น่าจะเป็นการคุยกันเรียบร้อย เพราะหากมีสองกลุ่ม (ไม่นับรวมเสื้อหลากสี และกลุ่มอื่น) สองกลุ่มนี้ถึงแม้จะไม้เบื่อไม้เบาแต่ก็อุดมการณ์เีดียวกัน หากประชาธิปัติ เดินเกมเมื่อไหร่ การที่จะขอมวลชนจากพันธมิตร(ที่มีคดีติดตัว) ก็ไม่น่าชอบธรรมเท่าไหร่ แต่หากยุติบทบาท พันธมิตร มวลชนฝั่งนี้ ก็มาอยู่กับประชาธิปัติแทนโดยอ้อม คราวนี้เมื่อไปรวมกับ เสื้อหลากสีและกลุ่มอื่น ดูดีกว่า กลุ่มที่บวกพันธมิตร เพราะอีกฝ่ายไม่ชอบพันธมิตร ได้อีกเด้งคือคนที่เกลียดพันธมิตร และเกลียดเสื้อแดง ถ้ามีการออกมาประท้วง ก็เข้ากับประชาธิปัติ ได้อย่างไม่กระดากใจ เพราะไม่มีพันธมิตร ที่คนอีกฝั่งชอบถีบ ให้คนที่ไม่เห็นด้วยไปอยู่ฝั่งนั้น จำนวนคนก็จะยิ่งมากขึ้น เพราะคนที่ไม่ใช่เหลือง และไม่ใช่แดง มีเป็นจำนวนมาก(เป็นกลางแต่มักโดนถีบให้ไปอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง คนที่เห็นประโยชน์ชาติมากกว่าพวกพ้องของตนเอง)
คราวนี้ถ้าเกิดมีการปลุกม็อบเรื่อง พรบ นิรโทษกรรม โดยไม่มีพันธมิตร ก็คิดดูว่าจะเยอะหรือน้อยลง ประชาธิปัติได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์จากการยุติบทบาทพันธมิตร คราวนี้อีกฝั่งคงพูดไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มเดิมๆ เพราะเขายกเลิกไปแล้ว อยากจะทราบเป้นจริงไหมก็รอดูต่อไป
อันนี้ทรรศนะของผมคนเดียวนะครับ ใครเห็นต่างไม่ว่า จะด่าไม่ว่า จะว่าไร้สมองก็เชิญ แต่ขออย่างเดียว อย่าโชว์โง่ มีเหตุผลแล้วด่าไม่ว่า แต่ถ้ามาแล้วด่าไม่มีเหตุผล ก็ไม่เป็นไร(แล้วจะเขียนทำเพื่อไรหว่าตู) ตามนิสัย แต่ละท่านครับ
พันธมิตร ยุติบทบาท ยิ่งทำให้มวลชน ปชป มากขึ้น
คราวนี้ถ้าเกิดมีการปลุกม็อบเรื่อง พรบ นิรโทษกรรม โดยไม่มีพันธมิตร ก็คิดดูว่าจะเยอะหรือน้อยลง ประชาธิปัติได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์จากการยุติบทบาทพันธมิตร คราวนี้อีกฝั่งคงพูดไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มเดิมๆ เพราะเขายกเลิกไปแล้ว อยากจะทราบเป้นจริงไหมก็รอดูต่อไป
อันนี้ทรรศนะของผมคนเดียวนะครับ ใครเห็นต่างไม่ว่า จะด่าไม่ว่า จะว่าไร้สมองก็เชิญ แต่ขออย่างเดียว อย่าโชว์โง่ มีเหตุผลแล้วด่าไม่ว่า แต่ถ้ามาแล้วด่าไม่มีเหตุผล ก็ไม่เป็นไร(แล้วจะเขียนทำเพื่อไรหว่าตู) ตามนิสัย แต่ละท่านครับ