สวัสดีค่ะเพื่อนๆชานเรือน ออกตัวก่อนว่าปรกติได้แต่อ่านกระทู้คนอื่นอยู่เงียบๆ วันนี้เกิดปัญหาที่อยากทราบว่าถ้าเป็นคนอื่นจะทำยังไง ปัญหาของเราอาจจะแตกต่างจากปัญหาของท่านอื่นๆลองมาอ่านเรื่องของเรากันดูนะคะ
เรากับสามีแต่งงานอยู่กินกันมาปีนี้เป็นปีที่ 20 กว่าแล้วแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อย ต่างคนต่างเป็นแฟนคนแรกด้วยกันทั้งคู่ แต่งงานได้เกือบปีก็มีลูกคนแรกจนตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ พอเมี่อหลายปีก่อนก็มีลูกอีกคน ห่างจากคนแรกเยอะเพราะเรามีปัญหาเรื่องมดลูก สามีเป็นคนที่ไม่เจ้าชู้เลย ไม่ทานเหล้า (เพราะติดปัญหาสุขภาพ) สูบบุหรี่แต่เพิ่งเลิกมาได้ประมาณ 2 - 3 เดือนเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ เค้าเลิกเองนะคะหมอไม่ได้สั่งให้เลิก
ที่ผ่านมามีปัญหาระหองระแหงกันบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นเรีองที่เค้าติดเพื่อน สังคมจัด เพื่อนเยอะก๊วนแยะ แต่ก็พยายามประคับประคองกันมา ปัญหาของเราเกิดจากตัวเราเองคือเราเป็นคนติดบุหรี่ และสูบหนักมากๆแต่ไม่ได้สูบทั่วไปตามที่สาธารณะ เราจะสูบเฉพาะเวลาเข้าห้องน้ำและจะสูบแต่ในห้องน้ำในห้องนอนของเราเท่านั้น สูบเสร็จทุกครั้งจะแปรงฟันทำความสะอาดกลั้วคอทุกครั้งจนคอฟันสึกกันไปเลย ฉีดเสปรย์ดับกลิ่นในห้องน้ำทุกครั้ง แต่ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ติดในห้องน้ำอยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้สามีไม่เคยทำใจรับได้และเป็นสาเหตุอีกสาเหตุนึงที่ทำให้ต้องทะเลาะกันมาตลอดเกือบ 10 กว่าปีมานี้
สามีไม่ชอบผู้หญิงสูบบุหรี่กินเหล้า (เหล้าไม่ได้ดื่มนะคะจะดื่มตามโอกาสเท่านั้น) จริงๆเราเพิ่งมาสูบหลังคลอดลูกคนแรก ยอมรับว่าช่วงแรกสูบเพราะตั้งใจประชดแต่หลังๆ มา กลายมาเป็นคนติดบุหรี่ไปเลย ลูกคนโตรู้นะคะเรื่องที่แม่สูบแต่เราก็สอนให้ลูกเลือกเอาเองว่าสิ่งไหนดีไม่ดี ส่วนลูกคนเล็กก็เคยถามเพราะได้กลิ่นจากตัวแม่เวลาออกมาจากห้องน้ำ เราคิดว่าพ่อแม่สามีก็น่าจะรู้แต่ไม่เคยถามจากเราตรงๆ แต่ลูกคนโตตอนเค้าเด็กๆเค้าเคยมาบอกว่าอาม่าถามว่าแม่เลิกสูบอะหรี่รึยัง (ตอนนั้นเค้ายังพูดไม่ชัดค่ะ) สำหรับตัวเราทั่วไปถ้าเราไม่บอกใครไม่มีใครรู้ค่ะว่าเราสูบ
ลูกสาวคนโตกับเราค่อนข้างสนิทกันมากพอสมควร เราเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนไปไหนมาไหนจะเอาเค้าติดตัวไปด้วยตลอด พูดคุยกันทุกเรื่องสอนบ้าง ดุบ้างตามประสา ลูกของเพื่อนเรารู้จักแทบทุกคน กับพ่อเค้าก็สนิทนะคะแต่อย่างที่บอกพ่อเค้าสังคมจัดลูกเลยจะอยู่กับเรามากกว่า เวลาแม่มีเรื่องทะเลาะกับพ่อเค้าเลยไม่ค่อยเข้าข้างพ่อ ส่วนคนเล็กขี้อ้อนติดแม่มากตอนนอนต้องนอนกกกันเหมือนแม่ไก่ แต่ตอนกลางวันส่วนใหญ่จะติดอากง อาม่าไปไหนมาไหนกับแก๊งค์อากงอาม่าตลอด ตกเย็นค่อยส่งคืนกลับรัง
หลังๆมา นี้ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเพราะอย่างที่บอกว่าสามีทำใจไม่เคยได้กับการติดบุหรี่ของเรา เค้าหาว่าเราต้องการเอาชนะซึ่งก็พยายามอธิบายว่ามันไม่ใช่แล้วมันเลยจุดนั้นมาไกลมากแล้ว จนเหมือนๆบางช่วงเค้าจะเริ่มทำใจได้ บางครั้งเป็นคนซื้อมาให้เองเลย บางช่วงเหมือนๆจะทำใจไม่ได้ขึ้นมาอีกเค้าก็จะไล่ให้ลงไปสูบห้องน้ำข้างล่าง เค้ากลัวกลิ่นจะเล็ดลอดออกมาทำให้ลูกไม่สบาย อันนี้ผิดอีกโครมเบ้อเริ่ม ยอมรับค่ะ แรกๆเราก็ทำได้นะคะยอมลำบากหน่อยเดินลงไปข้างล่าง พักเดียวก็เหมือนเดิมเพราะความเคยชินตื่นมาเข้าห้องน้ำสูบได้เลย อันนี้คือความมักง่ายของเราเต็มๆเรายอมรับ
ทีนี้เมื่อคืนก่อนเค้านอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาได้กลิ่น เค้าเลยโมโหใช้คำรุนแรงด่าว่าเราและออกปากไล่เรา ลูกคนเล็กได้ยินร้องไห้มาหาแม่แต่เค้าดึงลูกไปหาเค้าแต่ลูกไม่ไปกอดเราแน่นนาทีที่ได้ยินคำไล่ออกจากปากเค้าเราเลยเอาลูกคนเล็กลงมาข้างล่าง ลูกคนโตออกมาจากห้องเดินลงมาถามว่าอะไรกัน เค้ายังไม่หยุดใช้คำพูดรุนแรง และเดินตามมาว่าเราต่อจนลูกบอกให้หยุดว่าแม่ได้แล้ว และทรุดลงนั่งร้องไห้เค้าถึงหยุดและเดินกลับขึ้นห้องไป ปรกติสามีจะรักลูกคนโตมากไม่ค่อยว่าลูกมีอะไรชอบบอกให้เราจัดการตลอด
พอหลังจากนั้นเราเข้าไปกอดลูกคนโตบอกว่าพ่อกำลังโมโหเลยใช้อารมณ์อย่าคิดมากเลยลูก และเดินไปส่งเค้าขึ้นห้องนอน และเราก็กลับเข้ามาในห้องหลังพยายามสงบจิตสงบใจ เราเข้าใจนะคะใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องนึกว่าเราเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างกับลูกซึ่งเรายอมรับค่ะ ใครจะด่าว่าหรือมีคำแนะนำยังไงเชิญได้เลยค่ะ
ต่อ....พอขึ้นมาเราเลยถามเค้าว่าการที่เราสูบบุหรี่มันทำให้เราต่ำช้าขนาดนั้นเลยเหรอ คำตอบคือใช่!! และอีกคำพูดของเค้าที่ตอบกลับมาคือ ยิ่งกว่า

!! นาทีนั้นน้ำตาไหลไม่หยุด สงสารลูกที่ต้องมีมาได้ยินพ่อด่าแม่ตัวเองแบบนี้ เราคิดว่าเพราะการกระทำของเราใช่มั้ยที่ทำให้ตัวเราหมดค่าได้ขนาดนี้ เค้าประกาศว่าวันรุ่งขึ้นเค้าจะไปบอกพ่อแม่เราเรื่องเราสูบบุหรี่ในห้องน้ำ และจะประกาศให้ครอบครัวเค้ารับรู้เรื่องนี้ให้หมดทุกคน ดูซิว่าใครจะเป็นขี้!! เราบอกถ้าทำแล้วสะใจสบายใจก็ทำไปเลย แต่เอาเข้าจริงๆเราว่าเรื่องนี้ใครๆก็รู้. พ่อแม่เรายิ่งรู้แน่นอนเพราะยังเคยถามเราเลยว่าเลิกรึยัง เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมาแค่นั้นเอง
เราถามเค้าว่าถ้าวันนี้ต้องเลิกกันเพราะเรื่องนี้จริงๆจะทำยังไงเรื่องลูกคนเล็กเพราะเค้าติดเรามาก นอนกอดกันทุกคืน (อ่อ..บอกก่อนนะคะว่าเวลาเราสูบเราจะถอดเสื้อผ้าออก ใส่หมวกคลุมผม เพราะฉะนั้นจะไม่มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่ตามตัว) และพ่อแม่ของเค้าก็ติดหลานคนเล็กมากเช่นกัน ถ้าเลิกกันแล้วเราเอาลูกไปพ่อแม่เค้าไม่ยอมแน่ๆ และเราเองก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจท่านทั้ง 2 พ่อแม่ของสามีเรา เราพูดได้เต็มปากเลยว่าประเเสริฐที่สุดแล้ว เป็นสาเหตุหลักๆเลยก็ว่าได้ที่ทำให้เรากับสามีอยู่รอดกันมาถึงปัจจุบันนี้ ปรกติมีเรื่องอะไรไม่ค่อยเข้าข้างลูกตัวเองเลยมีแต่คอยช่วยเราเข้าข้างเราตลอด แต่สำหรับเรื่องนี้เราว่าท่านไม่เข้าข้างเราแน่ๆ หันซ้ายก็ผิด หันขวาก็ยังผิดเต็มประตู แต่ให้เราทิ้งลูกไปเราก็คงทำไม่ได้นึกถึงเวลาลูกร้องไห้หาเราแค่นี้ก็แย่แล้ว (พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป)
คือที่เล่ามาทั้งหมดบางคนบอกไม่เห็นจะยากเลยก็เลิกซิ?? เราเคยลองแล้วค่ะมันเลิกไม่ได้จริงๆ นอกจากตอนท้องลูกคนที่ 2 ตอนนั้นมีลูกยึดเหนี่ยวมันเลิกได้เองจนหยุดให้นมลูกก็กลับมาสูบอีกจิตใจเราไม่เข้มแข็งเอาชนะตัวเองยังไม่ได้เลย ใครมีข้อแนะนำดีๆบ้างมั๊ยคะ อย่าแนะนำให้ท้องอีกนะคะอายุเกินจะมีลูกอีกคนแล้วค่ะ
สิ่งที่เราคิดคือสามีเค้าคงเหลืออดกับเราแล้วจริงๆ อันนี้เค้าพูดเอง แล้วที่เราฝ่าฟันอุปสรรคกันมา กว่าจะได้แต่งงานกัน มาอยู่ด้วยกัน มาสร้างครอบครัวกันมันหมดเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆเหรอคะ นอกจากเรื่องนี้แล้วเราไม่เคยทำอะไรเสี่อมเสียเลยไม่เคยมีเรื่องผู้ชายอื่น ไม่เคยไปค้างไปเที่ยวกับเพื่อนโดยที่ไม่เอาลูกไปด้วยเลย ซึ่งเราไปเที่ยวกับเพื่อนน้อยมากๆ จนเพื่อนทุกคนบ่นแค่จะลากออกไปทานข้าวยังนัดแล้วนัดอีก ส่วนเรี่องอาหารการกินที่บ้านมีแม่ครัวจัดการและทำความสะอาดบ้านให้แต่เวลาที่สามีไม่สบายเราก็เป็นคนที่คอยดูแลนะคะอยากทราบความเห็นคุณผู้ชายค่ะถ้าหลังบ้านคุณเป็นแบบเรื่องนี้คุณจะจัดการยังไงคะ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นไว้ล่วงหน้าตรงนี้นะคะยินดีน้อมรับคำตำหนิและคำแนะนำทุกๆข้อค่ะ
ปัญหาที่ไม่เหมือนใคร เกิดจากตัวเองทั้งนั้น
เรากับสามีแต่งงานอยู่กินกันมาปีนี้เป็นปีที่ 20 กว่าแล้วแต่งงานกันตั้งแต่อายุยังน้อย ต่างคนต่างเป็นแฟนคนแรกด้วยกันทั้งคู่ แต่งงานได้เกือบปีก็มีลูกคนแรกจนตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ พอเมี่อหลายปีก่อนก็มีลูกอีกคน ห่างจากคนแรกเยอะเพราะเรามีปัญหาเรื่องมดลูก สามีเป็นคนที่ไม่เจ้าชู้เลย ไม่ทานเหล้า (เพราะติดปัญหาสุขภาพ) สูบบุหรี่แต่เพิ่งเลิกมาได้ประมาณ 2 - 3 เดือนเพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ เค้าเลิกเองนะคะหมอไม่ได้สั่งให้เลิก
ที่ผ่านมามีปัญหาระหองระแหงกันบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นเรีองที่เค้าติดเพื่อน สังคมจัด เพื่อนเยอะก๊วนแยะ แต่ก็พยายามประคับประคองกันมา ปัญหาของเราเกิดจากตัวเราเองคือเราเป็นคนติดบุหรี่ และสูบหนักมากๆแต่ไม่ได้สูบทั่วไปตามที่สาธารณะ เราจะสูบเฉพาะเวลาเข้าห้องน้ำและจะสูบแต่ในห้องน้ำในห้องนอนของเราเท่านั้น สูบเสร็จทุกครั้งจะแปรงฟันทำความสะอาดกลั้วคอทุกครั้งจนคอฟันสึกกันไปเลย ฉีดเสปรย์ดับกลิ่นในห้องน้ำทุกครั้ง แต่ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ติดในห้องน้ำอยู่ดี ซึ่งเรื่องนี้สามีไม่เคยทำใจรับได้และเป็นสาเหตุอีกสาเหตุนึงที่ทำให้ต้องทะเลาะกันมาตลอดเกือบ 10 กว่าปีมานี้
สามีไม่ชอบผู้หญิงสูบบุหรี่กินเหล้า (เหล้าไม่ได้ดื่มนะคะจะดื่มตามโอกาสเท่านั้น) จริงๆเราเพิ่งมาสูบหลังคลอดลูกคนแรก ยอมรับว่าช่วงแรกสูบเพราะตั้งใจประชดแต่หลังๆ มา กลายมาเป็นคนติดบุหรี่ไปเลย ลูกคนโตรู้นะคะเรื่องที่แม่สูบแต่เราก็สอนให้ลูกเลือกเอาเองว่าสิ่งไหนดีไม่ดี ส่วนลูกคนเล็กก็เคยถามเพราะได้กลิ่นจากตัวแม่เวลาออกมาจากห้องน้ำ เราคิดว่าพ่อแม่สามีก็น่าจะรู้แต่ไม่เคยถามจากเราตรงๆ แต่ลูกคนโตตอนเค้าเด็กๆเค้าเคยมาบอกว่าอาม่าถามว่าแม่เลิกสูบอะหรี่รึยัง (ตอนนั้นเค้ายังพูดไม่ชัดค่ะ) สำหรับตัวเราทั่วไปถ้าเราไม่บอกใครไม่มีใครรู้ค่ะว่าเราสูบ
ลูกสาวคนโตกับเราค่อนข้างสนิทกันมากพอสมควร เราเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนไปไหนมาไหนจะเอาเค้าติดตัวไปด้วยตลอด พูดคุยกันทุกเรื่องสอนบ้าง ดุบ้างตามประสา ลูกของเพื่อนเรารู้จักแทบทุกคน กับพ่อเค้าก็สนิทนะคะแต่อย่างที่บอกพ่อเค้าสังคมจัดลูกเลยจะอยู่กับเรามากกว่า เวลาแม่มีเรื่องทะเลาะกับพ่อเค้าเลยไม่ค่อยเข้าข้างพ่อ ส่วนคนเล็กขี้อ้อนติดแม่มากตอนนอนต้องนอนกกกันเหมือนแม่ไก่ แต่ตอนกลางวันส่วนใหญ่จะติดอากง อาม่าไปไหนมาไหนกับแก๊งค์อากงอาม่าตลอด ตกเย็นค่อยส่งคืนกลับรัง
หลังๆมา นี้ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเพราะอย่างที่บอกว่าสามีทำใจไม่เคยได้กับการติดบุหรี่ของเรา เค้าหาว่าเราต้องการเอาชนะซึ่งก็พยายามอธิบายว่ามันไม่ใช่แล้วมันเลยจุดนั้นมาไกลมากแล้ว จนเหมือนๆบางช่วงเค้าจะเริ่มทำใจได้ บางครั้งเป็นคนซื้อมาให้เองเลย บางช่วงเหมือนๆจะทำใจไม่ได้ขึ้นมาอีกเค้าก็จะไล่ให้ลงไปสูบห้องน้ำข้างล่าง เค้ากลัวกลิ่นจะเล็ดลอดออกมาทำให้ลูกไม่สบาย อันนี้ผิดอีกโครมเบ้อเริ่ม ยอมรับค่ะ แรกๆเราก็ทำได้นะคะยอมลำบากหน่อยเดินลงไปข้างล่าง พักเดียวก็เหมือนเดิมเพราะความเคยชินตื่นมาเข้าห้องน้ำสูบได้เลย อันนี้คือความมักง่ายของเราเต็มๆเรายอมรับ
ทีนี้เมื่อคืนก่อนเค้านอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาได้กลิ่น เค้าเลยโมโหใช้คำรุนแรงด่าว่าเราและออกปากไล่เรา ลูกคนเล็กได้ยินร้องไห้มาหาแม่แต่เค้าดึงลูกไปหาเค้าแต่ลูกไม่ไปกอดเราแน่นนาทีที่ได้ยินคำไล่ออกจากปากเค้าเราเลยเอาลูกคนเล็กลงมาข้างล่าง ลูกคนโตออกมาจากห้องเดินลงมาถามว่าอะไรกัน เค้ายังไม่หยุดใช้คำพูดรุนแรง และเดินตามมาว่าเราต่อจนลูกบอกให้หยุดว่าแม่ได้แล้ว และทรุดลงนั่งร้องไห้เค้าถึงหยุดและเดินกลับขึ้นห้องไป ปรกติสามีจะรักลูกคนโตมากไม่ค่อยว่าลูกมีอะไรชอบบอกให้เราจัดการตลอด
พอหลังจากนั้นเราเข้าไปกอดลูกคนโตบอกว่าพ่อกำลังโมโหเลยใช้อารมณ์อย่าคิดมากเลยลูก และเดินไปส่งเค้าขึ้นห้องนอน และเราก็กลับเข้ามาในห้องหลังพยายามสงบจิตสงบใจ เราเข้าใจนะคะใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องนึกว่าเราเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน ไม่ทำตัวให้เป็นแบบอย่างกับลูกซึ่งเรายอมรับค่ะ ใครจะด่าว่าหรือมีคำแนะนำยังไงเชิญได้เลยค่ะ
ต่อ....พอขึ้นมาเราเลยถามเค้าว่าการที่เราสูบบุหรี่มันทำให้เราต่ำช้าขนาดนั้นเลยเหรอ คำตอบคือใช่!! และอีกคำพูดของเค้าที่ตอบกลับมาคือ ยิ่งกว่า
เราถามเค้าว่าถ้าวันนี้ต้องเลิกกันเพราะเรื่องนี้จริงๆจะทำยังไงเรื่องลูกคนเล็กเพราะเค้าติดเรามาก นอนกอดกันทุกคืน (อ่อ..บอกก่อนนะคะว่าเวลาเราสูบเราจะถอดเสื้อผ้าออก ใส่หมวกคลุมผม เพราะฉะนั้นจะไม่มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่ตามตัว) และพ่อแม่ของเค้าก็ติดหลานคนเล็กมากเช่นกัน ถ้าเลิกกันแล้วเราเอาลูกไปพ่อแม่เค้าไม่ยอมแน่ๆ และเราเองก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจท่านทั้ง 2 พ่อแม่ของสามีเรา เราพูดได้เต็มปากเลยว่าประเเสริฐที่สุดแล้ว เป็นสาเหตุหลักๆเลยก็ว่าได้ที่ทำให้เรากับสามีอยู่รอดกันมาถึงปัจจุบันนี้ ปรกติมีเรื่องอะไรไม่ค่อยเข้าข้างลูกตัวเองเลยมีแต่คอยช่วยเราเข้าข้างเราตลอด แต่สำหรับเรื่องนี้เราว่าท่านไม่เข้าข้างเราแน่ๆ หันซ้ายก็ผิด หันขวาก็ยังผิดเต็มประตู แต่ให้เราทิ้งลูกไปเราก็คงทำไม่ได้นึกถึงเวลาลูกร้องไห้หาเราแค่นี้ก็แย่แล้ว (พิมพ์ไปน้ำตาไหลไป)
คือที่เล่ามาทั้งหมดบางคนบอกไม่เห็นจะยากเลยก็เลิกซิ?? เราเคยลองแล้วค่ะมันเลิกไม่ได้จริงๆ นอกจากตอนท้องลูกคนที่ 2 ตอนนั้นมีลูกยึดเหนี่ยวมันเลิกได้เองจนหยุดให้นมลูกก็กลับมาสูบอีกจิตใจเราไม่เข้มแข็งเอาชนะตัวเองยังไม่ได้เลย ใครมีข้อแนะนำดีๆบ้างมั๊ยคะ อย่าแนะนำให้ท้องอีกนะคะอายุเกินจะมีลูกอีกคนแล้วค่ะ
สิ่งที่เราคิดคือสามีเค้าคงเหลืออดกับเราแล้วจริงๆ อันนี้เค้าพูดเอง แล้วที่เราฝ่าฟันอุปสรรคกันมา กว่าจะได้แต่งงานกัน มาอยู่ด้วยกัน มาสร้างครอบครัวกันมันหมดเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆเหรอคะ นอกจากเรื่องนี้แล้วเราไม่เคยทำอะไรเสี่อมเสียเลยไม่เคยมีเรื่องผู้ชายอื่น ไม่เคยไปค้างไปเที่ยวกับเพื่อนโดยที่ไม่เอาลูกไปด้วยเลย ซึ่งเราไปเที่ยวกับเพื่อนน้อยมากๆ จนเพื่อนทุกคนบ่นแค่จะลากออกไปทานข้าวยังนัดแล้วนัดอีก ส่วนเรี่องอาหารการกินที่บ้านมีแม่ครัวจัดการและทำความสะอาดบ้านให้แต่เวลาที่สามีไม่สบายเราก็เป็นคนที่คอยดูแลนะคะอยากทราบความเห็นคุณผู้ชายค่ะถ้าหลังบ้านคุณเป็นแบบเรื่องนี้คุณจะจัดการยังไงคะ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นไว้ล่วงหน้าตรงนี้นะคะยินดีน้อมรับคำตำหนิและคำแนะนำทุกๆข้อค่ะ