ธุรกิจขายตรง และ ธุรกิจเครือข่ายคือ??? ผมเข้าใจว่ายังงี้....

กระทู้สนทนา
ขายตรงก็คือ :

ผมปลูกผักสวนครัว แล้วนำไปขายที่ตลาด มีคนมาซื้อ ผมก็ได้กำไรไปคนเดียว ไม่ต้องแบ่งใคร
(ผู้ผลิต==>ผู้์้ซื้อ>ผู้ใช้) หลิ่วตา

เครือข่ายก็คือ :

ผมปลูกผักสวนครัว แล้วนำไปให้เพื่อน 2 คนเอาผักผมไปขาย ผมแบ่งให้ตามที่ผมกำหนด ผมอาจจะให้ 100 ละ 10 บาท
แต่พอดีผักผมมันเยอะ ขาย 2 คนมันอาจจะไม่ทันใจ จึงให้เพื่อน 2 คนนั้นแบ่งไปให้เพื่อนอีกคนละ 2 คนนำไปขายต่ออีก (2x2=4)
ตกลงหุ้นส่วนผมมี 6 คนนั่นคือ 2 คนแรกและ 4 คนหลัง ผมจะแบ่งเงินให้เฉพาะคนที่ขายได้เอง ใครขายไม่ถึง 100 บาทผมก็ไม่ให้
แต่ถ้าคนไหนสามารถชักชวนเพื่อนๆของเขามาช่วยกันขายผักของผมจนได้ยอดเกิน 1000
ผมจะแบ่งให้คนนั้นอีกร้อยละ 10 บาทจากยอดรวมที่ผมขายผักได้ทั้งหมด ....
(ผู้ผลิต==>เครือข่าย>กระจาย) เท่

ง่ายๆเลย ธุรกิจขายตรงคือการนำสินค้ามาจำหน่ายให้ผู้ซื้อโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง หรือ ไม่ต้องจ้างดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์
คนซื้อสินค้านั่นเองที่จะเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าเอง โดยการนำระบบเครือข่ายมาใช้เพื่อให้เกิดผลกำไรคืนแก่ผู้ซื้อหรือผู้ที่ตกลงทำธุรกิจนี้

ไม่แปลกที่ทำไมเราต้องซื้อสินค้ามาใช้ก่อน เพราะเราจะได้รู้ว่าสินค้าเราดีมากน้อยแค่ไหนที่จะนำไปพรีเซ็นให้คนอื่นๆต่อ
และถ้าเราเรียนรู้ว่าสินค้ามันดีพอ เราจึงจะสามารถไปคุยต่อคนอื่นๆได้ด้วยความจริงใจ และ นำพาคนที่สนใจมาเข้าสู่ระบบเครือข่ายต่อไป

ระบบเครือข่ายจะทำหน้าที่ช่วยเหลือเราไม่ให้ต้องแบกภาระมาก เช่น ผมตั้งเป้าให้ไว้ขายผักครบ 1000 ผมจะให้ร้อยละ 20 บาท
คนๆเดียวคงขายยาก ต้องแบกภาระตั้ง 1000 บาทไว้ถึงจะได้ค่าจ้าง แต่ถ้าเขาไปชวนคน 10 คนมาช่วยเอาไปขายคนละ 100 บาท
เขาก็จะขายได้ 1100 บาท โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยมาก .... พาพันรดน้ำต้นไม้

การที่หลายๆคนไม่ชอบธุรกิจนี้ ก็เพราะคนที่ก้าวเข้ามาชอบนำแนวทางที่ผิดๆไปใช้ เช่น ตื้อคนมาทำให้ได้ (หวังผลประโยชน์จากระบบ)
หรือ ชวนเราไปฟังนั้น ฟังนี่ เพื่อให้เรามาสมัคร (กรณีนี้คือมือใหม่แต่อาศัยคนเก่าเข้ามาช่วยชักจูง)
หรือ ชวนแบบอ้อมๆ ว่าไปงานนั้น งานนี่ แต่มักพาเราเข้ากลุ่มที่เขาทำทุกที (กรณีนี้คือไม่มั่นใจในแบรนด์ของตัวเอง ติดลบมาเยอะ)
หรือ ตื้อให้เราซื้อของไปใช้ก่อน ทีละเยอะๆ (อันนี้หนักเลย เข้าข่ายลูกโซ่ โดยเอาชื่อระบบมาบังหน้า ของอาจไม่ดีจริง แต่อาศัยได้ขาย)

ดังนั้นถ้าคิดจะก้าวเดินมาทางสายนี้ สำหรับผมผมมองตามนี้เลย ....
- บริษัทมั่นคง มีชื่อเสียง ผู้บริหาร หรือ บุคลากรจับต้องได้
- สินค้าต้องดีจริง ดีในที่นี้หมายถึง ราคาดีด้วย (ราคาไม่แพงเกินไป)
- สินค้าต้องเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ใช่ว่าคนไม่ต้องการก็ไปบังคับให้เขาซื้อ โดยที่คนซื้อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะซื้อมาทำไม
- สินค้านั้นต้องเป็นสินค้าที่ใช้ได้ตลอดชีวิตของเรา เช่น ยาสีฟัน เราตื่นมาไม่แปรงฟัน คงไม่ได้ใช่ไหมครับ หมดแล้วก็ต้องกลับไปซื้อ
- ระบบต้องยุติธรรม ไม่ใช่ให้คนมาก่อนได้ไปหมด คนลงมือทำได้ คนไม่ทำก็ไม่ได้ มาก่อนไม่ทำ ก็ไม่ได้...
- งานต้องอิสระจริง หมายถึง เราต้องทำงาน แล้วธุรกิจนี้เริ่มต้นเราจะยังไม่ได้รับผลตอบแทนมากมายเท่าไหร่ ครั้นจะลาออกมาทำจริงจังก็มีแต่เจ๊ง ดังนั้นมันควรจะใช้ทำเมื่อเราว่าง เราพร้อม เราถึงลงมือทำ ไม่ใช้เอะอะอะไรก็เรียกไปนั่นไปนี้ เห้ย...งานตูก็มีนะ ลาบ่อยเด้วก็โดนไล่ออก!!
- ระบบต้องได้เงินจริง สมเหตุสมผล ไม่ใช่ให้เราไปลงทุนเป็นหมื่นเพื่อได้ผลตอบแทนแค่พันเดียว ที่ตูมาทำเพราะเงินตูไม่พอ ตูถึงมาทำเพื่อเสริมรายได้ แต่นี่พูดมาซะยืด สุดท้ายบอกให้เราซื้อของไปเป็นหมื่น ... (คงไม่ต้องบอกว่าเจ้าไหน ลองดูถึงจะรู้ หึหึ....)

สุดท้ายแล้ว ผมอยากจะฝากไว้อย่าง "ไม่มีงานไหนอยู่สบายแล้วได้เงินมาง่ายๆหรอกครับ ต้องขยัน ลงมือทำ ถึงจะสำเร็จ" เม่าติดดอย

และ "ถ้าคุณบอกว่า คุณไม่ชอบขาย แล้วที่คุณต้องลงทุนตื่นเช้าไปตอกบัตรเข้าทำงาน เขาไม่เรียกว่าขายหรือไงครับ ก็ขายเวลา ขายแรงงานเพื่อแลกกับเงินเดือนไงครับ....."

ขอบคุณที่อ่านมาจนจบครับ ... พาพันขอบคุณ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่