ขอเสนอ ระบบระบายน้ำระบบปิด คือ นำท่อ ขนาดใหญ่ (สมมุติ) เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร วางตั้งแต่ ต้นน้ำ ถึงปากแม่น้ำ เจ้าพระยา
โดยวางไปใน ลำน้ำเดิม คือ ใต้แม่น้ำ ( ทำให้จะประหยัดค่าก่อสร้าง ได้เยอะ ทั้ง วัสดุ และ วิธีการก่อสร้าง )
จากกฏแบนูรี่ แรงดันน้ำ = rgh + 0.5rv^2 ( สมมุติมีค่าความสูงต่างกัน 100 เมตร จากต้นน้ำถึงปากแม่น้ำ )
หาความเร็ว ที่ปากแม่น้ำ rgh = 0.5rv^2
gh = 0.5v^2
v = แสควรูทของ (10x100)/0.5
เพราะฉะนั้นจะมีความเร็ว v = 45 m/s ( โดยประมาณ ไม่พิจารณา แรงเสียดทาน ความดันภายนอกที่ต่างกัน )
จากที่เรา สมมุติเส้นผ่านศูนย์กลาง ขนาด 3 เมตร เท่ากับมีพื้นที่ = 3.14 x 3 x 3 /4 = 7 ตร.ม.
นั้นหมายความว่า สามารถระบายน้ำ ได้ = 7 x 45 = 315 ลบ.ม. / วินาที ( อุโมงค์ ยักษ์ กทม. ได้ 200 ลบ.ม. / วินาที )
นั้นหมายความว่า สามารถระบายน้ำได้มากกว่า 1.5 เท่า และถ้าคิดว่า สามารถระบายน้ำได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ในขณะที่อุโมงยักษ์ของ กทม. ต้องมาระบายเมื่อน้ำมาถึง กทม. ( เวลาที่น้ำปกติเดินทาง จากต้นน้ำมาถึง กทม. 2 อาทิตย์ )
นั้นเท่ากับว่า การระบายน้ำด้วยระบบท่อนี้ 1 วัน จะเท่ากับ อุโมงค์ยักษ์ ของ กทม. 1 เดือน ( โดยประมาณ ) แถมไม่มีการเสียหายจากการผ่านของ มวลน้ำ
ค่าก่อสร้าง อุโมงค์ยักษ์ 1.6 หมื่นล้าน
แต่ระบบท่อน้ำแบบนี้ คิดค่าผลิต เมตรละ 50,000 บาท ระยะทาง 500 กิโลเมตร เท่ากับ 2.5 หมื่นล้าน
( ที่ค่าใช้จ่ายถูก ก็เพราะ เราวางลงไปใต้แม่น้ำ ให้แรงดันน้ำภายนอก ช่วยแบ่งเบา แรงดันน้ำภายใน เราสามารถ พัฒนาไปใช้ในการส่งน้ำเพื่อ เกษตรกรรมได้ด้วย เพียงแค่ แยกท่อ ไปในพื้นที่การเกษตร สามารถ ตรวจสอบท่อรั่ว โดยการติดตั้ง เพชเชอร์เกจ เป็นช่วงๆ )
ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดเฉยๆ สูตรการคำนวณ ไม่ได้ลงลึก เพื่อให้เข้าใจง่าย ที่นำมาเสนอ จะให้เพื่อนๆช่วยดู ว่าเป็นไปได้ไหม พอจะสู้ ค่าจ้าง แนวคิดไข่ชั่งกิโลได้ไหม ( ถ้าเอาเงินนั้นมาให้ผม รับรองได้ประโยชน์กว่าแน่ๆ )
งบ 3.5 แสนล้านที่ประมูลกัน ขอ 0.5 แสนล้าน เพื่อสมองคนไทยได้ไหม
( เนื่องจากเป็นไอเดียเฉยๆ ไม่ได้ปรึกษาใคร เลยเอามาลง ห้องพันทิพย์ ว่าแนวคิดเราใช้ได้ไหม )
ถ้าแนวคิดใช้ได้ ค่อยไปคิดเรื่องการผลิต วัสดุท่อ การติดตั้ง การซ่อมบำรุง ความปลอดภัย
ขอเสนอการแก้ปัญหา การจัดการน้ำ
โดยวางไปใน ลำน้ำเดิม คือ ใต้แม่น้ำ ( ทำให้จะประหยัดค่าก่อสร้าง ได้เยอะ ทั้ง วัสดุ และ วิธีการก่อสร้าง )
จากกฏแบนูรี่ แรงดันน้ำ = rgh + 0.5rv^2 ( สมมุติมีค่าความสูงต่างกัน 100 เมตร จากต้นน้ำถึงปากแม่น้ำ )
หาความเร็ว ที่ปากแม่น้ำ rgh = 0.5rv^2
gh = 0.5v^2
v = แสควรูทของ (10x100)/0.5
เพราะฉะนั้นจะมีความเร็ว v = 45 m/s ( โดยประมาณ ไม่พิจารณา แรงเสียดทาน ความดันภายนอกที่ต่างกัน )
จากที่เรา สมมุติเส้นผ่านศูนย์กลาง ขนาด 3 เมตร เท่ากับมีพื้นที่ = 3.14 x 3 x 3 /4 = 7 ตร.ม.
นั้นหมายความว่า สามารถระบายน้ำ ได้ = 7 x 45 = 315 ลบ.ม. / วินาที ( อุโมงค์ ยักษ์ กทม. ได้ 200 ลบ.ม. / วินาที )
นั้นหมายความว่า สามารถระบายน้ำได้มากกว่า 1.5 เท่า และถ้าคิดว่า สามารถระบายน้ำได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ในขณะที่อุโมงยักษ์ของ กทม. ต้องมาระบายเมื่อน้ำมาถึง กทม. ( เวลาที่น้ำปกติเดินทาง จากต้นน้ำมาถึง กทม. 2 อาทิตย์ )
นั้นเท่ากับว่า การระบายน้ำด้วยระบบท่อนี้ 1 วัน จะเท่ากับ อุโมงค์ยักษ์ ของ กทม. 1 เดือน ( โดยประมาณ ) แถมไม่มีการเสียหายจากการผ่านของ มวลน้ำ
ค่าก่อสร้าง อุโมงค์ยักษ์ 1.6 หมื่นล้าน
แต่ระบบท่อน้ำแบบนี้ คิดค่าผลิต เมตรละ 50,000 บาท ระยะทาง 500 กิโลเมตร เท่ากับ 2.5 หมื่นล้าน
( ที่ค่าใช้จ่ายถูก ก็เพราะ เราวางลงไปใต้แม่น้ำ ให้แรงดันน้ำภายนอก ช่วยแบ่งเบา แรงดันน้ำภายใน เราสามารถ พัฒนาไปใช้ในการส่งน้ำเพื่อ เกษตรกรรมได้ด้วย เพียงแค่ แยกท่อ ไปในพื้นที่การเกษตร สามารถ ตรวจสอบท่อรั่ว โดยการติดตั้ง เพชเชอร์เกจ เป็นช่วงๆ )
ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดเฉยๆ สูตรการคำนวณ ไม่ได้ลงลึก เพื่อให้เข้าใจง่าย ที่นำมาเสนอ จะให้เพื่อนๆช่วยดู ว่าเป็นไปได้ไหม พอจะสู้ ค่าจ้าง แนวคิดไข่ชั่งกิโลได้ไหม ( ถ้าเอาเงินนั้นมาให้ผม รับรองได้ประโยชน์กว่าแน่ๆ )
งบ 3.5 แสนล้านที่ประมูลกัน ขอ 0.5 แสนล้าน เพื่อสมองคนไทยได้ไหม
( เนื่องจากเป็นไอเดียเฉยๆ ไม่ได้ปรึกษาใคร เลยเอามาลง ห้องพันทิพย์ ว่าแนวคิดเราใช้ได้ไหม )
ถ้าแนวคิดใช้ได้ ค่อยไปคิดเรื่องการผลิต วัสดุท่อ การติดตั้ง การซ่อมบำรุง ความปลอดภัย