หากถามถึง”วิธีคิด” ในการเลือกลงทุนหุ้น ว่าเริ่มต้นคิดอย่างไร
“สำหรับผม” ผมจะคิดถึงหลักเหตุผลและเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.เลือกปัจจัยหลักใหญ่ๆ หรือ MEGA TREND มาเป็นเหตุผลหลักลำดับแรก
2.คำนึงหรือคาดการณ์ถึงผลที่น่าจะเกิดขึ้นจากปัจจัยข้อแรกเพื่อจะได้มองเห็นภาพได้ลึกขึ้นว่าบริษัทไหนได้หรือเสียจากเหตุนี้
3.เมื่อเห็นภาพว่ามีบริษัทไหนที่เข้าเกณฑ์บ้างแล้วก็ค่อยเจาะลึกดูพื้นฐานบริษัท
4เริ่มแผนลงทุนด้วย”วิธีของตัวเอง”
ผมขอยกตัวอย่างสักอันให้เห็นภาพชัดขึ้น
ขอยกตัวอย่างจากปัจจัยที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานมากนักละกัน เช่น
ปัจจัยหรือเหตุ คือ โครงการรถคันแรก ส่วนผลที่น่าจะตามมาคือ คนซื้อรถง่ายและเยอะขึ้น รถติด คนใช้รถบนถนนมากขึ้น
คนใช้เวลาอยู่บนถนนนานขึ้น หลังจากนั้นก็มาคิดว่าบริษัทอะไรน่าจะเกี่ยวข้องบ้าง
ผมยกตัวอย่างว่า บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถน่าจะได้ผลดี รถติดคนก็น่าจะใช้ทางด่วนมากขึ้นหรือใช้ช่องทางอื่นเช่นรถไฟฟ้า
มากขึ้นตามไปด้วย หรือเนื่องจากรถติดมากขึ้น คนก็จะใช้ชีวิตบนท้องถนนนานขึ้น พวกบริษัทป้ายโฆษณาตามท้องถนนก็น่าจะได้ผลดีตามไปด้วย
สุดท้ายพอคัดเลือกบริษัทจากความน่าจะเป็นเหล่านี้มาได้ ก็นำมาดูความแข็งแกร่งของแต่ละบริษัท วิเคราะห์งบการเงิน การจ่ายปันผล
ประวัติการเติบโตต่างๆอย่างละเอียด ถึงขั้นตอนสุดท้าย ผมก็ค่อยมาดูกันที่ราคาที่เหมาะสมและวางแผนลงทุนด้วยวิธีการลงทุนที่ตัวเองถนัด
และนี่ก็คือวิธีคร่าวๆวิธีหนึ่งของผม แล้วพวกคุณหล่ะครับ วางแผนการลงทุนกันไว้แบบไหน? -บ้าหุ้น-
credit:
https://www.facebook.com/baahoon
ปล.
เพจนี้ จากชื่อเพจว่า บ้าหุ้น ตอนแรกนึกว่าไร้สาระพอสมควร แต่พออ่านเจอเค้าอธิบายและสอนเรื่องนึงเกี่ยวกับแนวทางการลงทุนในหุ้น
ชอบมากครับ เป็นการอธิบายได้เห็นภาพมาก ผมอยากนำมาแชร์นะครับ
และก็อยากฝากคนอื่นๆที่สอนเกี่ยวกับการลงทุนเหมือนกัน เวลาสอนหากช่วยยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบเพจนี้ด้วยก็จะดีมาก
และจะเป็นพระคุณมากครับ มันเข้าใจง่ายและชัดเจนดี
โดยส่วนตัวไม่มีเงินมากมายไปเรียนหรอกครับ ที่เปิดสอนหุ้นคอร์สแพงๆเป็นหมื่นเป็นแสนอ่ะ
ผมขอชื่นชมทุกๆคนที่คอยให้ความรู้ เปิดblog เปิดFacebook Page หรือแชร์ในเวปบอร์ดต่างๆเพื่อให้ความรู้คนอื่นๆแบบฟรีๆ
มีประโยชน์มากครับ ยกตัวอย่างได้เห็นภาพมากๆ
“สำหรับผม” ผมจะคิดถึงหลักเหตุผลและเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้
1.เลือกปัจจัยหลักใหญ่ๆ หรือ MEGA TREND มาเป็นเหตุผลหลักลำดับแรก
2.คำนึงหรือคาดการณ์ถึงผลที่น่าจะเกิดขึ้นจากปัจจัยข้อแรกเพื่อจะได้มองเห็นภาพได้ลึกขึ้นว่าบริษัทไหนได้หรือเสียจากเหตุนี้
3.เมื่อเห็นภาพว่ามีบริษัทไหนที่เข้าเกณฑ์บ้างแล้วก็ค่อยเจาะลึกดูพื้นฐานบริษัท
4เริ่มแผนลงทุนด้วย”วิธีของตัวเอง”
ผมขอยกตัวอย่างสักอันให้เห็นภาพชัดขึ้น
ขอยกตัวอย่างจากปัจจัยที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานมากนักละกัน เช่น
ปัจจัยหรือเหตุ คือ โครงการรถคันแรก ส่วนผลที่น่าจะตามมาคือ คนซื้อรถง่ายและเยอะขึ้น รถติด คนใช้รถบนถนนมากขึ้น
คนใช้เวลาอยู่บนถนนนานขึ้น หลังจากนั้นก็มาคิดว่าบริษัทอะไรน่าจะเกี่ยวข้องบ้าง
ผมยกตัวอย่างว่า บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถน่าจะได้ผลดี รถติดคนก็น่าจะใช้ทางด่วนมากขึ้นหรือใช้ช่องทางอื่นเช่นรถไฟฟ้า
มากขึ้นตามไปด้วย หรือเนื่องจากรถติดมากขึ้น คนก็จะใช้ชีวิตบนท้องถนนนานขึ้น พวกบริษัทป้ายโฆษณาตามท้องถนนก็น่าจะได้ผลดีตามไปด้วย
สุดท้ายพอคัดเลือกบริษัทจากความน่าจะเป็นเหล่านี้มาได้ ก็นำมาดูความแข็งแกร่งของแต่ละบริษัท วิเคราะห์งบการเงิน การจ่ายปันผล
ประวัติการเติบโตต่างๆอย่างละเอียด ถึงขั้นตอนสุดท้าย ผมก็ค่อยมาดูกันที่ราคาที่เหมาะสมและวางแผนลงทุนด้วยวิธีการลงทุนที่ตัวเองถนัด
และนี่ก็คือวิธีคร่าวๆวิธีหนึ่งของผม แล้วพวกคุณหล่ะครับ วางแผนการลงทุนกันไว้แบบไหน? -บ้าหุ้น-
credit:
https://www.facebook.com/baahoon
ปล.
เพจนี้ จากชื่อเพจว่า บ้าหุ้น ตอนแรกนึกว่าไร้สาระพอสมควร แต่พออ่านเจอเค้าอธิบายและสอนเรื่องนึงเกี่ยวกับแนวทางการลงทุนในหุ้น
ชอบมากครับ เป็นการอธิบายได้เห็นภาพมาก ผมอยากนำมาแชร์นะครับ
และก็อยากฝากคนอื่นๆที่สอนเกี่ยวกับการลงทุนเหมือนกัน เวลาสอนหากช่วยยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบเพจนี้ด้วยก็จะดีมาก
และจะเป็นพระคุณมากครับ มันเข้าใจง่ายและชัดเจนดี
โดยส่วนตัวไม่มีเงินมากมายไปเรียนหรอกครับ ที่เปิดสอนหุ้นคอร์สแพงๆเป็นหมื่นเป็นแสนอ่ะ
ผมขอชื่นชมทุกๆคนที่คอยให้ความรู้ เปิดblog เปิดFacebook Page หรือแชร์ในเวปบอร์ดต่างๆเพื่อให้ความรู้คนอื่นๆแบบฟรีๆ