บังโคลนหน้าซ้ายขวา กันชน ฝากระโปรง สเกิร์ต)
4. ต้นเดือน มิ.ย. 2556 ลอกสติกเกอร์แรลลี่ข้างรถออกแล้วสีหลุดติดมาด้วย ซ่อมสี 2 รายการ (ประตูหลังซ้าย บังโคลนหลังซ้าย)
ตอนแรกผมทำใจไว้แล้วว่าเคลมเยอะขนาดนี้ โดยเฉพาะรายการที่ 2 ที่ประกันจ่ายไปเยอะมาก น่าจะต้องโดนขึ้นเบี้ยแน่นอน ก็เตรียมหาประกันเจ้าใหม่ไว้รอแล้ว
แต่เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคม ไฟแนนซ์ผมโทรมาเสนอประกันภัยต่อปีที่ 2 โดยแจ้งราคาที่ผมงงมากคือ ... ลดลงจากปีแรก 2 พันบาท เหลือ 23,xxx บาท
ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเคลมค่อนข้างเยอะ เลยย้ำกับไฟแนนซ์ในการสนทนาทุกครั้ง (ราวๆ 3 ครั้ง) ว่าใช่ราคานี้จริงหรือ
ทางไฟแนนซ์ผมก็ช่วยประสานงานไปทางบริษัทประกันภัยให้ ได้รับคำตอบว่าราคาตามนี้จริงๆ โดยเป็นราคาคำนวนถึง "สิ้นเดือนพฤษภาคม 2556"
(ซึ่งหมายความว่า ณ วันที่ราคานี้ได้ถูกคำนวนออกมา ยังไม่รวมรายการเคลมครั้งที่ 4 แต่รวม 1-3 ที่เคลมไปหลายแสนบาทแล้ว)
หลังจากได้รับการยืนยันจากทางไฟแนนซ์ที่ช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยให้ว่าราคาดังกล่าวคิดโดยรวมการเคลมครั้งที่ 1 - 3 เข้าไปด้วยแล้ว
และในวันที่ผมเอารถไปเคลมตามรายการเคลมครั้งที่ 4 ผมสอบถามกับอู่ได้ความว่าค่าใช้จ่ายที่ส่งไปเก็บกับประกันไม่กี่พันบาท คิดว่าเบี้ยคงขึ้นนิดหน่อย
จึงตัดสินใจต่อประกันปีที่ 2 ไปกับบริษัทประกันภัยเจ้าเดิม แม้จะยังแปลกใจว่า ทำไมราคาลด เพราะเคลมครั้งที่ 2 มันค่อนข้างแพงมาก
โดยแบ่งชำระพร้อมค่างวดรถเป็นจำนวน 5 งวด 6 ส่วน โดยงวดแรกจ่ายจำนวน 2 ส่วน งวดที่ 2-5 จ่ายงวดละ 1 ส่วน
ผมจึงจ่ายงวดแรก (จำนวน 2 ส่วน) ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ... 7 วันก่อนที่ประกันปีที่ 1 ของผมจะหมดลง และวางใจว่าคงไม่มีปัญหาอะไร
แต่เมื่อเย็นวาน จนท. จากไฟแนนซ์โทรมาว่า บริษัทประกันภัยแจ้งราคามาใหม่ โดยรวมรายการเคลมที่ 4 เข้าไปด้วย ที่ราคา .... 42,xxx บาท
ถึงตรงนี้ผม งงเต็กเลยครับ เพราะ 3 รายการแรก เคลมอย่างหนัก รวมๆที่ประกันจ่ายไปน่าจะมี 3 แสน ทำไมประกันคำนวนมาแล้วเบี้ยลดลง แต่พอรวม 1 รายการสุดท้ายเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นการขัดทำสีไม่กี่พันบาท ทำไมพอคำนวนมาราคาถึงได้กระโดดไปหมื่นกว่าบาท
ถ้าให้ผมอธิบายเป็นภาษาชาวบ้าน คงจะขออธิบายเป็นภาษาง่ายๆคงขออธิบายแบบนี้ละกันนะครับ
"เนื่องจากคุณลูกค้าเคลมไปแค่ 3 แสนกว่าบาท เราเลยใจดีลดเบี้ยให้ 2 พันบาท"
"โอ๊ะ เราพบว่าคุณลูกค้าเคลมเพิ่มไปอีก 4-5 พันบาท งั้นเราขอขึ้นเบี้ยอีก 2 หมื่นบาทนะครับ"
"ขออภัยด้วยที่แจ้งหลังจากคุณลูกค้าชำระเงินเข้ามาแล้ว 8 พันกว่าบาท"
"เราเข้าใจคุณลูกค้าว่าราคาอาจจะสูงไปบ้าง เลยยินดีที่จะแจ้งให้คุณลูกค้าทราบก่อนประกันของคุณลูกค้าหมด 4 วัน"
"หากเมื่อวานคุณลูกค้าไม่รับสาย ติดธุระ ทำงานอยู่ จนเลยวันเสาร์นี้ไปแล้ว เรายินดีจะไปเจอกับคุณลูกค้าที่ศาลให้เสียเวลาเสียเงินเสียทองนะครับ"