สืบเนื่องมาจากกระทู้
http://pantip.com/topic/30925974
เลยมีคนถามมาทั้งหลังไมค์และโทร ให้เมากันเล่น 555
ว่า อาศัยวิธีอะไรแม่นกว่า ? แล้วหยินหยางคืออะไร ?
ตอบว่า การเล่นหุ้นคือกิจกรรมท้าทายแบบหนึ่ง (บางคนว่าไม่ผิดกับการเล่นเกม บ้างว่า คือการพนัน บ้างว่าลงทุน) แต่ส่วนตัวคิดว่า เป็นการลงทุนที่อาศัยกระแสตลาด กระแสตลาดดูจากปริมาณเงินที่เข้ามาและออกไป การเข้าและออก มีผลต่อราคา ราคาที่ไม่สมประกอบทำให้ยืนไม่นาน(ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น) แต่การยืนเหนือราคาเป้าหมายแต่ละคนต่างกัน จึงเกิดการซื้อขายตามใจตนเองคิด และก็มาถึงการแสแสร้งของราคาจากการปั่น การสร้างราคาให้สมจริงจากข่าวจริงข่าวลวง ถ้ามือใหม่ก็ดูยาก แต่มือเก่าบางครั้งก็โดนต้มได้เช่นกัน
จึงเกิดการแสวงเครื่องมือเพื่อใช้ดักตรวจสอบพฤติกรรมราคา ทั้งสูตรที่มาทางหลีกคณิตศาสตร์ และสูตรที่มาจากจิตมวลชน และก็มีพวกคิดสูตรจิตปรุงแต่ง ในที่สุด แต่ละสูตรทั้งปวงก็สู้กับความคิดมนุษย์ที่ลงมือไม่ได้ โดยเฉพาะขาใหญ่ รายใหญ่ สมมติถ้าผมเป็นรายใหญ่ ก็ไม่อยากให้ใครต่อใครเอาหุ้นตัวที่เก็บมาโยนเล่นทุกวัน ทำให้ราคาผันผวน ก็จะมาออกข่าวด้วยหลักการว่า ธุรกิจดีอนาคตแจ๋ว อย่านำมาขาย ช่วยกับเก็บไว้เถิด เพราะการที่ตลาดไม่มีหุ้นตัวที่เราถือออกมาปั่นป่วนราคา เมื่อเวลานานเข้าก็จะมีความต้องการมากขึ้น ราคาก็ขึ้นได้ดีกว่าการเอาของออกมาปั่นป่วน แต่จะมาเชียร์ให้ถือหุ้นที่ตนเองถือก็ออกจะน่าเกียจ ก็เลยต้องบอกให้ทั้งตลาดอย่าทำเช่นนั้นเถิด แล้วก็ให้เกียรติยศว่า หากทำเช่นนั้นจนมีกำไรจะได้ชื่อว่า ... นักลงทุนคุณค่า... มาจากการคิดว่าราคาหุ้นที่ต่ำเมื่อตลาดพานิก น่าซื้อและถือยาว ๆ ต้องได้กำไร ยิ่งยาวนานยิ่งปลอดภัย คำว่าปลอดภัยคือ ราคาตลาดจะสูงกว่าต้นทุนที่ถือ และหากซื้อจำนวนมากก็กำไรเป็นกอบกำ ผมก็เชื่อเช่นนั้น
แต่ความจริงของตลาด ทุกคนที่เข้ามาไม่อาจซื้อหุ้นตัวเดียวเยอะ ๆ เพราะสถานะการเงินต่างกันสิ้นเชิง พอสรุปได้ว่า รายย่อยเงินน้อยและกลัว มีมากกว่ากว่ารายใหญ่เงินเยอะและกล้า สุดท้ายไม่ว่ารายย่อยจะเล่นแบบไหน ก็เสียเปรียบ ไม่ว่า ซื้อแล้วถือยาว (ไม่คุ้มกับความผันผวน แต่แม้จะกำไรก็ไม่เป็นกอบกำ เช่นซื้อ 5 หมื่นบาท จะกำไร 10 ล้านในเวลา ไม่เกิน 3 ปี คงยากสสสสส์ นอกจากซื้อ หลายล้านบาทและโชคดี เจอตัววิ่งพอดี ไม่ให้รอนานจนเหงือกแห้ง นั่นคืออีกกรณีหนึง หรือแม้หุ้นที่ใคร ๆ บอกว่า เน่าแน่แน่ ลองดูจากสถิติ 10 ปี 20 ปี หุ้นเน่าหลายตัว แซงกำไรกว่าหุ้นปัจจัยเยอะ )
สรุป ไม่มีวิธีดีที่สุด แต่มีวิธีที่เหมาะกับตัวเราเอง ตามสถานะการเงินของตนเองด้วย ค้นหาต่อไปเถิดเพื่อนชาวหุ้น และเก็บวิธีนั้นไว้ เรื่องกราฟ 40 กว่าเครื่องมือ ก็เป็นสูตรที่เขาใช้กันมานาน แต่ก็ยังใช้ได้ เพราะจิตมนุษย์ยังติดกิเลสมาตลอด หลายหมื่นปี
หยินหยางก็เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่เมืองอื่นเขาใช้มานาน แต่วิชานี้เริ่มจากการดูธรรมชาติ สุดท้ายที่โด่งดังเมื่อหลายพันปีคือการคาดคะเนธรรมชาติ และไม่ี่ร้อยปีมาก็มีคนเอามาทาง โหราศาสตร์ แต่วงการหุ้นก็มีนำมาใช้คาดคะเนความสมดุลย์เพื่อใช้จัดพอรต ที่สำคัญคือสถิติความถูกต้องมากน้อยน่าพึงใจต่างหาก
ส่วนกราฟเทคนิคทุกชนิดก็เหมือนหมอดูแหละ เพียงแต่คิดโดยตะวันตกที่ชาวตะวันออกยกย่องว่าเขาเจริญกว่าเรา ก็ยอมเชื่อ ยอมสยบ ซึ่งความจริงก็คือสูตรแบบหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ความแม่นยำก็เริ่มเสื่อม ไม่ต่างจากหมอดูหมอเดาเช่นกัน
ค้นหาต่อไปเพื่อนชาวหุ้นรายย่อย กระโดดตนเองออกจากกรอบคิดเดิมบางอย่าง แล้วท่านจะมองเห็นตรรกะตลาดหุ้น ไม่ต้องไปตามแบบใคร idol ที่เรารู้จักเขาอาจรวยจากบางอย่างที่ ชาตินี้เราทำตามไม่ได้ผล ต้องรออีกหลายชาติกระมัง แต่ความลับย่อมไม่ถูกเปิดเผย เพราะคนอื่นทำไม่ได้ idol ทำได้คนเดียวที่จะได้ถึงจุดสูงสุดเท่านั้น คนอื่นก็แค่งั้น ๆ จงยอมรับตนเองและสัจจะตลาด แล้วสะสมกำไรแต่น้อยนิดนั้นไม่ให้สูญไป นานเข้าเราก็มียอดกำไรน่าพอใจเช่นกัน
หลายท่านบอกว่า ก่อนเป็น นักลงทุนคุณค่า
เล่นหุ้นคือการคาดเดาอนาคต วิธีคาดเดามีทั้งหลักวิทยาศาสตร์และหลักจิตศาสตร์
เลยมีคนถามมาทั้งหลังไมค์และโทร ให้เมากันเล่น 555
ว่า อาศัยวิธีอะไรแม่นกว่า ? แล้วหยินหยางคืออะไร ?
ตอบว่า การเล่นหุ้นคือกิจกรรมท้าทายแบบหนึ่ง (บางคนว่าไม่ผิดกับการเล่นเกม บ้างว่า คือการพนัน บ้างว่าลงทุน) แต่ส่วนตัวคิดว่า เป็นการลงทุนที่อาศัยกระแสตลาด กระแสตลาดดูจากปริมาณเงินที่เข้ามาและออกไป การเข้าและออก มีผลต่อราคา ราคาที่ไม่สมประกอบทำให้ยืนไม่นาน(ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น) แต่การยืนเหนือราคาเป้าหมายแต่ละคนต่างกัน จึงเกิดการซื้อขายตามใจตนเองคิด และก็มาถึงการแสแสร้งของราคาจากการปั่น การสร้างราคาให้สมจริงจากข่าวจริงข่าวลวง ถ้ามือใหม่ก็ดูยาก แต่มือเก่าบางครั้งก็โดนต้มได้เช่นกัน
จึงเกิดการแสวงเครื่องมือเพื่อใช้ดักตรวจสอบพฤติกรรมราคา ทั้งสูตรที่มาทางหลีกคณิตศาสตร์ และสูตรที่มาจากจิตมวลชน และก็มีพวกคิดสูตรจิตปรุงแต่ง ในที่สุด แต่ละสูตรทั้งปวงก็สู้กับความคิดมนุษย์ที่ลงมือไม่ได้ โดยเฉพาะขาใหญ่ รายใหญ่ สมมติถ้าผมเป็นรายใหญ่ ก็ไม่อยากให้ใครต่อใครเอาหุ้นตัวที่เก็บมาโยนเล่นทุกวัน ทำให้ราคาผันผวน ก็จะมาออกข่าวด้วยหลักการว่า ธุรกิจดีอนาคตแจ๋ว อย่านำมาขาย ช่วยกับเก็บไว้เถิด เพราะการที่ตลาดไม่มีหุ้นตัวที่เราถือออกมาปั่นป่วนราคา เมื่อเวลานานเข้าก็จะมีความต้องการมากขึ้น ราคาก็ขึ้นได้ดีกว่าการเอาของออกมาปั่นป่วน แต่จะมาเชียร์ให้ถือหุ้นที่ตนเองถือก็ออกจะน่าเกียจ ก็เลยต้องบอกให้ทั้งตลาดอย่าทำเช่นนั้นเถิด แล้วก็ให้เกียรติยศว่า หากทำเช่นนั้นจนมีกำไรจะได้ชื่อว่า ... นักลงทุนคุณค่า... มาจากการคิดว่าราคาหุ้นที่ต่ำเมื่อตลาดพานิก น่าซื้อและถือยาว ๆ ต้องได้กำไร ยิ่งยาวนานยิ่งปลอดภัย คำว่าปลอดภัยคือ ราคาตลาดจะสูงกว่าต้นทุนที่ถือ และหากซื้อจำนวนมากก็กำไรเป็นกอบกำ ผมก็เชื่อเช่นนั้น
แต่ความจริงของตลาด ทุกคนที่เข้ามาไม่อาจซื้อหุ้นตัวเดียวเยอะ ๆ เพราะสถานะการเงินต่างกันสิ้นเชิง พอสรุปได้ว่า รายย่อยเงินน้อยและกลัว มีมากกว่ากว่ารายใหญ่เงินเยอะและกล้า สุดท้ายไม่ว่ารายย่อยจะเล่นแบบไหน ก็เสียเปรียบ ไม่ว่า ซื้อแล้วถือยาว (ไม่คุ้มกับความผันผวน แต่แม้จะกำไรก็ไม่เป็นกอบกำ เช่นซื้อ 5 หมื่นบาท จะกำไร 10 ล้านในเวลา ไม่เกิน 3 ปี คงยากสสสสส์ นอกจากซื้อ หลายล้านบาทและโชคดี เจอตัววิ่งพอดี ไม่ให้รอนานจนเหงือกแห้ง นั่นคืออีกกรณีหนึง หรือแม้หุ้นที่ใคร ๆ บอกว่า เน่าแน่แน่ ลองดูจากสถิติ 10 ปี 20 ปี หุ้นเน่าหลายตัว แซงกำไรกว่าหุ้นปัจจัยเยอะ )
สรุป ไม่มีวิธีดีที่สุด แต่มีวิธีที่เหมาะกับตัวเราเอง ตามสถานะการเงินของตนเองด้วย ค้นหาต่อไปเถิดเพื่อนชาวหุ้น และเก็บวิธีนั้นไว้ เรื่องกราฟ 40 กว่าเครื่องมือ ก็เป็นสูตรที่เขาใช้กันมานาน แต่ก็ยังใช้ได้ เพราะจิตมนุษย์ยังติดกิเลสมาตลอด หลายหมื่นปี
หยินหยางก็เป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่เมืองอื่นเขาใช้มานาน แต่วิชานี้เริ่มจากการดูธรรมชาติ สุดท้ายที่โด่งดังเมื่อหลายพันปีคือการคาดคะเนธรรมชาติ และไม่ี่ร้อยปีมาก็มีคนเอามาทาง โหราศาสตร์ แต่วงการหุ้นก็มีนำมาใช้คาดคะเนความสมดุลย์เพื่อใช้จัดพอรต ที่สำคัญคือสถิติความถูกต้องมากน้อยน่าพึงใจต่างหาก
ส่วนกราฟเทคนิคทุกชนิดก็เหมือนหมอดูแหละ เพียงแต่คิดโดยตะวันตกที่ชาวตะวันออกยกย่องว่าเขาเจริญกว่าเรา ก็ยอมเชื่อ ยอมสยบ ซึ่งความจริงก็คือสูตรแบบหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ความแม่นยำก็เริ่มเสื่อม ไม่ต่างจากหมอดูหมอเดาเช่นกัน
ค้นหาต่อไปเพื่อนชาวหุ้นรายย่อย กระโดดตนเองออกจากกรอบคิดเดิมบางอย่าง แล้วท่านจะมองเห็นตรรกะตลาดหุ้น ไม่ต้องไปตามแบบใคร idol ที่เรารู้จักเขาอาจรวยจากบางอย่างที่ ชาตินี้เราทำตามไม่ได้ผล ต้องรออีกหลายชาติกระมัง แต่ความลับย่อมไม่ถูกเปิดเผย เพราะคนอื่นทำไม่ได้ idol ทำได้คนเดียวที่จะได้ถึงจุดสูงสุดเท่านั้น คนอื่นก็แค่งั้น ๆ จงยอมรับตนเองและสัจจะตลาด แล้วสะสมกำไรแต่น้อยนิดนั้นไม่ให้สูญไป นานเข้าเราก็มียอดกำไรน่าพอใจเช่นกัน
หลายท่านบอกว่า ก่อนเป็น นักลงทุนคุณค่า