เพื่อนๆคยเจอปัญหาเดียวกันนี้บ้างไหมคะ
ทุกๆครั้งที่ขึ้นรถประจำทาง รถตู้ หรือแม้กระทั่งรถ Taxi
เวลาจ่ายค่าโดยสารทีไรเป็นต้องควานหาเศษเหรียญ นับเหรียญ
และเก็บเศษเหรียญจากเงินทอนให้ควั่ก เนื่องจากระบบการขนส่งพวกนี้
ยังไม่มีระบบบัตรเงินสดเหมือน MRT และ BTS ที่สามารถเลือกระหว่าง
หยอดเหรียญซื้อบัตรโดยสารเป็นครั้งๆ หรือซื้อบัตรเงินสดแบบเติมเงิน
ไว้ติดตัวเลยได้ บ่อยครั้งที่เราต้องพกพาสัมภาระกระจุกกระจิกในแต่ละวัน
โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอย่างเราๆที่ส่วนใหญ่จะมีกระเป๋า 1-2 ใบขึ้นไป
หรืออาจจะเป็นของต่างๆที่เราเพิ่งช็อปปิ้งมา ซึ่งแน่นอนว่าเรามีแขนและมือ
เพียงสองข้าง เกิดวันไหนโชคดีได้ขึ้นรถเมล์ที่ว่างมีที่นั่ง มือและแขน
สองข้างนั้นก็ว่างให้เราใช้งานได้ แต่ดูเหมือนโชคดีจะมีเพียงไม่กี่ครั้งนี่สิ
เพราะส่วนใหญ่คนในเมืองใช้รถประจำทางหรือรถตู้โดยสารกันมากเหลือเกิน
(สำหรับรถตู้โดยสารอาจไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีที่นั่ง แต่ภายในห้องโดยสารก็
แคบมากซะจนจะขยับตัวแต่ละครั้งก็เกรงใจคนข้างๆจะรำคาญเอา

)
ยิ่งช่วงเวลาเร่งด่วนของวันด้วยแล้ว รถเมล์บางคันหาที่ยืนเกาะยังลำบาก
ดังนั้นมือหนึ่งข้างของเราก็หมดไปแล้วกับการยึดจับเสา ห่วง หรือพนักเก้าอี้
เหลือมืออีกหนึ่งข้างที่กว่าจะหากระเป๋าเศษตังค์ กว่าจะเปิดซิปกระเป๋าเศษตังค์
กว่าจะนับเหรียญให้ครบค่าโดยสาร มันแสนลำบากเหลือเกิน
หรือแม้ว่าเราจะจ่ายค่าโดยสารด้วยแบงค์ แต่เหรียญที่เป็นเงินทอน
ก็จะตกกลับมาที่เราอยู่ดี
อีกกรณีนึงคือการใช้พี่แท็ก(Taxi)บ้านเรา เชื่อได้ว่าหลายคนคงมี
ประสบการณ์คล้ายๆกัน เราตัดปัญหาเรื่องการไม่มีที่นั่งและการนั่งในห้องโดยสาร
แคบๆทิ้งไป เรามีมือทั้งสองข้างครบ มีเวลาให้ควานหาเศษเหรียญใน
กระเป๋าเราตลอดระยะการเดินทางได้สบายๆ แต่!.... เรามักเจอปัญหาหลังจากที่
เราจ่ายค่าโดยสารไปแล้วนี่สิ

พี่แท็กหลายๆคันมักจะโกง
(แบบที่เราจำใจต้องให้โกง)ค่าโดยสารเราแบบโต้งๆ โดยบางครั้งอาจแก้ตัวด้วย
เหตุจำเป็นของเค้าว่า 'ไม่มีเศษเงินทอน' หรือบางครั้งก็ไม่แก้ตัวด้วยซ้ำ
ทำนิ่งๆและเชิดเงินทอนเราไปอย่างง่ายดาย พอนานๆไปก็กลายเป็น
วัฒนธรรมองค์กรแท็กซี่!? แรกๆเงินทอนบาทสองบาทหลายคนอาจไม่คิดอะไร
แต่หลังๆทำไม 5 บาท หรือบางที 7 บาท (อันนี้ประสบการณ์โดยตรงจากเพื่อน)
พี่ก็เอาของหนูได้

และเชื่อว่าต้องมีใครที่เคยโดนมากกว่านี้
ย้อนกลับมาที่หัวข้อเรื่องของเราดีกว่าค่ะ สาธยาย(หรือบ่น)มาซะนาน
เพื่อนๆคิดว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากต่อไปเรามีระบบการจ่ายเงินค่าโดยสาร
รถเมล์ รถตู้ หรือรถ Taxi ด้วยบัตรเงินสดเหมือนรถไฟฟ้า ซึ่งระบบพวกนี้ก็มีให้เห็น
ในประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างประเทศใกล้ๆเรา ที่หลายๆคนเคยได้ลองใช้
เช่น ฮ่องกง และ สิงคโปร์ ซึ่งถ้าเราขึ้นรถเมล์หรือแท็กซี่
เราสามารถจ่ายเงินได้ทั้งสองวิธีคือเงินสด หรือบัตรเงินสด
คำถามที่น่าคิดคือ จริงๆเมืองไทยน่าจะมีใช้นานแล้ว
แต่ทำไมไม่เห็นมีใครทำ

(ใครทราบช่วยบอกหน่อยนะคะ)
แล้วถ้าหากว่ามีการทำระบบนี้ขึ้นมาจริงๆ โดยชาร์ตเพิ่มซัก 3-5% จากราคาค่าโดยสารเดิม
เช่น ค่ารถปอ. 20บาท ถ้าจ่ายด้วยบัตรจะชาร์ตเพิ่ม(5%ของ20) 1 บาท เป็น 21 บาท
แบบนี้พอรับได้ไหมคะ หรือคิดว่าจ่ายเงินสดแบบเดิมดีกว่า ประหยัดกว่า
อยากแชร์ๆความคิดค่ะ เผื่อจะมีซักบริษัทที่เห็น idea แล้วสนใจจะนำไปทำ 555
ส่วนตัวแล้วอยากได้ความสะดวกมากกว่า ถ้าชาร์ตเพิ่มก็โอเคถ้าอยู่ใน rate ที่พอรับได้
ถ้าในอนาคตข้างหน้าเราไม่ต้องควักเศษเหรียญให้ยุ่งยากเพื่อจ่ายค่ารถเมล์หรือรถตู้
ทุกๆครั้งที่ขึ้นรถประจำทาง รถตู้ หรือแม้กระทั่งรถ Taxi
เวลาจ่ายค่าโดยสารทีไรเป็นต้องควานหาเศษเหรียญ นับเหรียญ
และเก็บเศษเหรียญจากเงินทอนให้ควั่ก เนื่องจากระบบการขนส่งพวกนี้
ยังไม่มีระบบบัตรเงินสดเหมือน MRT และ BTS ที่สามารถเลือกระหว่าง
หยอดเหรียญซื้อบัตรโดยสารเป็นครั้งๆ หรือซื้อบัตรเงินสดแบบเติมเงิน
ไว้ติดตัวเลยได้ บ่อยครั้งที่เราต้องพกพาสัมภาระกระจุกกระจิกในแต่ละวัน
โดยเฉพาะคุณผู้หญิงอย่างเราๆที่ส่วนใหญ่จะมีกระเป๋า 1-2 ใบขึ้นไป
หรืออาจจะเป็นของต่างๆที่เราเพิ่งช็อปปิ้งมา ซึ่งแน่นอนว่าเรามีแขนและมือ
เพียงสองข้าง เกิดวันไหนโชคดีได้ขึ้นรถเมล์ที่ว่างมีที่นั่ง มือและแขน
สองข้างนั้นก็ว่างให้เราใช้งานได้ แต่ดูเหมือนโชคดีจะมีเพียงไม่กี่ครั้งนี่สิ
เพราะส่วนใหญ่คนในเมืองใช้รถประจำทางหรือรถตู้โดยสารกันมากเหลือเกิน
(สำหรับรถตู้โดยสารอาจไม่มีปัญหาเรื่องไม่มีที่นั่ง แต่ภายในห้องโดยสารก็
แคบมากซะจนจะขยับตัวแต่ละครั้งก็เกรงใจคนข้างๆจะรำคาญเอา
ยิ่งช่วงเวลาเร่งด่วนของวันด้วยแล้ว รถเมล์บางคันหาที่ยืนเกาะยังลำบาก
ดังนั้นมือหนึ่งข้างของเราก็หมดไปแล้วกับการยึดจับเสา ห่วง หรือพนักเก้าอี้
เหลือมืออีกหนึ่งข้างที่กว่าจะหากระเป๋าเศษตังค์ กว่าจะเปิดซิปกระเป๋าเศษตังค์
กว่าจะนับเหรียญให้ครบค่าโดยสาร มันแสนลำบากเหลือเกิน
หรือแม้ว่าเราจะจ่ายค่าโดยสารด้วยแบงค์ แต่เหรียญที่เป็นเงินทอน
ก็จะตกกลับมาที่เราอยู่ดี
อีกกรณีนึงคือการใช้พี่แท็ก(Taxi)บ้านเรา เชื่อได้ว่าหลายคนคงมี
ประสบการณ์คล้ายๆกัน เราตัดปัญหาเรื่องการไม่มีที่นั่งและการนั่งในห้องโดยสาร
แคบๆทิ้งไป เรามีมือทั้งสองข้างครบ มีเวลาให้ควานหาเศษเหรียญใน
กระเป๋าเราตลอดระยะการเดินทางได้สบายๆ แต่!.... เรามักเจอปัญหาหลังจากที่
เราจ่ายค่าโดยสารไปแล้วนี่สิ
(แบบที่เราจำใจต้องให้โกง)ค่าโดยสารเราแบบโต้งๆ โดยบางครั้งอาจแก้ตัวด้วย
เหตุจำเป็นของเค้าว่า 'ไม่มีเศษเงินทอน' หรือบางครั้งก็ไม่แก้ตัวด้วยซ้ำ
ทำนิ่งๆและเชิดเงินทอนเราไปอย่างง่ายดาย พอนานๆไปก็กลายเป็น
วัฒนธรรมองค์กรแท็กซี่!? แรกๆเงินทอนบาทสองบาทหลายคนอาจไม่คิดอะไร
แต่หลังๆทำไม 5 บาท หรือบางที 7 บาท (อันนี้ประสบการณ์โดยตรงจากเพื่อน)
พี่ก็เอาของหนูได้
ย้อนกลับมาที่หัวข้อเรื่องของเราดีกว่าค่ะ สาธยาย(หรือบ่น)มาซะนาน
เพื่อนๆคิดว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหากต่อไปเรามีระบบการจ่ายเงินค่าโดยสาร
รถเมล์ รถตู้ หรือรถ Taxi ด้วยบัตรเงินสดเหมือนรถไฟฟ้า ซึ่งระบบพวกนี้ก็มีให้เห็น
ในประเทศต่างๆ ที่พัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างประเทศใกล้ๆเรา ที่หลายๆคนเคยได้ลองใช้
เช่น ฮ่องกง และ สิงคโปร์ ซึ่งถ้าเราขึ้นรถเมล์หรือแท็กซี่
เราสามารถจ่ายเงินได้ทั้งสองวิธีคือเงินสด หรือบัตรเงินสด
คำถามที่น่าคิดคือ จริงๆเมืองไทยน่าจะมีใช้นานแล้ว
แต่ทำไมไม่เห็นมีใครทำ
แล้วถ้าหากว่ามีการทำระบบนี้ขึ้นมาจริงๆ โดยชาร์ตเพิ่มซัก 3-5% จากราคาค่าโดยสารเดิม
เช่น ค่ารถปอ. 20บาท ถ้าจ่ายด้วยบัตรจะชาร์ตเพิ่ม(5%ของ20) 1 บาท เป็น 21 บาท
แบบนี้พอรับได้ไหมคะ หรือคิดว่าจ่ายเงินสดแบบเดิมดีกว่า ประหยัดกว่า
อยากแชร์ๆความคิดค่ะ เผื่อจะมีซักบริษัทที่เห็น idea แล้วสนใจจะนำไปทำ 555
ส่วนตัวแล้วอยากได้ความสะดวกมากกว่า ถ้าชาร์ตเพิ่มก็โอเคถ้าอยู่ใน rate ที่พอรับได้