การเดินทางบางทีมันช่วยขัดเกลาจิดใจของเราดี
ปีที่แล้วก่อนวันหยุดปีใหม่ไม่กี่วัน
เราเดินทางโดยรถทัวร์ในต่างจังหวัดข้ามเมือง ทำให้เรารู้สึกว่าโลกมันยังกว้าง และ จิตใจก็ต้องพัฒนาไปกว่านี้
เนื่องจากเราไปเที่ยวปายกับพี่เราเอง และต้องการเดินทางจากอำเภอปาย ไปสถานีรถที่แม่ฮ่องสอน(แทนที่จะไปเชียงใหม่)
..รถที่เหลืออยู่คือรถทัวร์ไม่มีแอร์ แถมเป็นรถที่ค่อนข้างแน่นพอสมควร ในใจเราคิดอย่างนึงว่า จะทำอย่างไรดีหนอที่จะได้นั่ง เพราะรถต้องวิ่ง 3-4 ชั่วโมงแน่ะ
แต่สุดท้ายแค่ที่ยืนยังแทบจะไม่มีเลย ป้ายแล้วป้ายเล่า คนก็ลงไปบ้าง บวกกับเวลารถออกตัว เบรกไปเบรกมา มันก็พอยืนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
พอคนเริ่มน้อย เราเริ่มเห็นคนอื่นมากขึ้น เห็นคนอื่นมากกว่าตัวเองแล้วคราวนี้
เห็นเด็กนักเรียนม.ปลายที่พยายามเดินทางไปอำเภอเมือง เพื่อที่จะไปเรียนต่อ
เด็กม.ต้น3คนที่กลับมาเยี่ยมบ้านที่หมู่บ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปี และกำลังจะกลับไปโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน
เราเริ่มเห็นว่าน้องผู้หญิงคนนึง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาม..เค้าจะไม่ไหวแล้วล่ะเมารถ โค้งเยอะ และ อีกอย่างรถก็ร้อนพอควร และก็เค้าก็ยังเด็กอยู่ เรารู้สึกว่าเราก็หายเมื่อยไปบ้างนะ ความต้องการอยากได้นั่งก็หายไปบ้าง รู้สึกแค่ว่าจะทำอย่างไรดีให้เด็กคนนี้เค้าได้นั่งดีนะ
เรายืนอยู่ข้างหลังรถ ก็จะเห็นว่ามีใครนั่งอยู่บ้าง เราก็เลยตัดสินใจสะกิดฝรั่งที่นั่งอยู่ (คิดอยู่นามาก) บอกว่ายู รบกวนให้เด็กคนนึ้เค้านั่งหน่อยสักสิบห้านาที เหมือนเค้าจะไม่สบายนะ ฝรั่งผู้ชายคนนี้เค้านั่งอยู่กับแฟนเค้า ก็รีบลุกให้นั่งเลย และก็บอกให้เค้านั่งไปเรื่อยๆ ได้เลย น้องเค้าดีใจนะ ดูจากหน้าตาแล้ว ...เราก็ดีใจไปด้วย
รถวิ่งไป ก็เลยเกิดการคุยกัน ฝรั่งก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ เค้ามาทำสมาธิ meditation ที่วัดแห่งนึงแถวแม่ฮ่องสอน ปกติเค้าอยู่ประเทศเค้าทำอาชีพส่วนตัวจัดงานอีเว้นต์คอนเสิร์ต์ต่างๆ คุยไปสัพเพเหระ พอฝรั่งลงไปก็ได้คุยกับน้องเค้า น้องเค้าไม่มีสัญชาติไทย กลับบ้านไปคราวนี้3คน เพราะจะกลับไปทำเรื่องขอสัญชาติไทย ฟังแล้วรู้สึกเศร้าแทนน้องเค้าตรงนี้แหละ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีสัญชาติไทย ที่เห็นได้ชัดเลยคือ มีคนมาตรวจบัตรประชาชน น้องเค้าก็เลยไห้ใบนักเรียนไป ซึ่งก็ใช้ได้นะ แต่ไม่รู้โอกาสทางการศึกษาน้องๆเค้า จะมีถึงเมื่อไรนี่สิ
เรื่องนี้มันตั้งแต่ปลายปีที่แล้วล่ะ พอดีเมื่อวานทำให้เราได้กลับมานึกถึงอีกครั้ง เพราะ
เมื่อวานเราขึ้นรถเมล์ มีที่นั่งเหลืออยู่หนึ่งที่ มีเรากับอีกคนนึงกำลังคิดจะนั่งที่ที่เดียวกัน... เราก็เลยให้เค้านั่ง เค้ายิ้มให้เรานิดนึง เราว่ามันอิ่มกว่านะ
และเราก็หวังว่าวันนึงเราคงจะได้ช่วยอะไรน้องเค้าบ้างเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของเค้า
ปีนี้เราก็กะจะไปเดินทางอีก..
นี่มั้งที่เป็นเหตุผลที่เราอยากออกเดินทาง
ปีที่แล้วก่อนวันหยุดปีใหม่ไม่กี่วัน
เราเดินทางโดยรถทัวร์ในต่างจังหวัดข้ามเมือง ทำให้เรารู้สึกว่าโลกมันยังกว้าง และ จิตใจก็ต้องพัฒนาไปกว่านี้
เนื่องจากเราไปเที่ยวปายกับพี่เราเอง และต้องการเดินทางจากอำเภอปาย ไปสถานีรถที่แม่ฮ่องสอน(แทนที่จะไปเชียงใหม่)
..รถที่เหลืออยู่คือรถทัวร์ไม่มีแอร์ แถมเป็นรถที่ค่อนข้างแน่นพอสมควร ในใจเราคิดอย่างนึงว่า จะทำอย่างไรดีหนอที่จะได้นั่ง เพราะรถต้องวิ่ง 3-4 ชั่วโมงแน่ะ
แต่สุดท้ายแค่ที่ยืนยังแทบจะไม่มีเลย ป้ายแล้วป้ายเล่า คนก็ลงไปบ้าง บวกกับเวลารถออกตัว เบรกไปเบรกมา มันก็พอยืนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
พอคนเริ่มน้อย เราเริ่มเห็นคนอื่นมากขึ้น เห็นคนอื่นมากกว่าตัวเองแล้วคราวนี้
เห็นเด็กนักเรียนม.ปลายที่พยายามเดินทางไปอำเภอเมือง เพื่อที่จะไปเรียนต่อ
เด็กม.ต้น3คนที่กลับมาเยี่ยมบ้านที่หมู่บ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านมา 3 ปี และกำลังจะกลับไปโรงเรียนที่แม่ฮ่องสอน
เราเริ่มเห็นว่าน้องผู้หญิงคนนึง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาม..เค้าจะไม่ไหวแล้วล่ะเมารถ โค้งเยอะ และ อีกอย่างรถก็ร้อนพอควร และก็เค้าก็ยังเด็กอยู่ เรารู้สึกว่าเราก็หายเมื่อยไปบ้างนะ ความต้องการอยากได้นั่งก็หายไปบ้าง รู้สึกแค่ว่าจะทำอย่างไรดีให้เด็กคนนี้เค้าได้นั่งดีนะ
เรายืนอยู่ข้างหลังรถ ก็จะเห็นว่ามีใครนั่งอยู่บ้าง เราก็เลยตัดสินใจสะกิดฝรั่งที่นั่งอยู่ (คิดอยู่นามาก) บอกว่ายู รบกวนให้เด็กคนนึ้เค้านั่งหน่อยสักสิบห้านาที เหมือนเค้าจะไม่สบายนะ ฝรั่งผู้ชายคนนี้เค้านั่งอยู่กับแฟนเค้า ก็รีบลุกให้นั่งเลย และก็บอกให้เค้านั่งไปเรื่อยๆ ได้เลย น้องเค้าดีใจนะ ดูจากหน้าตาแล้ว ...เราก็ดีใจไปด้วย
รถวิ่งไป ก็เลยเกิดการคุยกัน ฝรั่งก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ เค้ามาทำสมาธิ meditation ที่วัดแห่งนึงแถวแม่ฮ่องสอน ปกติเค้าอยู่ประเทศเค้าทำอาชีพส่วนตัวจัดงานอีเว้นต์คอนเสิร์ต์ต่างๆ คุยไปสัพเพเหระ พอฝรั่งลงไปก็ได้คุยกับน้องเค้า น้องเค้าไม่มีสัญชาติไทย กลับบ้านไปคราวนี้3คน เพราะจะกลับไปทำเรื่องขอสัญชาติไทย ฟังแล้วรู้สึกเศร้าแทนน้องเค้าตรงนี้แหละ ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรถ้าไม่มีสัญชาติไทย ที่เห็นได้ชัดเลยคือ มีคนมาตรวจบัตรประชาชน น้องเค้าก็เลยไห้ใบนักเรียนไป ซึ่งก็ใช้ได้นะ แต่ไม่รู้โอกาสทางการศึกษาน้องๆเค้า จะมีถึงเมื่อไรนี่สิ
เรื่องนี้มันตั้งแต่ปลายปีที่แล้วล่ะ พอดีเมื่อวานทำให้เราได้กลับมานึกถึงอีกครั้ง เพราะ
เมื่อวานเราขึ้นรถเมล์ มีที่นั่งเหลืออยู่หนึ่งที่ มีเรากับอีกคนนึงกำลังคิดจะนั่งที่ที่เดียวกัน... เราก็เลยให้เค้านั่ง เค้ายิ้มให้เรานิดนึง เราว่ามันอิ่มกว่านะ
และเราก็หวังว่าวันนึงเราคงจะได้ช่วยอะไรน้องเค้าบ้างเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติของเค้า
ปีนี้เราก็กะจะไปเดินทางอีก..