ใครที่อายุ 28+ จำความรู้สึกเหล่านี้กันได้มั๊ยครับ ในยุคที่สังไม่มีการสื่อสารไร้สาย...

วันนี้ว่างๆ รื้อชั้นหนังสือเก่าๆออกมาเจอจดหมาย 1 ฉบับสอดอยู่ในตำรากฎหมายเล่มหนาเตอะของปู่ซึ่งท่านจากเราไปนานแล้ว

เป็นจดหมายของผมเองที่เขียนด้วยลายมือไก่กามากๆ เป็นจดหมายสมัยผมอยู่ ป.4 เขียนจีบสาวคนหนึ่งในห้องเรียนผมนั้นแหละ

เธอชื่อ ส้ม (ว่าไปสมัยนั้นคนชื่อนี้เยอะมากๆ รองจากโบว์ )  ใจความในจดหมายก็ค่อนข้างฮาและคิดในใจหลังอ่านจบ (แมร้งง ทำไปได้)
จริงๆคำสะกดผิดมากแต่จะพิมให้ถูกและอ่านง่าย ส่วนในวงเล็บเป็นความคิดของผมแว๊บแรกหลังจากอ่านแต่ละประโยค

ส้ม นี่เป็นจดหมายฉบับแรกที่เราเขียน (อิๆ เรียกสรรพนามแทนตัวเองว่าเรา เพราะมากๆ)
  เขียนมาหาก็เพราะอยากรู้ว่าปิดเทอมนี้ส้มไปเที่ยวไหนบ้าง ยังอยู่บ้านอยู่ไหม ที่เราต้องเขียนมาก็เพราะบ้านส้มยังไม่มีโทรศัพท์ ( 555+ เป็นคำที่ไม่ฉลาดเอามากๆ แต่เขียนไปตรงๆและไม่ได้คิดอะไร)
ส่วนเราเอง สบายดี (แน่ะ คิดไปเองว่าเค้าอยากรู้ ) ตอนนี้หัดขี่มอเตอร์ไซด์อยู่เกือบได้แล้ว เดี๋ยวเปิดเทอมจะขับแล้วมานั่งเล่นกะเรานะ (ตรงนี้ไม่รู้เจตนาของมันจริงๆ หรือมันอาจจะคิดการใหญ่ และอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ถูก)  ได้รับแล้วตอบกลับมาด้วยนะ

สุดท้ายนี้ เราขอคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพ ดลบันดาลให้ส้ม ประสบแต่ ความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไป (อ้าวไปให้พรสาวเจ้าซะอย่างงั้น)  
+++ตรงนี้แหละมันฮาสุดๆ แต่อายโครตๆ  มานั่งนึกอยู่นานว่าอะไรที่ทำให้ผม(ในตอนเด็ก)พิมข้อความอะไรแบบนี้  และก็นึกขึ้นได้ว่าประโยคนี้ในใจผมตอนนั้นคงคิดว่ามันเท่ และผมได้ไปลอกมาจาก สคส. ของปู่บนโต๊ะทำงาน และใส่ชื่อส้มลงไป โดยหวังว่าเธอจะปลาบปลื้ม

หลังจากนั้นก็มานั่งทบทวนเรื่องส้ม ซึ่งตลอดเป็นสิบปีที่ผ่านมา ที่น่าแปลก คือ  ผมไม่เคยนึกถึงเด็กผู้หญิงคนนี้เลย   ทั้งๆที่ตอนนั้นเธอก็มีบทบาทในชีวิตวัยประถมของผมมากๆ  เธอเป็นเด็กน่ารัก ชอบกระโดดยาง และ เป็นผู้หญิงคนเดียวที่ก้มลงผูกเชือกรองเท้าให้ผม นอกจากแม่ ผมเคยถามว่าทำไมชอบผูกเชือกรองเท้าให้ผมบ่อยๆ จำได้แม่นเลย และเธอบอกว่าก่อนมาโรงเรียนส้มก็ผูกรองเท้าให้น้องทุกวัน และสงสัยมั๊ยว่าทำไมเธอต้องมาผูกให้ผมด้วย  อิอิ เพราะผมเล่นกระโดดยางกับเธอไงแล้วเชือกมันชอบหลุด  และเธอก็เหมือนโรคจิต ถ้าเห็นเชือกรองเท้าผมหลุดเธอก็ต้องเดินมาผูกให้ผมทุกครั้ง บางทีก็ไม่เฉพาะแค่ตอนกระโดดยาง  และส้มกับผมก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยเพราะว่าเธอย้ายโรงเรียนตอน ป.5  ทำให้ผมเหงาไปนานเลย  ส้มไม่ได้ตอบจดหมายผมเพราะว่าซองที่ผมส่งไปไม่ได้เขียนที่อยู่ของผู้ส่งและเธอเอามาคืนผมที่โรงเรียน   ป่านนี้คงจะมีลูกไปแล้วแหละมั้ง อิอิๆ  ไม่แน่ส้มอาจจะอยู่ในนี้ก็ได้

เล่ามาซะยาว  หลักๆเพียงอยากจะบอกว่า จดหมายฉบับนึงมันมีค่ามากซึ่งผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาในยุคที่ยังได้เขียนจดหมาย ไม่มี sms line whatsapp
ยุคที่คาบเกี่ยวระหว่างความโบราณและความทันสมัย ไม่ใช่ว่า พวก app เหล่านี้ไม่ดีนะครับ   เพราะทุกวันนี้ผมก็ใช้อยู่  แต่ความรู้สึกและคุณค่ามันต่างกันครับ  ฟิลของการเขียนจดหมายตอนนั้นมันมาจากความคิด และปลายปากกา  จะเขียนจะบอกอะไรมันดูยากเย็นจริงๆ มันเลยได้ความรู้สึกหลายอย่างเมื่อกลับมาอ่านมันอีกรอบ

และของเพื่อนๆล่ะครับ มีอะไรแนวๆนี้มั๊ย ลองเขียนลองแชร์มาบ้างนะครับ รออ่านของเพื่อนๆอยู่ อิๆ

แก้คำผิด


***  ดีใจจัง ขอบคุณทุกท่านมากครับที่โหวตแนะนำ  จขกท.ได้อ่านทุกคอมเม้นท์ ทำให้ความรู้สึก ณ วัยนั้นมันกว้างออกไปอีกและชัดเจนขึ้นจริงๆ  นี่นับว่าเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ ณ ปัจจุบันที่มีแต่ตวามรวดเร็ว เร่งรีบ  ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครหรือสิ่งใดมาเปลี่ยนและพรากจากเราได้เลยคือ ''ความทรงจำ'' ที่จะอยู่กับทุกๆคนไปตลอด  ^ ^
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่