28 ส.ค. 2556 เวลา 11:05:32 น.
คอลัมน์ จับช่องลงทุน
ในช่วงที่ผ่านมา ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกประเทศและภายในประเทศ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของดัชนีค่อนข้างผันผวน จนนักลงทุนหลายคนเกิดความกังวลว่า ปัจจัยท้าทายดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันและฉุดดัชนีตลาดหุ้นให้ลงไปถึงระดับใด โดยเฉพาะหากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังคงถูกนักลงทุนต่างชาติเทขายออกมา รวมถึงปัจจัยด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) กลับมาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
โดย วรสินี สังวรเวชภัณฑ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน TISCO Wealth
ในส่วนของ TISCO Wealth มองว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจของไทยไม่ได้
น่าเป็นห่วงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงจีดีพีไทย 2Q13
ขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าตลาดที่คาด 3.3% แต่เป็นการถดถอยทางเทคนิคครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 จากตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัว 4.1%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่า แล้วในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2013 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4% เป็นผลจากการส่งออกอาจฟื้นตัวได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา รวมถึงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่อาจขยายตัวได้ จากโครงการลงทุนต่าง ๆ ของรัฐบาล ขณะที่การขยายตัวของจีดีพีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 4.1% YoY ไม่ได้ถือว่าเป็นระดับที่แย่ และมองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q13 และคาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้
สำหรับภาพรวมของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น แม้ว่าจะปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความผิดหวังจากตัวเลขจีดีพี แต่จากที่เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วสำหรับปีนี้ และจะมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วงที่เหลือ รวมถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2013 ที่ประกาศออกมา พบว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยเติบโตได้สูงถึงกว่า 20% YoY โดยสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ทำให้การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงใน
ครั้งนี้น่าจะเกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น
ดังนั้น ในช่วงที่หุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน แม้อาจทำให้หลายท่านกังวลถึงเงินในพอร์ตลงทุนของ
ตัวเองไปบ้าง และตลาดจะยังไม่มีปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่เรายังคงเชื่อว่าหุ้นจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจาก Valuation ที่ดูน่าสนใจกว่า เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการขยับพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นไทย
โดยเฉพาะการเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ซึ่งหลายตัวราคาได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุน
เพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคตให้แก่ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี
หุ้นไทยยังมีเสน่ห์
คอลัมน์ จับช่องลงทุน
ในช่วงที่ผ่านมา ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยที่เกิดขึ้นจากภายนอกประเทศและภายในประเทศ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของดัชนีค่อนข้างผันผวน จนนักลงทุนหลายคนเกิดความกังวลว่า ปัจจัยท้าทายดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันและฉุดดัชนีตลาดหุ้นให้ลงไปถึงระดับใด โดยเฉพาะหากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียยังคงถูกนักลงทุนต่างชาติเทขายออกมา รวมถึงปัจจัยด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) กลับมาเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง
โดย วรสินี สังวรเวชภัณฑ์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน TISCO Wealth
ในส่วนของ TISCO Wealth มองว่าประเด็นด้านเศรษฐกิจของไทยไม่ได้
น่าเป็นห่วงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงจีดีพีไทย 2Q13
ขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าตลาดที่คาด 3.3% แต่เป็นการถดถอยทางเทคนิคครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 จากตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้จีดีพีครึ่งปีแรกขยายตัว 4.1%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่า แล้วในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของเราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยในปี 2013 คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4% เป็นผลจากการส่งออกอาจฟื้นตัวได้ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา รวมถึงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่อาจขยายตัวได้ จากโครงการลงทุนต่าง ๆ ของรัฐบาล ขณะที่การขยายตัวของจีดีพีในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 4.1% YoY ไม่ได้ถือว่าเป็นระดับที่แย่ และมองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q13 และคาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้
สำหรับภาพรวมของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น แม้ว่าจะปรับตัวลดลงแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความผิดหวังจากตัวเลขจีดีพี แต่จากที่เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วสำหรับปีนี้ และจะมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วงที่เหลือ รวมถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2013 ที่ประกาศออกมา พบว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยเติบโตได้สูงถึงกว่า 20% YoY โดยสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค ทำให้การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงใน
ครั้งนี้น่าจะเกิดเพียงระยะสั้นเท่านั้น
ดังนั้น ในช่วงที่หุ้นไทยยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน แม้อาจทำให้หลายท่านกังวลถึงเงินในพอร์ตลงทุนของ
ตัวเองไปบ้าง และตลาดจะยังไม่มีปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่เรายังคงเชื่อว่าหุ้นจะเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจาก Valuation ที่ดูน่าสนใจกว่า เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการขยับพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นไทย
โดยเฉพาะการเลือกลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ซึ่งหลายตัวราคาได้ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุน
เพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคตให้แก่ผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี