เหตุผลที่ผมลาออกจากการเป็นหมอใน รพ.รัฐ

กระทู้สนทนา
หลายคนเข้ามา เพราะอยากเจอดราม่า เสียใจด้วยนะครับ ๕๕๕ โดนดักซะแล้ว

นี่ไม่ใช่กระทู้ดราม่าอะไรนะครับ

มีเพื่อนผมหลายคนที่รู้แล้วว่า ผมจะลาออกจากการเป็นหมอ ปีหน้า
แต่สิ่งที่คนมักจะถามผมคือ

"แล้วเมิงจะไปทำอะไรวะ"



เพราะหมอส่วนใหญ่ พอใช้ทุนที่ ต่างจังหวัดครบ 3 ปี ก็จะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางกันแทบทุกคน

หากลาออก โดยมากก็จะไปทำ คลินิกผิวหนังบ้าง โรงพยาบาลเอกชนบ้าง

น้อยมากๆ ที่จะอยู่ รพ.อำเภอต่อ (เป็นส่วนหนึ่งที่เวลาไป รพ.รัฐ คุณจึงต้องรอเป็นเวลานาน)

น้อยยิ่งกว่านั้น คือ ลาออกไปทำอย่างอื่น ที่ไม่เกี่ยวกับด้านการแพทย์เลย




โอเควันนี้ ผมจะเปลือยจนหมดเปลือก ว่าทำไมอยู่ดีไม่ว่าดี ผมถึงอยากลาออก จากการเป็นหมอครับ

ด้วยความสัตย์จริง ตอนแรกคือ ผมไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่ ว่าลาออกไปแล้วจะทำอะไร

แค่คิดว่าอยากจะมีประสบการณ์ด้านอื่นบ้าง แค่นั้น เพราะความจริงตอนสมัยม.6 ผมก็ไม่ได้คิดอยากเป็นหมอ (ตอนแรกอยากเรียนนิเทศ) แม้ตอนนี้จบเป็นหมอแล้ว ก็ยังอยากลองประสบการณ์แบบอื่นดูบ้าง และผมก็ค่อนข้างโชคดี ที่พ่อแม่ของผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน คือต่อให้ผมจะ fail จนล้มละลายยังไง พ่อแม่ผมก็อยู่ได้แบบสบายๆ


ก่อนหน้านี้ ผมคิดจะไปทำงานกับโตมร ศุขปรีชา ครับ เป็นนักเขียนที่ผมคิดว่า "ทำไมแม ร่งเก่งขนาดนี้วะ" เหตุผลก็ง่ายๆ ผมอยากจะไปดูว่า วันๆนึงเค้าอ่านอะไร ถึงได้รู้เยอะ รู้กว้าง รู้ลึก ขนาดนี้ ซึ่งเป็นลักษณะที่หาได้ยาก แม้ในหมู่นักเขียนด้วยกัน (หากไม่เคยอ่าน ขอแนะนำให้ไปหางานเขียน หรืองานแปล แล้วคุณจะตกใจ ในความกว้างของศาสตร์ที่คนๆนึงจะเข้าใจได้)


แต่ว่า ความคิดนั้นจบลง ไปเมื่อประมาณ เดือนนึงมานี้เอง
เมื่อมีไอเดียหนึ่งที่จุดประกายผมสุดๆ วันที่ผมคิดเรื่องนี้ออก ผมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับจนถึงตีสาม เวลาที่คิดอะไรเจ๋งๆออกนี่ มันคงเป็นอย่างนี้มั้งครับ


ผมขอแชร์ความฝันให้ทุกคนได้อ่านเป็นครั้งแรกนะครับ แน่นอนนอกจากคุณจะอ่านแล้ว คุณสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของความฝันของผมได้

ขอเริ่มต้นประโยคด้วย

"I have a dream"



ผมเห็นปัญหาที่รพ.ชุมชนครับ ทั้งคนไม่พอ ทั้งงานหนัก ทั้งการดูแลรักษาสุขภาพที่ไม่ทั่วถึง

นี่คงเป็นปัญหาหลักๆที่เกิดขึ้นกับ ทุก รพ. แต่ในเนื้อแท้ของมันแล้ว ยังมีสิ่งที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเลื่อนเป็นปมขมวดเอาไว้อยู่อีกมากมาย จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติจนถึงตอนนี้
ปัญหาเล็กๆหลายอันที่ขมวดไว้นั้น จริงๆแล้วแก้อาจจะไม่ยาก แต่คนที่ทำงานอยู่ แค่ทำงานอย่างเดียวไปวันๆก็เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด รวมทั้งทักษะการแก้ไขก็อาจจะไม่ได้รับการพัฒนา(ซึ่งผมว่าก็เกิดจากการที่ไม่มีเวลาเหมือนกัน)

จนทำให้ปัญหาเล็กๆนั้นถูกกองทับถมกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบครับ


ผมเห็นนักศึกษาแพทย์ไทย ที่จัดได้ว่า สติปัญญาเป็นระดับท็อปของประเทศ และเมื่อได้ออกไปใช้ทุน อยู่ รพ.ชุมชน ก็จัดเป็นกลุ่มผู้นำองค์กร

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แพทย์จบใหม่ ไม่สามารถจะเป็นผู้นำองค์กรและพัฒนาองค์กรได้ครับ ทั้งๆที่ เป็นคนที่มีทั้งสติปัญญาและอำนาจ แต่ทำไม แพทย์ส่วนใหญ่ถึงทำตัวเป็นพนักงานเงินเดือน คือ เช้าตรวจคนไข้ เย็นก็ตอกบัตรเลิกงาน

ทำไม แพทย์ถึงไปไม่ถึงจุดที่จะเป็นที่พึ่งพิงขององค์กรได้ ทั้งๆที่หากทำได้ รพ.อีกหลายๆแห่งคงพัฒนาไปอีกมาก



คำตอบก็ง่ายๆครับ

เราไม่เคยถูกฝึกมาให้รับมือกับเรื่องเหล่านี้เลย

เราไม่เคยรู้ว่า การเข้าไปจัดการองค์กร แก้ไขปัญหา จะต้องเจอกับอะไรบ้าง

เราไม่มีทักษะ ในการต่อรอง การผลักดัน การประสานงาน การขอความช่วยเหลือ

เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมื่อจบมาแล้ว ตัวเราเอง มีอำนาจเปลี่ยนแปลง รพ. มากขนาดไหน

และส่งผลต่อคนไข้ มากขนาดไหน



ผมมีความฝันครับ

ผมฝันว่า แพทย์อีกรุ่นนึงนับจากนี้ เมื่อจบไปแล้วมีสกิลการจัดการที่กล้าแกร่ง มีภาวะความเป็นผู้นำสูง และมั่นใจในตัวเอง

ผมฝันว่า เมื่อเขาเจอกับอุปสรรค เขาก็มีคนที่จะให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือ

ผมฝันว่า เขาจะตระหนักในตัวเอง ว่าเพียงตัวเขาเพียงคนเดียว มีผลต่อสังคมที่เขาอยู่มากขนาดไหน

ผมฝันว่า แพทย์อีกรุ่นนึงนับจากนี้ จะเป็นสิ่งมีชีวิตคนละชนิดกับคนรุ่นผมครับ



มันไม่ใช่ความฝันลมๆแล้งๆ ต่อไปแล้วครับ

ผมเริ่มทำมันแล้ว

ตัวผมได้หาดิน หาปุ๋ย เตรียมน้ำ เตรียมกระถาง รอกล้ามาปัก ให้มันโตแล้วครับ

ผมติดต่อกับ อาจารย์คณะสถาปัตย์ รังสิต ซึ่งมีความคิดคล้ายๆกัน อาจารย์ได้ เอาวิชานึงของอาจารย์ ทำให้เกิดลักษณะของ class เรียน medical product design

ซึ่งก็ส่งผลดี ต่อ รพ. ที่จะได้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ

และส่งผลดีกับ นักศึกษา product designer ให้เกิดช่องทางในการประกอบอาชีพ

ผมกำลังติดต่อกับเพื่อนวิศวะ เพื่อทำที่วัดน้ำหนักคนไข้ขณะอยู่บนเตียง ถ้าทำได้ เราก็ไม่ต้องพาคนไข้ลงจากเตียงเพื่อชั่ง นน. ในกรณีที่คนไข้เดินไม่ได้

เมื่อตะกี้นี้ ผมเพิ่งติดต่อกับ Asian Leadership Academy เพื่อหารือ เรื่องจัดคอร์สการสอนความเป็นผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา

ผมว่ามันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นพอดูทีเดียว ในระยะเวลาไม่นานเท่าไหร่

ผมไม่รู้หรอกครับ ว่า มันจะหาเงินให้กับผมยังไง จะรวยรึเปล่า

รู้แต่ว่า แค่คิดจะทำ ก็มันส์แล้ว



ผมส่งโครงการนี้ เพื่อเข้าร่วมประกวดกับทางมูลนิธิ Ashoka

เค้าจะสนับสนุนเงิน 50,000 บาท สำหรับผู้ที่ชนะการประกวดครับ

อย่างที่เพื่อนหมอทุกคนรู้ เงิน ห้าหมื่นหาได้ไม่ยากเลย ถ้าเป็นหมอ

แต่ผม อยากเห็นคนที่เห็นด้วยกับ ความฝันของผมครับ



ช่วยเข้าไปที่

http://www.changemakers.com/th/incubase#


ลงไปที่ส่วน Competition entries: idea to innovation project (I2I project)




กด ติ๊กถูกหน้า  project เพื่อโหวตครับ (ถ้าไม่ได้สมัครสมาชิกของเว็บ ต้องใช้ FB log in)

ที่จริงจะเป็นโปรเจ็คอันไหนที่คุณถูกใจก็ได้ ลองเข้าไปอ่านดูครับ น่าสนใจหลายอย่างทีเดียว

แต่ถ้าสนใจ project ของผม ก็กดโหวตที่เครื่องหมายติ๊กถูกหน้า appropriate technology for small hospital  

เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ>>>http://www.changemakers.com/th/incubase#sthash.6yprG8o1.dpuf





ถ้าใครสนใจ อยากร่วมมือด้วย หรือมีข้อเสนอแนะอะไร ส่งเมล ติดต่อเข้ามาคุยกันได้ครับ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่