บนโต๊ะทำงานของน้ำตาลขณะที่เธอกำลังขะมักเขม้นกับการตรวจกองแฟ้มเอกสารจำนวนมากบนโต๊ะ ที่เธอทำมันหามรุ่งหามค่ำจนแทบไม่มีเวลาพักหายใจ ร่างของแบงค์ที่เดินเข้ามาในห้องทำให้น้ำตาลต้องหยุดทำงานและมองดูเขาด้วยความแปลกใจ
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
น้ำตาลเอ่ยถามแบงค์เสียงเรียบจ้องมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า
“ผมมาเชิญคุณในฐานะเพื่อนเก่า”
แบงค์พูดด้วยท่าทีเฉยชาวางการ์ดแต่งงานลงบนโต๊ะทำงานน้ำตาล
“การ์ดแต่งงานของนายหรือไง”
น้ำตาลพูดขึ้นลอยๆก่อนจะต้องตกตะลึงตาค้างเพราะมันคือเรื่องจริง
“หวังว่าผมจะเห็นคุณในงานนะครับ”
แบงค์พูดกับน้ำตาลที่นั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับคำพูดของเขา
“มันอาจเป็นงานสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน”
แบงค์พูดหันหลังกับและเดินตรงไปที่ประตูแต่เขาก็ต้องหันกลับมาอีกครั้งเพราะเสียงดังโครมใหญ่ และร่างของน้ำตาลที่ล่วงผล็อยลงกับพื้น
“โทษทีนะฉันแค่......แค่ไม่ทันตั้งตัว”
น้ำตาลรับร้อนพูดพยายามดันกลายของตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นแต่ขาทั้งสองข้างกับไร้กำลังลมลงกับพื้นทุกครั้งไป
“โทษทีนะที่ฉันทำเปิ่นต่อหน้านาย......นายออกไปเถอะ”
น้ำตาลพูดหยดน้ำตาไหลรินเช่นเดียวกับร่างกายของเธอที่ล้มลงกับพื้นแล้วไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
“คุณเป็นไรไหม”
แบงค์เอ่ยถามน้ำตาลจะเข้ามาประคองเธอให้ลุกขึ้นแต่น้ำตาลกลับร้องห้ามเสียงหลง
“อย่าเข้ามา....ออกไปจากห้องฉันไม่ต้องสนฉันฉันไม่เป็นไร”
น้ำตาลพูดทั้งที่หยดน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย
“ทำไมคุณต้องเป็นแบบนี้.....ทำไมต้องทำให้ผมสับสนแบบนี้ คนไหนกันแน่คนไหนคือตัวตนของคุณ ผู้หญิงร้ายกาจที่นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้าหรือเธอคนนี้เธอที่กำลังร้องไห้จนลุกไม่ไหวเพราะว่าผมกำลังจะแต่งงาน”
แบงค์พูดพยายามกลั้นหยดน้ำตาที่เตรียมเอ่อไหลไว้แววตาสับสนจ้องมองน้ำตาลด้วยความว้าวุ่นใจ
“หนึ่งร้อยครั้ง หนึ่งพันครั้ง หนึ่งหมื่นครั้งที่ฉันบอกความจริงกับคุณแต่มันน่าเศร้าสำหรับฉันเมื่อคุณไม่เคยเชื่อ.......ความรักความจริงใจมันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับฉันอีกแล้ว ไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ”
น้ำตาลร้องไห้โฮจ้องมองแบงค์ที่ยืนนิ่งด้วยความปวดร้าว
“ขอโทษนะน้ำตาลผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงยากเย็นเหลือเกินสำหรับเรื่องของเรา ทั้งๆที่ผมเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีคุณอยู่ข้างๆแต่ผมก็กลัวจนประสาทว่าตัวเองจะต้องเจ็บจนทนไม่ไหวถ้าคุณมาอยู่ข้างกายผม”
แบงค์พูดความในใจก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตน้ำตาลอีกครั้งแม้ว่ามันจะทำให้เขาแทบขาดใจ

“ทำไมมันถึงน่าขำแบบนี้นะทำไมความรักของฉันมันถึงได้น่าสมเพชขนาดนี้”
น้ำตาลหัวเราะทั้งน้ำตาก่อนจะโทรเรียกเลขาให้ยกเหล้าขวดใหญ่มาให้และหายเงียบไปคนเดียวในห้องทำงานของเธอ
กว่าสามชั่วโมงที่น้ำตาลไม่ได้ออกมาจากห้องเลยทำให้เลขาตัดสินใจโทรหาพันธการเพื่อให้เขาเข้าไปดูน้ำตาลแทนเพราะกลัวว่าน้ำตาลจะอาลาวาดถ้าพวกเธอเข้าไปรบกวนตอนนี้
“นานแค่ไหนแล้ว”
พันธการถามทันทีที่มาถึง
“สามชั่วโมงค่ะ”
“พวกคุณปล่อยเธอไว้คนเดียวสามชั่วโมงเป็นบ้าไปแล้วหรือไง อยากตกงานกันมากนักใช่ไหม”พันธการตะวาดใส่พนักงานเป็นทิวแถวเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูเปิดออกพอดี เขารีบวิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำตาลทันที
“น้ำตาล”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลด้วยความตกใจเมื่อเห็นเธอนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
“น้ำตาล.......น้ำตาล.....”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลประคองเธอขึ้นด้วยท่อนแขนแข็งแรงของเขา
“น้ำตาลตื่นเดี๋ยวนี้นะ....น้ำตาล”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลใจเต้นไม่เป็นจังหวะเขากลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปจริงๆ
“เรียกรถพยาบาลนะคะ”
เลขาเอ่ยถามด้วยความตกใจไม่แพ้พัพันธการเช่นกัน
“ช้าไป.......ไปบอกคนขับรถให้เอารถออกหยิบขวดเหล้าไปให้หมอดูด้วยนะ”
พันธการออกคำสั่งเหมือนอยากฆ่าคนก่อนจะอุ้มร่างไร้สติของน้ำตาลออกไปท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองดูด้วยความตกใจ
หน้าห้องฉุกเฉินพันธการนั่งเฝ้าน้ำตาลที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้กว่าห้าชั่วโมงที่เธอนอนแน่นิ่งและไม่มีวี่แววว่าจะตื่น
“ไปเข้าห้องน้ำหรือไปหาอะไรทานก่อนได้นะคะเดี๋ยวนางพยาบาลจะดูแลแฟนคุณให้เองคะ”
นางพยาบาลพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อพันธการไม่ยอมห่างจากเตียงน้ำตาลไปไหนเลย
“เอ่อผมไม่เป็นไรครับ.....แต่....แต่ไปเข้าห้องน้ำหน่อยก็ได้”
พันธการทำหน้าไม่ถูกรีบออกไปจากห้องฉุกเฉิน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเท้าพ้นประตูก็ต้องเดินย้อนกลับมาที่เตียงคนไข้เพราะเสียงร้องไห้ของน้ำตาล
“นี่คุณ....ตื่นซิ...คุณ”
พันธการเขย่าแขนน้ำตาลเพื่อให้เธอตื่นขึ้น
“ฉันเกลียดนาย.....เกลียด”
น้ำตาลละเมอร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวน
“นี่เธอ.......อยากตายหรือไง”
พันธการชักโมโหจับไหล่น้ำตาลให้ลุกขึ้นนั่งเพราะสายตาบรรดานางพยาบาลที่จ้องมองเขาอยู่
“นาย....นายมันคนใจร้ายฉันก็เกลียดนายเหมือนกันให้พ้นเลยนะ”
น้ำตาลร้องไห้โฮทุบตีพันธการไม่ยั้งมือ
“นี่คุณใจเย็นหน่อยได้ไหมต่อให้คุณร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดคุณก็ไม่มีทางใช่เจ้าสาวของเขาหรอก”
เพราะคำพูดจี้ใจดำของพันธการทำให้น้ำตาลได้สติกลับคืนมาจ้องมองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา
“ช่วยฉันด้วยซิ......ช่วยฉันที......ฉันเจ็บ.....ฉันเสียใจ..ฮือ”
น้ำตาลร้องไห้โฮโผกอดพันธการไว้แน่น ใบหน้างดงามที่ซบลงบนแผลงออกกว้างของพันธการอย่างไม่เคยทำทำให้เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เสียงร้องไห้ของน้ำตาลสัมผัสที่รู้สึกได้ด้วยหัวใจยิ่งทำให้พันธมิตรหวั่นไหว แต่ก่อนที่หัวใจจะอ่อนแอจนเกินเยียวยาเขาต้องไม่ลืมว่าน้ำตาลคือบุคคลที่เขาต้องเกลียดชังให้หมดหัวใจ
“เจ็บจนจะตายมันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับผมสักนิด”
พันธการพูดเสียงเข้มผลักน้ำตาลจากอ้อมแขนของเขา
“ทำไม.....ทำไมต้องรังเกียจฉันขนาดนี้ฉันทำอะไรผิดหนักหนาพวกคุณถึงได้ใจร้ายกับฉัน.....ทำไม”น้ำตาลร้องไห้โฮจ้องมองพันธการทั้งน้ำตา
“คนอย่างคุณสมควรโดนแบบนี้แล้ว......แล้วคุณก็ได้รู้สักทีว่าเจ็บจนจะขาดใจมันเป็นยังไง”
พันธการพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปแต่เพราะเสียงสะอึกสะอื้นของน้ำตาลที่ยังคงดังชัดเจนอยู่ในโสทประสาททำให้พันธการต้องย้อนกลับมาอีกครั้ง
“เพราะคุณ.......เพราะคุณ.....คุณทำให้ผมเป็นแบบนี้”
พันธการพูดด้วยความสับสนที่มีเต็มหัวใจเขาอยากจะหัวเราะอยากจะสะใจที่น้ำตาลทรมานขนาดนี้แต่เขาก็ทำได้แค่โอบกอดเธอไว้

“นายแพ้แล้ว......แพ้ให้กับผู้หญิงร้ายกาจอย่างฉันอีกครั้ง นายมันบ้าที่กอดฉันไว้ทั้งๆที่คู่หมั่นของนายนอกใจไปนอนกับคนอื่น.......นายมันโง่ที่สุด”
น้ำตาลพูดว่าพันธมิตรแต่อ้อมแขนกลับโอบกอดเขาไว้แน่นหนา
“นายแต่งงานกับฉันไหม”
เพราะคำถามที่ไม่ทันตั้งตัวของน้ำตาลทำให้พันธมิตรถึงกับนั่งนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง
“เราจะแต่งงานกันมะรืนนี้............ฉันไม่อยากถูกเขาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวในเมื่อเขาพยายามจะบอกฉันว่าเขาไม่มีทางย้อนกลับมาหาฉันแล้ว ฉันก็จะบอกเขาเหมือนกันว่าโอกาสของเขาก็หมดลงแล้วเช่นกัน”
พันธการไม่พูดอะไรอีกเขาไม่ได้ขัดเธอแต่เขาก็ยังคงไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุผลที่แต่งงานกับน้ำตาลคืออะไรกันแน่ เขาอยากจะใช้การแต่งงานเพื่อหาโอกาสทำร้ายเธอหรือว่าเขากลัวเธอจะตรอมใจตายไปจริงๆกันแน่
เพราะท่าทีเหนื่อยหน่ายชีวิตของน้ำตาลทำให้การันต์ยอมจัดงานแต่งงานสายฟ้าแลบให้น้ำตาลและพันธการ แต่ถึงจะมีเวลาเตรียมงานแค่วันเดียวงานแต่งงานของน้ำตาลก็ถูกเนรมิตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
“เจ้าบ่าวควรจะไปรับแขกอยู่หน้างานนะคะ”
เสียงเพื่อนๆน้ำตาลร้องห้ามมิตรที่กำลังจะเดินเข้ามาในห้องที่น้ำตาลแต่งตัวอยู่
“ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขา”
พันธการพูดสุภาพ
“ให้เขาเข้ามาแล้วพงวกเธอก็ออกไปได้แล้วเดี๋ยวฉันตามไป”
น้ำตาลบอกบเพื่อนๆที่นั่งกันนอยู่เต็มห้อง
“ก็ได้........ใจร้อนจังนะเจ้าบ่าว”
“ใช่อย่าใจร้อนยังไงซะคืนนี้เจ้าสาวก็ไม่หนีไปไหนหรอก”
เพื่อนๆน้ำตาลพากันแซวก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“สิบนา.....”
พันธการยังพูดไม่ทันจบประโยคเขาก็ต้องอ้าปากค้างเพราะเจ้าสาวคนสวยที่นั่งอยู่ตรงหน้า น้ำตาลในชุดสีขาวบริสุทธิทำให้พันธมิตรถึงกับติดอ่าง
“อะไรของนายเลิกมองฉันจนตาค้างได้แล้ว”
เพราะน้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึกใดๆของน้ำตาลทำให้พันธการได้สติและพูดสิ่งที่อยู่ในใจเขาอีกครั้ง
“สิบนาทีคุณยังมีเวลาเหลืออีกสิบนาทีสำหรับการยกเลิกการแต่งงาน”
พันธการบอกนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าน้ำตาล
“ที่นายไม่ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับฉัน สำหรับฉันมันหมายความว่านายจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไปไม่ว่าฉันจะทำให้นายเจ็บปวดสักแค่ไหน นายเองนั่นแหละที่ไม่ยอมไปจากฉันตอนนี้วันข้างหน้าฉันอาจจะทำให้นายเสียใจก็ได้”
“อย่าเพิ่งมั่นใจขนาดนั้นคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าที่ผมยอมแต่งงานกับคุณอาจเป็นเพราะผมกำลังหาวิธีการเล่นงานคุณอยู่ก็ได้”
“ฉันไม่กลัวหรอกเพราะอย่างน้อยๆฉันก็ไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บยังมีคุณอีกคนที่จะเจ็บไม่น้อยไปกว่าฉันเลย”
น้ำตาลพูดจ้องมองพันธการด้วยความมั่นใจว่าเธออ่านใจเขาออก
“ผมไม่หน้าโง่ขนาดนั้นหรอกอย่างน้อยๆผมก็ไม่ยอมให้คุณได้ดั่งใจอยู่คนเดียวหรอก”
พันธการพูดหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาแบงค์และยื่นให้น้ำตาลรับสาย
“บอกให้เขามางานแต่งถ้าเขามาคุณจะได้สามีคืนนี้แต่ถ้าเขาไม่มาคุณก็เป็นม่ายขันหมากแน่”
“ฉันทำได้ดีกว่าที่คุณคิดแน่”
น้ำตาลส่งรอยยิ้มเย็นชาให้พันธการก่อนจะรับสายแบงค์ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นกัน
“อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ฉันจะไปงานแต่งงานคุณแน่ แต่ว่าคืนนี้รีบมาที่ห้องจัดเลี้ยงโรงแรมของเราพาว่าที่ภรรยาของคุณมาด้วยนะเพราะถ้าพวกคุณไม่มาฉันอาจจะไม่ได้สามีก็ได้”
น้ำตาลพูดจบก็กดสายแบงค์ทันทีก่อนจะเดินนำพันธการออกไปรับแขกที่หน้างาน
“ไปไหนเหรอแบงค์ทำไมต้องแต่งเต็มยศขนาดนี้” ปูนเอ่ยถามแบงค์ขณะกำลังเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง
“เราไม่รู้แต่ว่าน้ำตาลเป็นคนโทรเรียกเราออกมาเราอยากจะจบทุกอย่างซะ ขอโทษที่ไม่ได้บอกเธอล่วงหน้า”
แบงค์พูดเสียงเรียบแต่ในใจกำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลที่น้ำตาลเรียกเขาออกมาที่นี่
“หวังว่าเขาคงไม่ขอเธอคืนจากเรานะ”
ปูนพูดทีเล่นทีจริงแต่กลับคล้องแขนไว้แน่น
“เราไม่หนีไปไหนหรอก”
แบงค์พูดปลอบใจปูนก่อนจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงที่ตอนนี้มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นแสงไฟก็สว่างไสวขึ้นพร้อมภาพบาดตาที่ทำให้แบงค์และปูนต้องยืนตะลึงตาค้าง ภาพน้ำตาลในชุดเจ้าสาวที่เดินเคียงคู่มากับพันธการในนามพันธมิตรที่มาในฐานะเจ้าบ่าวทำให้แบงค์แทบจะหยุดหายใจเช่นเดียวกับน้ำตาลที่รอยยิ้มเหือดหายไปในทันทีที่หันมาเห็นแบงค์ที่เดินเคียงคู่มากับว่าที่เจ้าสาวอย่างปูน

“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งงานของเราสองคนนะครับผมสัญญาว่าจะรักและถนุถนอมเธอให้ดีที่สุด ผมจะไม่มีวันทำให้เธอต้องร้องไห้ผมอยากจะบอกใครบางคนที่ถอดทิ้งเธอว่า............ผมจะไม่มีวันคืนเธอให้เขาต่อจากนี้ไปเขาจะไม่มีวันกอดเธอได้อีกแล้ว”
พันธการพูดใส่ไมโอบเอวน้ำตาลในฐานะเจ้าสาวของเขา
“ฉันก็ขอสัญญากับคุณว่าต่อจากวันนี้ไปคนคนเดียวที่จะกอดฉันก็คือคุณ คนคนเดียวที่เคยได้สิทธินั้นไม่ใช่เขาอีกแล้วไม่มีวันใช่”
น้ำตาลพูดกับพันธมิตรแต่ทว่าสายตากลับจ้องไปที่แบงค์ไม่วางสายตา
“เขารักเธอ........รักเธอจริงๆ”
ปูนพูดเสียงเรียบบีบมือแบงค์ที่ตอนนี้เย็นเฉียบไว้มั่น
“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
แบงค์กล่าวเสียงเรียบสติของเขาแทบไม่มีเหลืออยู่อีกแล้วในตอนนี้เขารับรู้แค่เพียงว่าหัวใจเจ็บจนร้าวไปทั้งใจ
“อย่าไปนะ......อย่าให้เขามีความสำคัญในใจของเธออีก”
ปูนพูดจับข้อมือแบงค์ไว้มั่น
“เธอต้องทนให้ได้....เพราะถ้าเธอหนีไปตอนนี้มันแสดงว่าเธอยังไม่อยากจะปล่อยมือเขา”
เพราะคำพูดของปูนทำให้แบงค์ต้องเดินตามเธอไปนั่งที่โต๊ะด้วยความฝืน
“เจ้าสาวน่ารักฉิบเลยว่ะ......ขาวอวบ”
เพื่อนๆของพันธมิตรที่นั่งโต๊ะเดียวกับแบงค์พากันชมน้ำตาลที่อยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวย
“เออว่ะสวยยังกะนางฟ้า”
เพราะคำพูดของเพื่อนๆพันธมิตรทำให้แบงค์ทั้งอึดอัดทั้งเสียใจและเจ็บปวดจนสับสนไปหมดแต่เขาก็ยังต้องทนนั่งอยู่ตรงนั้นเพราะปูนผู้หญิงที่คอยอยู่
พิษรัก ตอนที่ 18
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
น้ำตาลเอ่ยถามแบงค์เสียงเรียบจ้องมองเขาเหมือนคนแปลกหน้า
“ผมมาเชิญคุณในฐานะเพื่อนเก่า”
แบงค์พูดด้วยท่าทีเฉยชาวางการ์ดแต่งงานลงบนโต๊ะทำงานน้ำตาล
“การ์ดแต่งงานของนายหรือไง”
น้ำตาลพูดขึ้นลอยๆก่อนจะต้องตกตะลึงตาค้างเพราะมันคือเรื่องจริง
“หวังว่าผมจะเห็นคุณในงานนะครับ”
แบงค์พูดกับน้ำตาลที่นั่งนิ่งไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับคำพูดของเขา
“มันอาจเป็นงานสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน”
แบงค์พูดหันหลังกับและเดินตรงไปที่ประตูแต่เขาก็ต้องหันกลับมาอีกครั้งเพราะเสียงดังโครมใหญ่ และร่างของน้ำตาลที่ล่วงผล็อยลงกับพื้น
“โทษทีนะฉันแค่......แค่ไม่ทันตั้งตัว”
น้ำตาลรับร้อนพูดพยายามดันกลายของตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นแต่ขาทั้งสองข้างกับไร้กำลังลมลงกับพื้นทุกครั้งไป
“โทษทีนะที่ฉันทำเปิ่นต่อหน้านาย......นายออกไปเถอะ”
น้ำตาลพูดหยดน้ำตาไหลรินเช่นเดียวกับร่างกายของเธอที่ล้มลงกับพื้นแล้วไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
“คุณเป็นไรไหม”
แบงค์เอ่ยถามน้ำตาลจะเข้ามาประคองเธอให้ลุกขึ้นแต่น้ำตาลกลับร้องห้ามเสียงหลง
“อย่าเข้ามา....ออกไปจากห้องฉันไม่ต้องสนฉันฉันไม่เป็นไร”
น้ำตาลพูดทั้งที่หยดน้ำตาไหลรินไม่ขาดสาย
“ทำไมคุณต้องเป็นแบบนี้.....ทำไมต้องทำให้ผมสับสนแบบนี้ คนไหนกันแน่คนไหนคือตัวตนของคุณ ผู้หญิงร้ายกาจที่นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้าหรือเธอคนนี้เธอที่กำลังร้องไห้จนลุกไม่ไหวเพราะว่าผมกำลังจะแต่งงาน”
แบงค์พูดพยายามกลั้นหยดน้ำตาที่เตรียมเอ่อไหลไว้แววตาสับสนจ้องมองน้ำตาลด้วยความว้าวุ่นใจ
“หนึ่งร้อยครั้ง หนึ่งพันครั้ง หนึ่งหมื่นครั้งที่ฉันบอกความจริงกับคุณแต่มันน่าเศร้าสำหรับฉันเมื่อคุณไม่เคยเชื่อ.......ความรักความจริงใจมันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับฉันอีกแล้ว ไม่มีความหมายอะไรเลยจริงๆ”
น้ำตาลร้องไห้โฮจ้องมองแบงค์ที่ยืนนิ่งด้วยความปวดร้าว
“ขอโทษนะน้ำตาลผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรมันถึงยากเย็นเหลือเกินสำหรับเรื่องของเรา ทั้งๆที่ผมเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีคุณอยู่ข้างๆแต่ผมก็กลัวจนประสาทว่าตัวเองจะต้องเจ็บจนทนไม่ไหวถ้าคุณมาอยู่ข้างกายผม”
แบงค์พูดความในใจก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตน้ำตาลอีกครั้งแม้ว่ามันจะทำให้เขาแทบขาดใจ
“ทำไมมันถึงน่าขำแบบนี้นะทำไมความรักของฉันมันถึงได้น่าสมเพชขนาดนี้”
น้ำตาลหัวเราะทั้งน้ำตาก่อนจะโทรเรียกเลขาให้ยกเหล้าขวดใหญ่มาให้และหายเงียบไปคนเดียวในห้องทำงานของเธอ
กว่าสามชั่วโมงที่น้ำตาลไม่ได้ออกมาจากห้องเลยทำให้เลขาตัดสินใจโทรหาพันธการเพื่อให้เขาเข้าไปดูน้ำตาลแทนเพราะกลัวว่าน้ำตาลจะอาลาวาดถ้าพวกเธอเข้าไปรบกวนตอนนี้
“นานแค่ไหนแล้ว”
พันธการถามทันทีที่มาถึง
“สามชั่วโมงค่ะ”
“พวกคุณปล่อยเธอไว้คนเดียวสามชั่วโมงเป็นบ้าไปแล้วหรือไง อยากตกงานกันมากนักใช่ไหม”พันธการตะวาดใส่พนักงานเป็นทิวแถวเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูเปิดออกพอดี เขารีบวิ่งเข้าไปดูในห้องน้ำตาลทันที
“น้ำตาล”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลด้วยความตกใจเมื่อเห็นเธอนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
“น้ำตาล.......น้ำตาล.....”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลประคองเธอขึ้นด้วยท่อนแขนแข็งแรงของเขา
“น้ำตาลตื่นเดี๋ยวนี้นะ....น้ำตาล”
พันธการส่งเสียงเรียกน้ำตาลใจเต้นไม่เป็นจังหวะเขากลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปจริงๆ
“เรียกรถพยาบาลนะคะ”
เลขาเอ่ยถามด้วยความตกใจไม่แพ้พัพันธการเช่นกัน
“ช้าไป.......ไปบอกคนขับรถให้เอารถออกหยิบขวดเหล้าไปให้หมอดูด้วยนะ”
พันธการออกคำสั่งเหมือนอยากฆ่าคนก่อนจะอุ้มร่างไร้สติของน้ำตาลออกไปท่ามกลางสายตาของพนักงานที่มองดูด้วยความตกใจ
หน้าห้องฉุกเฉินพันธการนั่งเฝ้าน้ำตาลที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้กว่าห้าชั่วโมงที่เธอนอนแน่นิ่งและไม่มีวี่แววว่าจะตื่น
“ไปเข้าห้องน้ำหรือไปหาอะไรทานก่อนได้นะคะเดี๋ยวนางพยาบาลจะดูแลแฟนคุณให้เองคะ”
นางพยาบาลพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อพันธการไม่ยอมห่างจากเตียงน้ำตาลไปไหนเลย
“เอ่อผมไม่เป็นไรครับ.....แต่....แต่ไปเข้าห้องน้ำหน่อยก็ได้”
พันธการทำหน้าไม่ถูกรีบออกไปจากห้องฉุกเฉิน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะก้าวเท้าพ้นประตูก็ต้องเดินย้อนกลับมาที่เตียงคนไข้เพราะเสียงร้องไห้ของน้ำตาล
“นี่คุณ....ตื่นซิ...คุณ”
พันธการเขย่าแขนน้ำตาลเพื่อให้เธอตื่นขึ้น
“ฉันเกลียดนาย.....เกลียด”
น้ำตาลละเมอร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวน
“นี่เธอ.......อยากตายหรือไง”
พันธการชักโมโหจับไหล่น้ำตาลให้ลุกขึ้นนั่งเพราะสายตาบรรดานางพยาบาลที่จ้องมองเขาอยู่
“นาย....นายมันคนใจร้ายฉันก็เกลียดนายเหมือนกันให้พ้นเลยนะ”
น้ำตาลร้องไห้โฮทุบตีพันธการไม่ยั้งมือ
“นี่คุณใจเย็นหน่อยได้ไหมต่อให้คุณร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดคุณก็ไม่มีทางใช่เจ้าสาวของเขาหรอก”
เพราะคำพูดจี้ใจดำของพันธการทำให้น้ำตาลได้สติกลับคืนมาจ้องมองเขาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา
“ช่วยฉันด้วยซิ......ช่วยฉันที......ฉันเจ็บ.....ฉันเสียใจ..ฮือ”
น้ำตาลร้องไห้โฮโผกอดพันธการไว้แน่น ใบหน้างดงามที่ซบลงบนแผลงออกกว้างของพันธการอย่างไม่เคยทำทำให้เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เสียงร้องไห้ของน้ำตาลสัมผัสที่รู้สึกได้ด้วยหัวใจยิ่งทำให้พันธมิตรหวั่นไหว แต่ก่อนที่หัวใจจะอ่อนแอจนเกินเยียวยาเขาต้องไม่ลืมว่าน้ำตาลคือบุคคลที่เขาต้องเกลียดชังให้หมดหัวใจ
“เจ็บจนจะตายมันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับผมสักนิด”
พันธการพูดเสียงเข้มผลักน้ำตาลจากอ้อมแขนของเขา
“ทำไม.....ทำไมต้องรังเกียจฉันขนาดนี้ฉันทำอะไรผิดหนักหนาพวกคุณถึงได้ใจร้ายกับฉัน.....ทำไม”น้ำตาลร้องไห้โฮจ้องมองพันธการทั้งน้ำตา
“คนอย่างคุณสมควรโดนแบบนี้แล้ว......แล้วคุณก็ได้รู้สักทีว่าเจ็บจนจะขาดใจมันเป็นยังไง”
พันธการพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปแต่เพราะเสียงสะอึกสะอื้นของน้ำตาลที่ยังคงดังชัดเจนอยู่ในโสทประสาททำให้พันธการต้องย้อนกลับมาอีกครั้ง
“เพราะคุณ.......เพราะคุณ.....คุณทำให้ผมเป็นแบบนี้”
พันธการพูดด้วยความสับสนที่มีเต็มหัวใจเขาอยากจะหัวเราะอยากจะสะใจที่น้ำตาลทรมานขนาดนี้แต่เขาก็ทำได้แค่โอบกอดเธอไว้
“นายแพ้แล้ว......แพ้ให้กับผู้หญิงร้ายกาจอย่างฉันอีกครั้ง นายมันบ้าที่กอดฉันไว้ทั้งๆที่คู่หมั่นของนายนอกใจไปนอนกับคนอื่น.......นายมันโง่ที่สุด”
น้ำตาลพูดว่าพันธมิตรแต่อ้อมแขนกลับโอบกอดเขาไว้แน่นหนา
“นายแต่งงานกับฉันไหม”
เพราะคำถามที่ไม่ทันตั้งตัวของน้ำตาลทำให้พันธมิตรถึงกับนั่งนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึง
“เราจะแต่งงานกันมะรืนนี้............ฉันไม่อยากถูกเขาทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวในเมื่อเขาพยายามจะบอกฉันว่าเขาไม่มีทางย้อนกลับมาหาฉันแล้ว ฉันก็จะบอกเขาเหมือนกันว่าโอกาสของเขาก็หมดลงแล้วเช่นกัน”
พันธการไม่พูดอะไรอีกเขาไม่ได้ขัดเธอแต่เขาก็ยังคงไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุผลที่แต่งงานกับน้ำตาลคืออะไรกันแน่ เขาอยากจะใช้การแต่งงานเพื่อหาโอกาสทำร้ายเธอหรือว่าเขากลัวเธอจะตรอมใจตายไปจริงๆกันแน่
เพราะท่าทีเหนื่อยหน่ายชีวิตของน้ำตาลทำให้การันต์ยอมจัดงานแต่งงานสายฟ้าแลบให้น้ำตาลและพันธการ แต่ถึงจะมีเวลาเตรียมงานแค่วันเดียวงานแต่งงานของน้ำตาลก็ถูกเนรมิตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
“เจ้าบ่าวควรจะไปรับแขกอยู่หน้างานนะคะ”
เสียงเพื่อนๆน้ำตาลร้องห้ามมิตรที่กำลังจะเดินเข้ามาในห้องที่น้ำตาลแต่งตัวอยู่
“ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขา”
พันธการพูดสุภาพ
“ให้เขาเข้ามาแล้วพงวกเธอก็ออกไปได้แล้วเดี๋ยวฉันตามไป”
น้ำตาลบอกบเพื่อนๆที่นั่งกันนอยู่เต็มห้อง
“ก็ได้........ใจร้อนจังนะเจ้าบ่าว”
“ใช่อย่าใจร้อนยังไงซะคืนนี้เจ้าสาวก็ไม่หนีไปไหนหรอก”
เพื่อนๆน้ำตาลพากันแซวก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“สิบนา.....”
พันธการยังพูดไม่ทันจบประโยคเขาก็ต้องอ้าปากค้างเพราะเจ้าสาวคนสวยที่นั่งอยู่ตรงหน้า น้ำตาลในชุดสีขาวบริสุทธิทำให้พันธมิตรถึงกับติดอ่าง
“อะไรของนายเลิกมองฉันจนตาค้างได้แล้ว”
เพราะน้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึกใดๆของน้ำตาลทำให้พันธการได้สติและพูดสิ่งที่อยู่ในใจเขาอีกครั้ง
“สิบนาทีคุณยังมีเวลาเหลืออีกสิบนาทีสำหรับการยกเลิกการแต่งงาน”
พันธการบอกนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าน้ำตาล
“ที่นายไม่ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับฉัน สำหรับฉันมันหมายความว่านายจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไปไม่ว่าฉันจะทำให้นายเจ็บปวดสักแค่ไหน นายเองนั่นแหละที่ไม่ยอมไปจากฉันตอนนี้วันข้างหน้าฉันอาจจะทำให้นายเสียใจก็ได้”
“อย่าเพิ่งมั่นใจขนาดนั้นคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าที่ผมยอมแต่งงานกับคุณอาจเป็นเพราะผมกำลังหาวิธีการเล่นงานคุณอยู่ก็ได้”
“ฉันไม่กลัวหรอกเพราะอย่างน้อยๆฉันก็ไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บยังมีคุณอีกคนที่จะเจ็บไม่น้อยไปกว่าฉันเลย”
น้ำตาลพูดจ้องมองพันธการด้วยความมั่นใจว่าเธออ่านใจเขาออก
“ผมไม่หน้าโง่ขนาดนั้นหรอกอย่างน้อยๆผมก็ไม่ยอมให้คุณได้ดั่งใจอยู่คนเดียวหรอก”
พันธการพูดหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาแบงค์และยื่นให้น้ำตาลรับสาย
“บอกให้เขามางานแต่งถ้าเขามาคุณจะได้สามีคืนนี้แต่ถ้าเขาไม่มาคุณก็เป็นม่ายขันหมากแน่”
“ฉันทำได้ดีกว่าที่คุณคิดแน่”
น้ำตาลส่งรอยยิ้มเย็นชาให้พันธการก่อนจะรับสายแบงค์ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นกัน
“อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ฉันจะไปงานแต่งงานคุณแน่ แต่ว่าคืนนี้รีบมาที่ห้องจัดเลี้ยงโรงแรมของเราพาว่าที่ภรรยาของคุณมาด้วยนะเพราะถ้าพวกคุณไม่มาฉันอาจจะไม่ได้สามีก็ได้”
น้ำตาลพูดจบก็กดสายแบงค์ทันทีก่อนจะเดินนำพันธการออกไปรับแขกที่หน้างาน
“ไปไหนเหรอแบงค์ทำไมต้องแต่งเต็มยศขนาดนี้” ปูนเอ่ยถามแบงค์ขณะกำลังเดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง
“เราไม่รู้แต่ว่าน้ำตาลเป็นคนโทรเรียกเราออกมาเราอยากจะจบทุกอย่างซะ ขอโทษที่ไม่ได้บอกเธอล่วงหน้า”
แบงค์พูดเสียงเรียบแต่ในใจกำลังครุ่นคิดถึงเหตุผลที่น้ำตาลเรียกเขาออกมาที่นี่
“หวังว่าเขาคงไม่ขอเธอคืนจากเรานะ”
ปูนพูดทีเล่นทีจริงแต่กลับคล้องแขนไว้แน่น
“เราไม่หนีไปไหนหรอก”
แบงค์พูดปลอบใจปูนก่อนจะค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงที่ตอนนี้มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นแสงไฟก็สว่างไสวขึ้นพร้อมภาพบาดตาที่ทำให้แบงค์และปูนต้องยืนตะลึงตาค้าง ภาพน้ำตาลในชุดเจ้าสาวที่เดินเคียงคู่มากับพันธการในนามพันธมิตรที่มาในฐานะเจ้าบ่าวทำให้แบงค์แทบจะหยุดหายใจเช่นเดียวกับน้ำตาลที่รอยยิ้มเหือดหายไปในทันทีที่หันมาเห็นแบงค์ที่เดินเคียงคู่มากับว่าที่เจ้าสาวอย่างปูน
“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานแต่งงานของเราสองคนนะครับผมสัญญาว่าจะรักและถนุถนอมเธอให้ดีที่สุด ผมจะไม่มีวันทำให้เธอต้องร้องไห้ผมอยากจะบอกใครบางคนที่ถอดทิ้งเธอว่า............ผมจะไม่มีวันคืนเธอให้เขาต่อจากนี้ไปเขาจะไม่มีวันกอดเธอได้อีกแล้ว”
พันธการพูดใส่ไมโอบเอวน้ำตาลในฐานะเจ้าสาวของเขา
“ฉันก็ขอสัญญากับคุณว่าต่อจากวันนี้ไปคนคนเดียวที่จะกอดฉันก็คือคุณ คนคนเดียวที่เคยได้สิทธินั้นไม่ใช่เขาอีกแล้วไม่มีวันใช่”
น้ำตาลพูดกับพันธมิตรแต่ทว่าสายตากลับจ้องไปที่แบงค์ไม่วางสายตา
“เขารักเธอ........รักเธอจริงๆ”
ปูนพูดเสียงเรียบบีบมือแบงค์ที่ตอนนี้เย็นเฉียบไว้มั่น
“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
แบงค์กล่าวเสียงเรียบสติของเขาแทบไม่มีเหลืออยู่อีกแล้วในตอนนี้เขารับรู้แค่เพียงว่าหัวใจเจ็บจนร้าวไปทั้งใจ
“อย่าไปนะ......อย่าให้เขามีความสำคัญในใจของเธออีก”
ปูนพูดจับข้อมือแบงค์ไว้มั่น
“เธอต้องทนให้ได้....เพราะถ้าเธอหนีไปตอนนี้มันแสดงว่าเธอยังไม่อยากจะปล่อยมือเขา”
เพราะคำพูดของปูนทำให้แบงค์ต้องเดินตามเธอไปนั่งที่โต๊ะด้วยความฝืน
“เจ้าสาวน่ารักฉิบเลยว่ะ......ขาวอวบ”
เพื่อนๆของพันธมิตรที่นั่งโต๊ะเดียวกับแบงค์พากันชมน้ำตาลที่อยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวย
“เออว่ะสวยยังกะนางฟ้า”
เพราะคำพูดของเพื่อนๆพันธมิตรทำให้แบงค์ทั้งอึดอัดทั้งเสียใจและเจ็บปวดจนสับสนไปหมดแต่เขาก็ยังต้องทนนั่งอยู่ตรงนั้นเพราะปูนผู้หญิงที่คอยอยู่