เมื่อแกนนำพันธมิตรประกาศยุติบทบาทผู้นำการเคลื่อนไหวมวลชนอย่างเป็นทางการ
มีปฏิกริยาและความคิดเห็นหลากหลายต่อความเคลื่อนไหวสำคัญของแกนนำพันธมิตรในครั้งนี้
ก็แล้วแต่ค่ะ เพราะเราอยู่ในโลกเสรี...It’s a free world. เนาะ
สำหรับ จขกท.ขอมองอีกมุมที่ต่างออกไปค่ะ ... เป็นมุมมองเชิงบวก
ซึ่งถ้ามองในมุมนี้...
กลับเป็นเรื่องน่ายินดีและน่าสนับสนุนที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรตัดสินใจเช่นนี้
แสดงว่า…
ต่อจากนี้ไปพลังการเคลื่อนไหวภาคประชาชน (ถ้ามี)จะเป็นไปโดยธรรมชาติ
ซึ่งจะเป็นไปตามความต้องการของมวลชนเอง
ไม่ใช่มวลชนจัดตั้ง
เห็นด้วยค่ะ กับคำแถลงการณ์ของแกนนำที่สรุปไว้ข้างต้น
ว่าจะเป็นการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนขึ้นไปอีกระดับ
ระดับที่ประชาชนคิดเอง ตัดสินด้วยตนเอง
ดังนั้นทุกการเคลื่อนไหว จะเป็นไปในทางปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจริงๆ
ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนใด
ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนการครองอำนาจจากพรรคหนึ่ง…ไปสู่อีกพรรคหนึ่งเท่านั้น
แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวอย่างผู้รู้
รู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของประชาชน
…
ที่จะต้องแสดงออกในระบบการปกครอง“ประชาธิปไตย”แบบตัวแทน
ที่การใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกพรรคการเมืองมิใช่เป็นกิจกรรมเพียงวันเดียว
และมิใช่เป็นการมอบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
โดยเฉพาะเมื่อพรรคการเมืองที่เลือก
ได้รับมอบอำนาจสูงสุดฝ่ายบริหาร คือการจัดตั้งรัฐบาล
ที่ดำรงสิทธิ์ในการบริหารเงินภาษีของประชาชนทั้งชาติ
และกำหนดอนาคตประเทศทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ
มิใช่เมื่อเลือกแล้ว ก็หมดภาระหน้าที่ ยุติบทบาทสำคัญภาคประชาชน
ด้านการติดตามผลงาน ประเมิณผลและตรวจสอบ…แต่ประการใด
เหตุการณ์ความไม่สงบ ชุมนุมรุนแรง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา
ล้วนเกิดจากมวลชนจัดตั้งเป็นหลัก
มวลชนถูกจัดเป็นขุมพลังของกลุ่มนักคิด และหรือกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง
มวลชนจึงเคลื่อนไหวตามคำสั่งหรือความต้องการของแกนนำ
นับเป็นมวลชนจัดตั้งอย่างแท้จริง
พลังบริสุทธิ์จึงถูกใช้และถูกกำหนดทิศทางจากแกนนำ
เป็นพลังบริสุทธิ์…ที่ไม่บริสุทธิ์จริง
ดังนั้น…
สำหรับการตัดสินใจยุติบทบาทของแกนนำพันธมิตรในครั้งนี้
จขกท.โพ้นฟ้ายินดีและสนับสนุนค่ะ
ตั้งความหวังกับการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนและสังคมนับจากนี้ไป
แม้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่า
จะไม่เป็นส่วนที่จุดประกายความคิดใหม่ๆให้กับสังคมไทยในวันนี้
อ่านรายละเอียดแถลงการณ์ได้จากลิงค์ค่ะ
http://www.thairath.co.th/content/pol/365416
๐๐๐๐๐ การเมืองภาคประชาชนจะมีพัฒนาการขึ้น ๐๐๐๐๐
มีปฏิกริยาและความคิดเห็นหลากหลายต่อความเคลื่อนไหวสำคัญของแกนนำพันธมิตรในครั้งนี้
ก็แล้วแต่ค่ะ เพราะเราอยู่ในโลกเสรี...It’s a free world. เนาะ
สำหรับ จขกท.ขอมองอีกมุมที่ต่างออกไปค่ะ ... เป็นมุมมองเชิงบวก
ซึ่งถ้ามองในมุมนี้...
กลับเป็นเรื่องน่ายินดีและน่าสนับสนุนที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรตัดสินใจเช่นนี้
แสดงว่า…
ต่อจากนี้ไปพลังการเคลื่อนไหวภาคประชาชน (ถ้ามี)จะเป็นไปโดยธรรมชาติ
ซึ่งจะเป็นไปตามความต้องการของมวลชนเอง
ไม่ใช่มวลชนจัดตั้ง
เห็นด้วยค่ะ กับคำแถลงการณ์ของแกนนำที่สรุปไว้ข้างต้น
ว่าจะเป็นการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนขึ้นไปอีกระดับ
ระดับที่ประชาชนคิดเอง ตัดสินด้วยตนเอง
ดังนั้นทุกการเคลื่อนไหว จะเป็นไปในทางปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจริงๆ
ไม่ใช่เพื่อพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนใด
ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนการครองอำนาจจากพรรคหนึ่ง…ไปสู่อีกพรรคหนึ่งเท่านั้น
แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวอย่างผู้รู้
รู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของประชาชน
…ที่จะต้องแสดงออกในระบบการปกครอง“ประชาธิปไตย”แบบตัวแทน
ที่การใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกพรรคการเมืองมิใช่เป็นกิจกรรมเพียงวันเดียว
และมิใช่เป็นการมอบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
โดยเฉพาะเมื่อพรรคการเมืองที่เลือก
ได้รับมอบอำนาจสูงสุดฝ่ายบริหาร คือการจัดตั้งรัฐบาล
ที่ดำรงสิทธิ์ในการบริหารเงินภาษีของประชาชนทั้งชาติ
และกำหนดอนาคตประเทศทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ
มิใช่เมื่อเลือกแล้ว ก็หมดภาระหน้าที่ ยุติบทบาทสำคัญภาคประชาชน
ด้านการติดตามผลงาน ประเมิณผลและตรวจสอบ…แต่ประการใด
เหตุการณ์ความไม่สงบ ชุมนุมรุนแรง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเรา
ล้วนเกิดจากมวลชนจัดตั้งเป็นหลัก
มวลชนถูกจัดเป็นขุมพลังของกลุ่มนักคิด และหรือกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง
มวลชนจึงเคลื่อนไหวตามคำสั่งหรือความต้องการของแกนนำ
นับเป็นมวลชนจัดตั้งอย่างแท้จริง
พลังบริสุทธิ์จึงถูกใช้และถูกกำหนดทิศทางจากแกนนำ
เป็นพลังบริสุทธิ์…ที่ไม่บริสุทธิ์จริง
ดังนั้น…
สำหรับการตัดสินใจยุติบทบาทของแกนนำพันธมิตรในครั้งนี้
จขกท.โพ้นฟ้ายินดีและสนับสนุนค่ะ
ตั้งความหวังกับการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนและสังคมนับจากนี้ไป
แม้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ใครจะรู้ว่า
จะไม่เป็นส่วนที่จุดประกายความคิดใหม่ๆให้กับสังคมไทยในวันนี้
อ่านรายละเอียดแถลงการณ์ได้จากลิงค์ค่ะ
http://www.thairath.co.th/content/pol/365416