เห็นทะเลาะกันเยอะเรื่องที่มาของ สว. เลยอย่างจะเสนอวิธีดังนี้
1. ให้กำหนดกลุ่มคนที่ควรจะมาเป็น สว. เช่น
- กลุ่มนักกฏหมาย
- กลุ่มข้าราชการ
- กลุ่มนักธุรกิจ
- กลุ่มทหาร
- กลุ่มนักการเมือง
- กลุ่มเกษตรกร
- กลุ่มคนพิการ
- กลุ่มคนใช้แรงงาน
ฯลฯ
2. กำหนดโค้วต้า ผู้สมัคร สว. และโค้วต้าเก้าอี้ สว. ของแต่ละกลุ่ม เช่น
กลุ่มนักการเมือง มีโควต้าส่งผู้สมัครได้ 10 คน มีเก้าอี้ให้ 2 ตัว
3. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่ม ทำการ สรรหาผู้สมัคร สว. เอาเอง โดยวิธีที่กลุ่มนั้นๆกำหนดเอง เพื่อให้ได้จำนวนผู้สมัครตามโค้วต้า เช่น
กลุ่มนักการเมือง ก็ไปกำหนดวิธีสรรหามาเลย เอาไงก็ได้ให้ได้ผู้สมัครสุทธิ 10 คน
กลุ่มเกษตรกร อาจจะใช้วิธีประชุมใหญ่สมัชาอะไรก็ว่าไป เพื่อสรรหาและส่งผู้สมัคร
4. เมื่อสรรหาผู้สมัครได้ครบทุกกลุ่มแล้ว ให้จัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยให้กำหนดคะแนนขั้นต่ำของ สว. แต่ละคนด้วย เช่น
กลุ่มการเมือง ส่งผู้สมัคร 10 คน มี 2 เก้าอี้(เอาผู้ชนะ 2 คน) แต่ผู้ชนะแต่ละคนต้องได้คะแนนทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 2 แสนคะแนน
5. เมื่อเลือกตั้งเสร็จ จับมานับคะแนน หาผู้ชนะในแต่ละกลุ่ม เอาไปตั้งเป็น สว. แต่ในกรณีที่ผู้ชนะในแต่ละกลุ่มคะแนนไม่พ้นขั้นต่ำ ให้ถือว่าสอบตก เช่น
กลุ่มการเมือง อันดับ 1 ได้ 3 แสนคะแนน อันดับ 2 ได้ 1.5 แสนคะแนน แบบนี้แปลว่า ได้ สว. แค่คนเดียว อีกคนสอบตก ต้องไปเลือกกันใหม่
6. หลังสรุปผล สว. กลุ่มไหนยังเลือกตั้งได้ไม่ครบจำนวนที่กำหนด ให้กลุ่มนั้นๆ สรรหาผู้สมัครชุดใหม่เข้ามา โดยห้ามผู้สมัครที่สอบตกไปแล้วทั้งหมดกลับเข้ามาอีก เช่น
กลุ่มการเมือง สอบได้แค่ 1 คน ขาดอีก 1 เก้าอี้ ก็ให้ กลุ่มการเมืองไปสรรหาผู้สมัครมาใหม่อีก 10 คน โดยใน 10 คนนี้ ห้ามเป็น 9 คนที่สอบตกจากครั้งก่อน
7. เมื่อได้ผู้สมัครครบแล้ว ให้จัดเลือกตั้งซ่อมใหม่(ทั่วประเทศอีกครั้ง) ให้ทำแบบนี้ไปจนกว่าจะได้ สว.ครับ
ถ้าทำได้แบบนี้ผมว่านาจะยุติปัญหา เพราะเป็นการเอาข้อดีของระบบ สรรหา และเลือกตั้ง มารวมไว้ด้วยกัน
ฝ่ายสรรหา ก็มีหน้าที่สรรหาไป แต่ไม่มีสิทธิเลือก
ฝ่ายเลือก สามารถเลือกได้เต็มที่ ถ้าคนที่สรรหามามันไม่เอาไหน ก็ไม่ต้องไปเลือก พอไม่เลือกคะแนนไม่พ้นขั้นต่ำ ก็สอบตกทั้งกระบริ ต้องกลับไปสรรหาผู้สมัครชุดใหม่ มาให้เลือกกันอีกที
เสนอให้ใช้วิธี สรรหา สว. เพื่อมาเลือกตั้ง
1. ให้กำหนดกลุ่มคนที่ควรจะมาเป็น สว. เช่น
- กลุ่มนักกฏหมาย
- กลุ่มข้าราชการ
- กลุ่มนักธุรกิจ
- กลุ่มทหาร
- กลุ่มนักการเมือง
- กลุ่มเกษตรกร
- กลุ่มคนพิการ
- กลุ่มคนใช้แรงงาน
ฯลฯ
2. กำหนดโค้วต้า ผู้สมัคร สว. และโค้วต้าเก้าอี้ สว. ของแต่ละกลุ่ม เช่น
กลุ่มนักการเมือง มีโควต้าส่งผู้สมัครได้ 10 คน มีเก้าอี้ให้ 2 ตัว
3. ให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่ม ทำการ สรรหาผู้สมัคร สว. เอาเอง โดยวิธีที่กลุ่มนั้นๆกำหนดเอง เพื่อให้ได้จำนวนผู้สมัครตามโค้วต้า เช่น
กลุ่มนักการเมือง ก็ไปกำหนดวิธีสรรหามาเลย เอาไงก็ได้ให้ได้ผู้สมัครสุทธิ 10 คน
กลุ่มเกษตรกร อาจจะใช้วิธีประชุมใหญ่สมัชาอะไรก็ว่าไป เพื่อสรรหาและส่งผู้สมัคร
4. เมื่อสรรหาผู้สมัครได้ครบทุกกลุ่มแล้ว ให้จัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยให้กำหนดคะแนนขั้นต่ำของ สว. แต่ละคนด้วย เช่น
กลุ่มการเมือง ส่งผู้สมัคร 10 คน มี 2 เก้าอี้(เอาผู้ชนะ 2 คน) แต่ผู้ชนะแต่ละคนต้องได้คะแนนทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 2 แสนคะแนน
5. เมื่อเลือกตั้งเสร็จ จับมานับคะแนน หาผู้ชนะในแต่ละกลุ่ม เอาไปตั้งเป็น สว. แต่ในกรณีที่ผู้ชนะในแต่ละกลุ่มคะแนนไม่พ้นขั้นต่ำ ให้ถือว่าสอบตก เช่น
กลุ่มการเมือง อันดับ 1 ได้ 3 แสนคะแนน อันดับ 2 ได้ 1.5 แสนคะแนน แบบนี้แปลว่า ได้ สว. แค่คนเดียว อีกคนสอบตก ต้องไปเลือกกันใหม่
6. หลังสรุปผล สว. กลุ่มไหนยังเลือกตั้งได้ไม่ครบจำนวนที่กำหนด ให้กลุ่มนั้นๆ สรรหาผู้สมัครชุดใหม่เข้ามา โดยห้ามผู้สมัครที่สอบตกไปแล้วทั้งหมดกลับเข้ามาอีก เช่น
กลุ่มการเมือง สอบได้แค่ 1 คน ขาดอีก 1 เก้าอี้ ก็ให้ กลุ่มการเมืองไปสรรหาผู้สมัครมาใหม่อีก 10 คน โดยใน 10 คนนี้ ห้ามเป็น 9 คนที่สอบตกจากครั้งก่อน
7. เมื่อได้ผู้สมัครครบแล้ว ให้จัดเลือกตั้งซ่อมใหม่(ทั่วประเทศอีกครั้ง) ให้ทำแบบนี้ไปจนกว่าจะได้ สว.ครับ
ถ้าทำได้แบบนี้ผมว่านาจะยุติปัญหา เพราะเป็นการเอาข้อดีของระบบ สรรหา และเลือกตั้ง มารวมไว้ด้วยกัน
ฝ่ายสรรหา ก็มีหน้าที่สรรหาไป แต่ไม่มีสิทธิเลือก
ฝ่ายเลือก สามารถเลือกได้เต็มที่ ถ้าคนที่สรรหามามันไม่เอาไหน ก็ไม่ต้องไปเลือก พอไม่เลือกคะแนนไม่พ้นขั้นต่ำ ก็สอบตกทั้งกระบริ ต้องกลับไปสรรหาผู้สมัครชุดใหม่ มาให้เลือกกันอีกที