เที่ยวหาดใหญ่รอบนี้ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไร เป็นการเที่ยวและช้อปตามลายแทงของคนอื่นๆ ที่เคยมารีวิวไว้ค่ะ
ถ้าจะแตกต่างก็คงเป็นเพราะว่าเราอยู่สิงคโปร์เลยเดินทางจากสิงคโปร์ไปหาดใหญ่คราวนี้เดินทางด้วยรถบัสค่ะ
อยากสัมผัสบรรยากาศของการนั่งรถบัสออกจากสิงคโปร์ดู นั่งไปหาดใหญ่เลยก็นานสะใจดี คราวนี้ฉายเดี่ยว
ทิ้งลูกกับสามีไว้ที่บ้าน ขอเป็นสาวโสดซักสองวันหนึ่งคืนแล้วกันนะ 555
ก่อนเดินทางเราก็ต้องจองตั๋วก่อน งวดนี้ตั้งใจมากๆ ว่าจะไปด้วยรถบัส จริงๆ ถ้าใครที่มาเที่ยวสิงคโปร์แล้วนึกสนุกอยากนั่งรถบัสกลับ
ก็สามารถจองตั๋วออนไลน์ได้เลย อย่างตั๋วรถที่จองก็เป็นของบริษัท konsortium ของบริษัทนี้รถจะออกสองทุ่มครึ่ง
ถึงหาดใหญ่ก็ประมาณ 10.30 ของวันรุ่งขึ้น เลิกงานกลับบ้านเก็บของมาขึ้นรถทัน ค่าตั๋วเบ็ดเสร็จ 44 เหรียญสิงคโปร์
คิดเปิดเงินไทยประมาณ 1,056 บาท จองเสร็จปรินท์ตั๋วมาเช็คอินกับบริษัทที่ตึก golden mile tower (beach road)
เราก็จะได้ตั๋วรถใบสีชมพูเล็กๆ มา จงเก็บไว้ให้ดี ถ้าจองอีกที มีส่วนลดให้ด้วย(อันนี้พี่ที่เค้าเคยใช้บริการบอกมา แต่บอกเรา
ช้าไป เราทิ้งไปซะแล้ว)

จากนั้นก็เตรียมตัวขึ้นรถ เลยขอชักภาพซักหน่อย (ไม่ได้ถ่ายภาพรถเต็มคันนะคะ ลืมจริงๆ แถมใช้ไอโฟนถ่ายด้วยคุณภาพเท่าที่เห็นค่ะ)

นั่งตูดยังไม่ทันอุ่นประมาณยี่สิบนาทีกว่าๆ รถก็มาถึงตม.สิงคโปร์ค่ะ รถจะจอดข้างหน้าพอดีเราเข้าไปจัดการธุระซะให้เรียบร้อย
พอออกมาก็จะเจอท่าเทียบรถบัส เราก็เดินไปขึ้นได้เลย

ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่ารถบัสที่ไทยเราสุขสบายที่สุดแล้ว เพราะที่นี่เค้าให้แค่น้ำขวดเดียวก่อนขึ้นรถ และรถก็ไม่มีห้องน้ำค่ะ
ดังนั้นรถก็จะจอดให้เข้าห้องน้ำเป็นระยะ และจอดให้ทานข้าวสองรอบ ประมาณห้าทุ่มรอบนึง และตอนเช้าๆ อีกรอบนึง
เราเลยแทบไม่แตะน้ำ ไม่ค่อยอยากเข้าห้องน้ำเท่าไหร่ นอนเอาแรงดีกว่า ดีว่าเบาะที่นั่งมันปรับเอนให้นอนได้เลย หลับปุ๋ย
ตื่นมาตอนเช้าก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายสภาพรถถ่ายซะหน่อยแล้วกัน

พอรถถึงด่านที่สะเดา(สงขลา)เราก็ลงไปทำธุระที่ตม.เหมือนเดิม แต่คราวนี้รถไม่ได้มารอรับตรงทางออกตม.เหมือนด่านที่แล้วมา
เพราะรถบัสจะไปจอดที่ลานจอดรถ ถ้าเราแสตมป์พาสปอร์ตเสร็จแล้วก็ให้เดินตรงมาแล้วเลี้ยวซ้ายไปที่ลานจอดรถนะคะ
ปล.ไม่ได้ถ่ายรูปตอนนี้ เพราะเราเกือบหารถไม่เจอ วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถ ท่ามกลางสายตาคนจีนสิงคโปร์ที่มองเราแบบ
แกจะช้าไปไหน ขอโทษค่าาาาาา
และแล้วรถก็มาถึงหาดใหญ่ซักที รถของบริษัทนี้จะมาจอดให้ที่ข้างลีการ์เดนท์ค่ะ สะดวกดี
เอาล่ะต่อไปนี้จะเป็นการรีวิวการกินแล้วนะคะ ดูซิว่า สิบโมงครึ่งของวันศุกร์ถึงเที่ยงของวันเสาร์เราจะกินอะไรได้บ้าง
พอลงจากรถจุดมุ่งหมายแรกที่จะไปคือก๋วยเตี๋ยวเรือเฉินหลง อุตส่าห์เก็บท้องไม่กินข้าวเช้าเพื่อการนี้แหละ
แถมร้านก็อยู่ใกล้จุดที่เราลงรถมากๆด้วย จากด้านข้างของลีการ์เดนท์ให้เราข้ามฝั่งไปแล้วเดินไปทางขวามือ
เดินตรงไปก็จะเจอรร.เมย์ฟลาวเวอร์ ซอยที่อยู่ด้านข้างเมย์ฟลาวเวอร์นั่นแหละค่ะที่หมายของเรา
เข้าซอยไปนิดเดียวร้านอยู่ขวามือ หาไม่ยากค่ะ

อ้อ ร้านเค้ามีเฟสบุ๊คด้วยนะคะ

รายการที่สั่งมื้อนี้พร้อมค่าเสียหาย 55 บาท

อาหารคาวแล้วก็ต้องอาหารหวานบ้าง ป่ะ ไปกินไอติมไทยไทกัน ร้านไอติมอยู่ตรงข้าม รร.แสงทอง
เช็คจากระยะทางแล้วเดินคงหอบแดด นั่งมอเตอร์ไซต์ดีกว่า โบกมอเตอร์ไซต์ได้ก็บอกเค้าว่า
ไปร้านไอติมไทยไท ตรง รร.แสงทอง ยี่สิบใช่ไม๊พี่ เค้าบอกว่าใช่เราก็แบกเป้กระโดดขึ้นรถเลย
อึดใจเดียวถึงร้านแล้ว ถ่ายภาพจากในร้านเพราะไม่อยากโดนแดดเผาละลายอยู่หน้าร้าน
เผลอๆ เราจะละลายเร็วกว่าไอติมอีก

สั่งมาถ้วยนึงสั่งเฉพาะทอปปิ้งที่เราชอบ จริงๆ แล้วเค้าใส่ได้สี่ถึงห้าอย่างเลย
แต่ชอบแค่นี้เลยใส่แค่นี้ ค่าไอติมเราจ่ายไป 25 บาทค่ะ

ปล.ชอบกระดาษโน้ตที่เค้าเขียนแล้วสอดไว้ที่โต๊ะจัง น่ารักดี
เสร็จจากก๋วยเตี๋ยวและไอติมก็เหนื่อยและอิ่มแทบกลิ้งได้หันซ้ายหันขวาก็ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต
กับรร.ก่อนแล้วกัน ยอมจ่ายค่า early check-in 120 บาท เราจะได้อาบน้ำด้วยตอนนี้แบคทีเรียคงเบิกบานเต็มที่แล้ว
โบกมอเตอร์ไซต์มารร.tune ที่ตั้งถนนนิพัทธ์อุทิศสายสอง (จากนี้ไปจะเรียกสั้นๆว่าสายสอง สายหนึ่ง สายสาม
เป็นอันรู้กันว่าหมายถึงถนนนิพัทธ์อุทิศนะคะ)
ปล.ทำรูปหน้ารร. กับล็อบบี้หาย แต่เอาเป็นว่าเราจองที่พักจากอโกดา เค้าจะรวมผ้าขนหนู แชมพู สบู่ ไวไฟ ทีวีและแอร์มาให้แล้ว
จองที่เว็บในราคา 36.55 เหรียญสิงคโปร์ ตีเป็นเงินไทยก็ 877.20 บาท ถูกกว่าค่ารถอีกอ่ะ ราคานี้ทำเลนี้ก็โอเคเลยนะคะ
แม้ว่าห้องจะไม่มีน้ำและตู้เย็นให้แต่ก็โอเคอ่ะ จะอยู่ห้องนานกี่ชม.กันเชียว พอเราเช็คอินก็รับถุงผ้ามหาสนุกแล้วก็รีบเข้าห้องเลย
ไม่ต้องกลัวหลงนะคะ มีป้ายบอกทาง

เจอห้องแล้วก็เอาบัตรทาบเลยค่ะ

เปิดเข้าห้องมาปุ๊บเอาบัตรเสียบปั๊บระบบของห้องทำงานทันที

ว่าแล้วก็รีบถ่ายรูปก่อนที่ห้องจะเละ เริ่มที่ภาพจากหน้าประตูก่อนเลย ห้องกว๊าง กว้าง

แล้วก็โต๊ะอเนกประสงค์ ตั้งของ นั่งเขียนอะไรยุกยิก และอีกสารพัดเท่าที่จะจินตนาการได้

หันหลังกลับมาถ่ายเตียง ก่อนถ่ายก็จัดฉากหน่อย เอาถุงผ้ามหาสนุกมาวางสีแดงตัดขาวสวยดี

ในห้องมีตู้เซฟให้ด้วยค่ะตั้งอยู่ข้างเตียงใต้โต๊ะหัวเตียง ทำโต๊ะหัวเตียงอคริลิคแบบนี้สวยดีเนอะ

หน้าห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่กับไดร์เป่าผมให้ด้วย ข้างๆนั่นที่ถ่ายมาไม่เต็มก็คือราวแขวนผ้า(ไม่มีตู้เสื้อผ้า)

อ้อ ทีวีก็มีให้ใช้ ดีใจได้ดูทีวีไทยแบบเรียลไทม์

สถานที่แห่งความสุขของเรา สุขา เวลาของการปลดปล่อย

เรามาเปิดถุงผ้าดูหน่อยดีกว่า

ได้อุปกรณ์แล้วก็ไปอาบน้ำเตรียมไปตลาดกิมหยงเลย
มาตลาดกิมหยงรอบนี้ตั้งใจว่าจะซื้อพิตาชิโอกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ร้านแมนตามลายแทง
ยังไม่รู้ว่าร้านอยู่ไหนก็เลยเดินเซอร์เวย์ก่อน ระหว่างเซอร์เวย์กินน้ำแข็งไสเสียหน่อย

ในที่สุดก็เจอร้านซะที ร้านอยู่กลางๆ ตลาดกิมหยงค่ะ จำได้แค่ว่าต้นซอยที่มีร้านแมน
จะมีร้านที่ขายของเกี่ยวกับความสวยความงามอยู่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นอะไรก็จำไม่ได้แล้ว
แต่พอเดินเข้าซอยมาก็จะเจอป้ายร้านค่ะ ค่อยๆ หานะคะ

ตอนที่ไปคนกำลังเยอะ เห็นเค้าขายโรตีกรอบด้วยกล่องสุดท้ายเราไม่เคยกินซื้อมาลองหน่อย
สรุปซื้อมาสามรายการอร่อยทุกอย่าง คราวหน้าจะเตรียมกระเป๋าเดินทางไปขนเลยล่ะ
สามอย่างนี้จ่ายเงินไปสามร้อยกว่าๆ จำไม่ได้จริงๆ ว่าจ่ายไปเท่าไหร่ แต่ไม่แพงเลยนะ
พิตาชิโอกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างละครึ่งโลและขนมหนึ่งกล่อง

อ่ะไปกินไก่ทอดเดชากันต่อเห็นเค้าร่ำลือกัน เราก็ไม่เคยเลยต้องลอง โบกรถไปยี่สิบบาทเหมือนเดิม

สั่งไก่ทอดกับข้าวเหนียว ตำแตง น้ำมะนาวมา ทั้งหมดราคา 145 บาท
มันก็อร่อยนะแต่เค็มไม่สะใจ ซื้อร้านหน้ารามฯสะใจกว่า

กินแล้วก็กลับไปนั่งดูทีวีในรร.รอเพื่อนเจ้าถิ่นมารับไปกินข้าว พอดีมันไม่ค่อยถูกปาก
เลยไม่กล้ารีวิว ถ้ารีวิวแล้วไม่บอกว่ามันไม่ถูกปากเราเดี๋ยวคนไปทานต่อก็จะว่าเราได้
แต่ถ้ารีวิวแล้วบอกว่าไม่ชอบก็กลายเป็นดิสเครดิตอีก สรุปไม่พูดถึงเลยดีกว่า
ตัดฉับมาตอนเช้าเลยแล้วกัน
เราตื่นมาตั้งแต่เจ็ดโมงเพื่อจะไปกินบักกุดเต๋ร้านคอหนังแต่เตี๊ยมและไปซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม
จากรร.ไปร้านคอหนังก็ไปง่ายมากๆ ร้านอยู่ที่สายสาม ออกจากรร.ให้เดินไปทางซ้ายจะเจอซอยก็ให้เลี้ยวซ้าย
พอเจอแยกก็ข้ามถนนแล้วเดินต่อไปทางซ้ายมือ จะเจอร้านคอหนังฯค่ะ
ไม่ได้ถ่ายภาพหน้าร้านเพราะรู้สึกว่าเราเกะกะเค้ายังไงก็ไม่รู้นั่งถ่ายในร้านก็แล้วกัน

เราสั่งติ่มซำมาสามอย่างกับบักกุดเต๋ จ่ายเงินไป 128 บาท บักกุดเต๋อร่อยดีค่ะ กลิ่นยาจีนชัดดี
ติ่มซำก็อร่อย แต่คนที่ไม่ชอบกลิ่นยาจีนฉุนๆ ไม่แนะนำ

กินเสร็จเราก็เดินย่อย เดินไปที่ตลาดกิมหยงค่ะเพราะเราจะซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม
จากร้านคอหนังฯก็ให้เดินไปตามถนนสายสามตรงไปจนเจอแยกตรงตลาดกิมหยง

แล้วเราก็เดินตรงต่อไปเลย ของกินตอนเช้าเพียบเลยล่ะ เดินมาจนเจอร้านรสสุคนธ์ด้านซ้ายมือ
ก็ให้เดินเข้าตรอกเล็กๆ เลย

เดินเข้าตรอกไปก็จะเจอกับร้านมะม่วงเบาแช่อิ่มเจ้เกี้ย น่ากินสุดๆ

เห็นนั่นไม๊ เม็ดมะม่วงเค้าก็เอามาแช่อิ่มด้วย ชิมดูอร่อยดีก็เลยซื้อมา มะม่วงเบาโลละร้อย
เม็ดมะม่วงโลละแปดสิบบาท(มะม่วงเบาราคาขึ้นเพราะช่วงนี้มะม่วงมาแพงค่ะ)

นามบัตรร้านค่ะ
มีต่อนะคะ...
[CR] ฉายเดี่ยวเที่ยวหาดใหญ่ตามลายแทง + นั่งรถบัสจากสิงคโปร์ไปหาดใหญ่ + Tune hotel hatyai
ถ้าจะแตกต่างก็คงเป็นเพราะว่าเราอยู่สิงคโปร์เลยเดินทางจากสิงคโปร์ไปหาดใหญ่คราวนี้เดินทางด้วยรถบัสค่ะ
อยากสัมผัสบรรยากาศของการนั่งรถบัสออกจากสิงคโปร์ดู นั่งไปหาดใหญ่เลยก็นานสะใจดี คราวนี้ฉายเดี่ยว
ทิ้งลูกกับสามีไว้ที่บ้าน ขอเป็นสาวโสดซักสองวันหนึ่งคืนแล้วกันนะ 555
ก่อนเดินทางเราก็ต้องจองตั๋วก่อน งวดนี้ตั้งใจมากๆ ว่าจะไปด้วยรถบัส จริงๆ ถ้าใครที่มาเที่ยวสิงคโปร์แล้วนึกสนุกอยากนั่งรถบัสกลับ
ก็สามารถจองตั๋วออนไลน์ได้เลย อย่างตั๋วรถที่จองก็เป็นของบริษัท konsortium ของบริษัทนี้รถจะออกสองทุ่มครึ่ง
ถึงหาดใหญ่ก็ประมาณ 10.30 ของวันรุ่งขึ้น เลิกงานกลับบ้านเก็บของมาขึ้นรถทัน ค่าตั๋วเบ็ดเสร็จ 44 เหรียญสิงคโปร์
คิดเปิดเงินไทยประมาณ 1,056 บาท จองเสร็จปรินท์ตั๋วมาเช็คอินกับบริษัทที่ตึก golden mile tower (beach road)
เราก็จะได้ตั๋วรถใบสีชมพูเล็กๆ มา จงเก็บไว้ให้ดี ถ้าจองอีกที มีส่วนลดให้ด้วย(อันนี้พี่ที่เค้าเคยใช้บริการบอกมา แต่บอกเรา
ช้าไป เราทิ้งไปซะแล้ว)
จากนั้นก็เตรียมตัวขึ้นรถ เลยขอชักภาพซักหน่อย (ไม่ได้ถ่ายภาพรถเต็มคันนะคะ ลืมจริงๆ แถมใช้ไอโฟนถ่ายด้วยคุณภาพเท่าที่เห็นค่ะ)
นั่งตูดยังไม่ทันอุ่นประมาณยี่สิบนาทีกว่าๆ รถก็มาถึงตม.สิงคโปร์ค่ะ รถจะจอดข้างหน้าพอดีเราเข้าไปจัดการธุระซะให้เรียบร้อย
พอออกมาก็จะเจอท่าเทียบรถบัส เราก็เดินไปขึ้นได้เลย
ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่ารถบัสที่ไทยเราสุขสบายที่สุดแล้ว เพราะที่นี่เค้าให้แค่น้ำขวดเดียวก่อนขึ้นรถ และรถก็ไม่มีห้องน้ำค่ะ
ดังนั้นรถก็จะจอดให้เข้าห้องน้ำเป็นระยะ และจอดให้ทานข้าวสองรอบ ประมาณห้าทุ่มรอบนึง และตอนเช้าๆ อีกรอบนึง
เราเลยแทบไม่แตะน้ำ ไม่ค่อยอยากเข้าห้องน้ำเท่าไหร่ นอนเอาแรงดีกว่า ดีว่าเบาะที่นั่งมันปรับเอนให้นอนได้เลย หลับปุ๋ย
ตื่นมาตอนเช้าก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถ่ายสภาพรถถ่ายซะหน่อยแล้วกัน
พอรถถึงด่านที่สะเดา(สงขลา)เราก็ลงไปทำธุระที่ตม.เหมือนเดิม แต่คราวนี้รถไม่ได้มารอรับตรงทางออกตม.เหมือนด่านที่แล้วมา
เพราะรถบัสจะไปจอดที่ลานจอดรถ ถ้าเราแสตมป์พาสปอร์ตเสร็จแล้วก็ให้เดินตรงมาแล้วเลี้ยวซ้ายไปที่ลานจอดรถนะคะ
ปล.ไม่ได้ถ่ายรูปตอนนี้ เพราะเราเกือบหารถไม่เจอ วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถ ท่ามกลางสายตาคนจีนสิงคโปร์ที่มองเราแบบ
แกจะช้าไปไหน ขอโทษค่าาาาาา
และแล้วรถก็มาถึงหาดใหญ่ซักที รถของบริษัทนี้จะมาจอดให้ที่ข้างลีการ์เดนท์ค่ะ สะดวกดี
เอาล่ะต่อไปนี้จะเป็นการรีวิวการกินแล้วนะคะ ดูซิว่า สิบโมงครึ่งของวันศุกร์ถึงเที่ยงของวันเสาร์เราจะกินอะไรได้บ้าง
พอลงจากรถจุดมุ่งหมายแรกที่จะไปคือก๋วยเตี๋ยวเรือเฉินหลง อุตส่าห์เก็บท้องไม่กินข้าวเช้าเพื่อการนี้แหละ
แถมร้านก็อยู่ใกล้จุดที่เราลงรถมากๆด้วย จากด้านข้างของลีการ์เดนท์ให้เราข้ามฝั่งไปแล้วเดินไปทางขวามือ
เดินตรงไปก็จะเจอรร.เมย์ฟลาวเวอร์ ซอยที่อยู่ด้านข้างเมย์ฟลาวเวอร์นั่นแหละค่ะที่หมายของเรา
เข้าซอยไปนิดเดียวร้านอยู่ขวามือ หาไม่ยากค่ะ
อ้อ ร้านเค้ามีเฟสบุ๊คด้วยนะคะ
รายการที่สั่งมื้อนี้พร้อมค่าเสียหาย 55 บาท
อาหารคาวแล้วก็ต้องอาหารหวานบ้าง ป่ะ ไปกินไอติมไทยไทกัน ร้านไอติมอยู่ตรงข้าม รร.แสงทอง
เช็คจากระยะทางแล้วเดินคงหอบแดด นั่งมอเตอร์ไซต์ดีกว่า โบกมอเตอร์ไซต์ได้ก็บอกเค้าว่า
ไปร้านไอติมไทยไท ตรง รร.แสงทอง ยี่สิบใช่ไม๊พี่ เค้าบอกว่าใช่เราก็แบกเป้กระโดดขึ้นรถเลย
อึดใจเดียวถึงร้านแล้ว ถ่ายภาพจากในร้านเพราะไม่อยากโดนแดดเผาละลายอยู่หน้าร้าน
เผลอๆ เราจะละลายเร็วกว่าไอติมอีก
สั่งมาถ้วยนึงสั่งเฉพาะทอปปิ้งที่เราชอบ จริงๆ แล้วเค้าใส่ได้สี่ถึงห้าอย่างเลย
แต่ชอบแค่นี้เลยใส่แค่นี้ ค่าไอติมเราจ่ายไป 25 บาทค่ะ
ปล.ชอบกระดาษโน้ตที่เค้าเขียนแล้วสอดไว้ที่โต๊ะจัง น่ารักดี
เสร็จจากก๋วยเตี๋ยวและไอติมก็เหนื่อยและอิ่มแทบกลิ้งได้หันซ้ายหันขวาก็ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต
กับรร.ก่อนแล้วกัน ยอมจ่ายค่า early check-in 120 บาท เราจะได้อาบน้ำด้วยตอนนี้แบคทีเรียคงเบิกบานเต็มที่แล้ว
โบกมอเตอร์ไซต์มารร.tune ที่ตั้งถนนนิพัทธ์อุทิศสายสอง (จากนี้ไปจะเรียกสั้นๆว่าสายสอง สายหนึ่ง สายสาม
เป็นอันรู้กันว่าหมายถึงถนนนิพัทธ์อุทิศนะคะ)
ปล.ทำรูปหน้ารร. กับล็อบบี้หาย แต่เอาเป็นว่าเราจองที่พักจากอโกดา เค้าจะรวมผ้าขนหนู แชมพู สบู่ ไวไฟ ทีวีและแอร์มาให้แล้ว
จองที่เว็บในราคา 36.55 เหรียญสิงคโปร์ ตีเป็นเงินไทยก็ 877.20 บาท ถูกกว่าค่ารถอีกอ่ะ ราคานี้ทำเลนี้ก็โอเคเลยนะคะ
แม้ว่าห้องจะไม่มีน้ำและตู้เย็นให้แต่ก็โอเคอ่ะ จะอยู่ห้องนานกี่ชม.กันเชียว พอเราเช็คอินก็รับถุงผ้ามหาสนุกแล้วก็รีบเข้าห้องเลย
ไม่ต้องกลัวหลงนะคะ มีป้ายบอกทาง
เจอห้องแล้วก็เอาบัตรทาบเลยค่ะ
เปิดเข้าห้องมาปุ๊บเอาบัตรเสียบปั๊บระบบของห้องทำงานทันที
ว่าแล้วก็รีบถ่ายรูปก่อนที่ห้องจะเละ เริ่มที่ภาพจากหน้าประตูก่อนเลย ห้องกว๊าง กว้าง
แล้วก็โต๊ะอเนกประสงค์ ตั้งของ นั่งเขียนอะไรยุกยิก และอีกสารพัดเท่าที่จะจินตนาการได้
หันหลังกลับมาถ่ายเตียง ก่อนถ่ายก็จัดฉากหน่อย เอาถุงผ้ามหาสนุกมาวางสีแดงตัดขาวสวยดี
ในห้องมีตู้เซฟให้ด้วยค่ะตั้งอยู่ข้างเตียงใต้โต๊ะหัวเตียง ทำโต๊ะหัวเตียงอคริลิคแบบนี้สวยดีเนอะ
หน้าห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่กับไดร์เป่าผมให้ด้วย ข้างๆนั่นที่ถ่ายมาไม่เต็มก็คือราวแขวนผ้า(ไม่มีตู้เสื้อผ้า)
อ้อ ทีวีก็มีให้ใช้ ดีใจได้ดูทีวีไทยแบบเรียลไทม์
สถานที่แห่งความสุขของเรา สุขา เวลาของการปลดปล่อย
เรามาเปิดถุงผ้าดูหน่อยดีกว่า
ได้อุปกรณ์แล้วก็ไปอาบน้ำเตรียมไปตลาดกิมหยงเลย
มาตลาดกิมหยงรอบนี้ตั้งใจว่าจะซื้อพิตาชิโอกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ร้านแมนตามลายแทง
ยังไม่รู้ว่าร้านอยู่ไหนก็เลยเดินเซอร์เวย์ก่อน ระหว่างเซอร์เวย์กินน้ำแข็งไสเสียหน่อย
ในที่สุดก็เจอร้านซะที ร้านอยู่กลางๆ ตลาดกิมหยงค่ะ จำได้แค่ว่าต้นซอยที่มีร้านแมน
จะมีร้านที่ขายของเกี่ยวกับความสวยความงามอยู่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นอะไรก็จำไม่ได้แล้ว
แต่พอเดินเข้าซอยมาก็จะเจอป้ายร้านค่ะ ค่อยๆ หานะคะ
ตอนที่ไปคนกำลังเยอะ เห็นเค้าขายโรตีกรอบด้วยกล่องสุดท้ายเราไม่เคยกินซื้อมาลองหน่อย
สรุปซื้อมาสามรายการอร่อยทุกอย่าง คราวหน้าจะเตรียมกระเป๋าเดินทางไปขนเลยล่ะ
สามอย่างนี้จ่ายเงินไปสามร้อยกว่าๆ จำไม่ได้จริงๆ ว่าจ่ายไปเท่าไหร่ แต่ไม่แพงเลยนะ
พิตาชิโอกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์อย่างละครึ่งโลและขนมหนึ่งกล่อง
อ่ะไปกินไก่ทอดเดชากันต่อเห็นเค้าร่ำลือกัน เราก็ไม่เคยเลยต้องลอง โบกรถไปยี่สิบบาทเหมือนเดิม
สั่งไก่ทอดกับข้าวเหนียว ตำแตง น้ำมะนาวมา ทั้งหมดราคา 145 บาท
มันก็อร่อยนะแต่เค็มไม่สะใจ ซื้อร้านหน้ารามฯสะใจกว่า
กินแล้วก็กลับไปนั่งดูทีวีในรร.รอเพื่อนเจ้าถิ่นมารับไปกินข้าว พอดีมันไม่ค่อยถูกปาก
เลยไม่กล้ารีวิว ถ้ารีวิวแล้วไม่บอกว่ามันไม่ถูกปากเราเดี๋ยวคนไปทานต่อก็จะว่าเราได้
แต่ถ้ารีวิวแล้วบอกว่าไม่ชอบก็กลายเป็นดิสเครดิตอีก สรุปไม่พูดถึงเลยดีกว่า
ตัดฉับมาตอนเช้าเลยแล้วกัน
เราตื่นมาตั้งแต่เจ็ดโมงเพื่อจะไปกินบักกุดเต๋ร้านคอหนังแต่เตี๊ยมและไปซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม
จากรร.ไปร้านคอหนังก็ไปง่ายมากๆ ร้านอยู่ที่สายสาม ออกจากรร.ให้เดินไปทางซ้ายจะเจอซอยก็ให้เลี้ยวซ้าย
พอเจอแยกก็ข้ามถนนแล้วเดินต่อไปทางซ้ายมือ จะเจอร้านคอหนังฯค่ะ
ไม่ได้ถ่ายภาพหน้าร้านเพราะรู้สึกว่าเราเกะกะเค้ายังไงก็ไม่รู้นั่งถ่ายในร้านก็แล้วกัน
เราสั่งติ่มซำมาสามอย่างกับบักกุดเต๋ จ่ายเงินไป 128 บาท บักกุดเต๋อร่อยดีค่ะ กลิ่นยาจีนชัดดี
ติ่มซำก็อร่อย แต่คนที่ไม่ชอบกลิ่นยาจีนฉุนๆ ไม่แนะนำ
กินเสร็จเราก็เดินย่อย เดินไปที่ตลาดกิมหยงค่ะเพราะเราจะซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม
จากร้านคอหนังฯก็ให้เดินไปตามถนนสายสามตรงไปจนเจอแยกตรงตลาดกิมหยง
แล้วเราก็เดินตรงต่อไปเลย ของกินตอนเช้าเพียบเลยล่ะ เดินมาจนเจอร้านรสสุคนธ์ด้านซ้ายมือ
ก็ให้เดินเข้าตรอกเล็กๆ เลย
เดินเข้าตรอกไปก็จะเจอกับร้านมะม่วงเบาแช่อิ่มเจ้เกี้ย น่ากินสุดๆ
เห็นนั่นไม๊ เม็ดมะม่วงเค้าก็เอามาแช่อิ่มด้วย ชิมดูอร่อยดีก็เลยซื้อมา มะม่วงเบาโลละร้อย
เม็ดมะม่วงโลละแปดสิบบาท(มะม่วงเบาราคาขึ้นเพราะช่วงนี้มะม่วงมาแพงค่ะ)
นามบัตรร้านค่ะ
มีต่อนะคะ...