เข้าไปอ่านบทความวิจารณ์ภาษาอังกฤษของ The Wind Rises โดยเว็บไซต์ The Playlist แบบเต็มๆได้ที่ลิ้งก์นี้เลยครับ >>>
http://blogs.indiewire.com/theplaylist/venice-review-hayao-miyazakis-the-wind-rises-20130901
สรุปเนื้อหาบางส่วนของบทวิจารณ์ชิ้นนี้ อาจมีแปลผิดแปลถูกบ้างก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ...
"The 72-year-old Studio Ghibli mastermind has made his name with fantastical fables from "Laputa: Castle In The Sky," through his mainstream breakthrough in the West with "Princess Mononoke" and the Oscar-nominated "Spirited Away" to his most recent picture, "Ponyo." But he's never directed a film like "The Wind Rises'" a biographical period drama that has a few flights of fancy, but is otherwise a grounded and very personal tale of aircraft design, the oncoming storm, and doomed love. And yet, it's a film that wouldn't work in any medium but animation."
สำหรับผู้กำกับวัย 72 ผู้เคยกำกับแต่แอนิเมชั่นแนวแฟนตาซีอย่าง Miyazaki แล้ว The Wind Rises หนังชีวประวัติที่มีความเป็นแฟนตาซีอยู่เพียงผิวเพินและมีเนื้อหาที่ว่าด้วยความรักในการออกแบบเครื่องบิน,ไฟสงคราม,และโศกนาฏกรรมความรักนั้นถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นในแบบที่ Miyazaki ไม่เคยทำมาก่อน แต่ถึงหนังเรื่องนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังชีวประวัติ มันก็เป็นหนังชีวประวัติประเภทที่ต้องถูกสร้างเป็นแอนิเมชั่นเท่านั้นถึงจะออกมาเวิร์ค
"Instead, the story Miyazaki tells here is that of a fairly straight-ahead biopic. In fact, for much of the first half, it's quite a niche biopic at that -- the director is quite the aviation buff, as his previous work might suggest, and he goes into a fair bit of detail on the ins and outs of aircraft design. It's never quite alienating through, Miyazaki careful to show and explain what's what, so while his fellow airplane nerds may get the most out of these early scenes, it's still insightful and interesting to the layman."
ด้วยความที่ Miyazaki ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่บ้าเครื่องบินมากคนหนึ่ง(ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเมื่อดูจากผลงานแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องของเขาที่มักจะมีเครื่องบินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของเรื่องอย่าง Castle in the Sky, Porco Rosso) ครึ่งแรกของหนังจึงขับเน้นไปด้วยรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องบิน(อ่านตรงนี้แล้วผมนึกถึงหนังชีวประวัติ Howard Hughes เรื่อง The Aviator ของผกก. Martin Scorsese ที่มี Leonardo DiCaprio รับบทเป็น Hughes) แต่ Miyazaki ก็อธิบายสิ่งต่างๆกับคนดูมากพอที่จะทำให้คนดูที่ไม่ใช่โอตาคุเครื่องบินแบบตัวเขาเองสามารถเข้าใจและสนุกไปกับครึ่งแรกของหนังได้
"The parallels presumably don't extend to the second half, when Jiro reconnects with Naoko, and the genre switches up, at least in part, to a love story. It's restrained, delicate stuff, almost low-key, but certainly packs an emotional punch. Without resorting to fireworks, a wedding sequence late on is one of the most beautiful things the director's ever put on screen."
ครึ่งหลังของหนังจะเน้นความสัมพันธ์ของ Jiro และ Naoko คู่พระ-นางของเรื่องเป็นหลัก ทำให้ครึ่งหลังของหนังให้อารมณ์เหมือนหนังรักมากกว่าครึ่งแรกที่ให้อารมณ์แบบหนังชีวประวัติ แต่ถึงกระนั้น Miyazaki ก็เลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวความรักของคู่พระ-นางของหนังให้ออกมาไม่เลี่ยน ไม่หวือหวา แต่ก็ยังอ่อนหวานและลึกซึ้งกินใจ ฉากแต่งงานของคู่พระ-นางตอนช่วงท้ายของหนังคือหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดเท่าที่ Miyazaki เคยกำกับมา
"And while this is mostly something set in the real world, this isn't a film that could ever be told in live action. From the way that the planes are subtly anthropomorphized to the giant crowd scenes to the subtle heightening of everything from a bravura earthquake sequence to the wind of the title, all of the skills that Miyazaki and his Ghibli animators have accumulated over the years are on full display here, and few films this year will treat the eyes better."
หนังเรื่องนี้อาจมีฉากหลังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็จริง แต่นี่ก็ยังเป็นหนังที่ไม่มีทางถูกสร้างออกมาให้เป็นหนังคนแสดงได้ องค์ประกอบหลายๆอย่างของหนังเช่นดีไซน์เครื่องบินอันแปลกตาหรือฉากแผ่นดินไหวอันสุดตระการตานั้นจะมีได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในหนังแอนิเมชั่นเท่านั้น นี่จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Miyazaki และทีมแอนิเมเตอร์ของเขาแสดงประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหลายปีได้อย่างน่าดูชมบนแผ่นฟิล์ม ปีนี้คงยากยิ่งที่จะมีหนังเรื่องไหนน่าตื่นตาตื่นใจได้เท่ากับเรื่องนี้
"It might not be the director's most immediately accessible films, but it's among his most fascinating and beguiling."
The Wind Rises อาจไม่ใช่หนังที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของ Miyazaki แต่มันก็ยังเป็นหนึ่งในผลงานภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่น่าหลงใหลที่สุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

ป.ล. แอบโปรโมทนิดนึง ล่าสุดผมเพิ่งลองเปิดเพจบนเฟสบุ๊คดูครับ ใช้ชื่อเพจว่า“แอปเปิ้ล๑๐๑” เป็นเพจคุย(บ่น)เรื่องหนัง+เพลงแบบตามใจฉัน ทุกๆท่านลองเข้าไปชม+กดไลค์กันได้ตามสะดวกเลยนะครับ ตามลิ้งก์นี้เลยครับ >>>
https://www.facebook.com/pages/แอปเปิ้ล๑๐๑/574750432571474?fref=ts
ส่งตรงจากเวนิส รีวิวแรกของ The Wind Rises หนังใหม่ของผกก. Hayao Miyazaki แห่งสตูดิโอจิบลิโดยเว็บไซต์ The Playlist มาแล้ว
สรุปเนื้อหาบางส่วนของบทวิจารณ์ชิ้นนี้ อาจมีแปลผิดแปลถูกบ้างก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ...
"The 72-year-old Studio Ghibli mastermind has made his name with fantastical fables from "Laputa: Castle In The Sky," through his mainstream breakthrough in the West with "Princess Mononoke" and the Oscar-nominated "Spirited Away" to his most recent picture, "Ponyo." But he's never directed a film like "The Wind Rises'" a biographical period drama that has a few flights of fancy, but is otherwise a grounded and very personal tale of aircraft design, the oncoming storm, and doomed love. And yet, it's a film that wouldn't work in any medium but animation."
สำหรับผู้กำกับวัย 72 ผู้เคยกำกับแต่แอนิเมชั่นแนวแฟนตาซีอย่าง Miyazaki แล้ว The Wind Rises หนังชีวประวัติที่มีความเป็นแฟนตาซีอยู่เพียงผิวเพินและมีเนื้อหาที่ว่าด้วยความรักในการออกแบบเครื่องบิน,ไฟสงคราม,และโศกนาฏกรรมความรักนั้นถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นในแบบที่ Miyazaki ไม่เคยทำมาก่อน แต่ถึงหนังเรื่องนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นหนังชีวประวัติ มันก็เป็นหนังชีวประวัติประเภทที่ต้องถูกสร้างเป็นแอนิเมชั่นเท่านั้นถึงจะออกมาเวิร์ค
"Instead, the story Miyazaki tells here is that of a fairly straight-ahead biopic. In fact, for much of the first half, it's quite a niche biopic at that -- the director is quite the aviation buff, as his previous work might suggest, and he goes into a fair bit of detail on the ins and outs of aircraft design. It's never quite alienating through, Miyazaki careful to show and explain what's what, so while his fellow airplane nerds may get the most out of these early scenes, it's still insightful and interesting to the layman."
ด้วยความที่ Miyazaki ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่บ้าเครื่องบินมากคนหนึ่ง(ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเมื่อดูจากผลงานแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องของเขาที่มักจะมีเครื่องบินเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของเรื่องอย่าง Castle in the Sky, Porco Rosso) ครึ่งแรกของหนังจึงขับเน้นไปด้วยรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับการออกแบบเครื่องบิน(อ่านตรงนี้แล้วผมนึกถึงหนังชีวประวัติ Howard Hughes เรื่อง The Aviator ของผกก. Martin Scorsese ที่มี Leonardo DiCaprio รับบทเป็น Hughes) แต่ Miyazaki ก็อธิบายสิ่งต่างๆกับคนดูมากพอที่จะทำให้คนดูที่ไม่ใช่โอตาคุเครื่องบินแบบตัวเขาเองสามารถเข้าใจและสนุกไปกับครึ่งแรกของหนังได้
"The parallels presumably don't extend to the second half, when Jiro reconnects with Naoko, and the genre switches up, at least in part, to a love story. It's restrained, delicate stuff, almost low-key, but certainly packs an emotional punch. Without resorting to fireworks, a wedding sequence late on is one of the most beautiful things the director's ever put on screen."
ครึ่งหลังของหนังจะเน้นความสัมพันธ์ของ Jiro และ Naoko คู่พระ-นางของเรื่องเป็นหลัก ทำให้ครึ่งหลังของหนังให้อารมณ์เหมือนหนังรักมากกว่าครึ่งแรกที่ให้อารมณ์แบบหนังชีวประวัติ แต่ถึงกระนั้น Miyazaki ก็เลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวความรักของคู่พระ-นางของหนังให้ออกมาไม่เลี่ยน ไม่หวือหวา แต่ก็ยังอ่อนหวานและลึกซึ้งกินใจ ฉากแต่งงานของคู่พระ-นางตอนช่วงท้ายของหนังคือหนึ่งในฉากที่งดงามที่สุดเท่าที่ Miyazaki เคยกำกับมา
"And while this is mostly something set in the real world, this isn't a film that could ever be told in live action. From the way that the planes are subtly anthropomorphized to the giant crowd scenes to the subtle heightening of everything from a bravura earthquake sequence to the wind of the title, all of the skills that Miyazaki and his Ghibli animators have accumulated over the years are on full display here, and few films this year will treat the eyes better."
หนังเรื่องนี้อาจมีฉากหลังอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็จริง แต่นี่ก็ยังเป็นหนังที่ไม่มีทางถูกสร้างออกมาให้เป็นหนังคนแสดงได้ องค์ประกอบหลายๆอย่างของหนังเช่นดีไซน์เครื่องบินอันแปลกตาหรือฉากแผ่นดินไหวอันสุดตระการตานั้นจะมีได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในหนังแอนิเมชั่นเท่านั้น นี่จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ Miyazaki และทีมแอนิเมเตอร์ของเขาแสดงประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดหลายปีได้อย่างน่าดูชมบนแผ่นฟิล์ม ปีนี้คงยากยิ่งที่จะมีหนังเรื่องไหนน่าตื่นตาตื่นใจได้เท่ากับเรื่องนี้
"It might not be the director's most immediately accessible films, but it's among his most fascinating and beguiling."
The Wind Rises อาจไม่ใช่หนังที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของ Miyazaki แต่มันก็ยังเป็นหนึ่งในผลงานภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่น่าหลงใหลที่สุดของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
ป.ล. แอบโปรโมทนิดนึง ล่าสุดผมเพิ่งลองเปิดเพจบนเฟสบุ๊คดูครับ ใช้ชื่อเพจว่า“แอปเปิ้ล๑๐๑” เป็นเพจคุย(บ่น)เรื่องหนัง+เพลงแบบตามใจฉัน ทุกๆท่านลองเข้าไปชม+กดไลค์กันได้ตามสะดวกเลยนะครับ ตามลิ้งก์นี้เลยครับ >>> https://www.facebook.com/pages/แอปเปิ้ล๑๐๑/574750432571474?fref=ts