คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 19
(ยาวครับ ข้ามไปได้ถ้าขี้เกียจอ่าน)
จะตอบคำถามนี้ได้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่า "ความน่ารัก" คืออะไร?
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า ความน่ารัก เป็นกลไกซึ่งฝังอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาตการเลี้ยงดูลูก (นั่นหมายความว่า สุนัขหรือแมว ก็รู้สึกถึงความน่ารักได้ เพืยงแต่อาจอยู่ในรูปแบบที่ต่างจากเรา) โดยหน้าที่หลักของความน่ารักก็คือ การปกป้องสัตว์ที่ยังอยู่ในขั้นทารกให้ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ และลดอัตราการถูกทำร้ายจากสัตว์สมาชิกอื่นๆ ในฝูง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของทารกซึ่งยังช่วยตัวเองไม่ได้ ให้สมาชิกที่โตกว่าเข้ามาช่วยเหลือด้วยความเสน่หา
มาถึงตรงนี้อาจมีคำถามว่า อ้าวงั้น ตัวที่น่ารักมากกว่ามีสิทธิรอดชีวิตมากกว่าเหรอ?
คำตอบคือ โดยสัญชาตญาณแล้ว ใช่ครับ เนื่องจากสัตว์ที่มีความน่ารัก(ในสายตาของสัตว์ชนิดนั้นๆ นะครับ ไม่ใช่สายตาของมนุษย์อย่างเดียว) ก็เป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของร่างกายซึ่งพร้อมจะมีชีวิตต่อไป ในขณะที่ตัวที่ไม่น่ารักนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะป่วยหรือมีโรคทางพันธุกรรม ซึ่งมีโอกาสมากที่จะถูกคัดทิ้งตามกฏการคัดเลือกตามธรรมชาติ (ทั้งนี้พูดในกรณีสัญชาตญาณทั้งนั้นนะครับ ไม่พูดถึงการไม่ยอมทิ้งลูกด้วยข้อกำหนดทางศีลธรรม ซึ่งมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีข้อกำหนดนี้เพิ่มเข้ามา)
เพราะฉะนั้น เมื่อพูดถึงความน่ารัก เรามักจะอิงเอาเด็กทารกขึ้นมาเป็นเกณฑ์ เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่สามารถอธิบายโดยยอมรับกันได้โดยทั่วไปว่า เด็กทารกนั้นน่ารัก (ตามสัญชาตญาณ)
ทีนี้มาดูกายวิภาคที่แสดงความน่ารักของทารกกันบ้าง
1. สัดส่วนหัวที่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัว
2. สัดส่วนดวงตาที่ใหญ่เมื่อเทียบกับหน้า
3. สัดส่วนจมูกและปากที่เล็กเมื่อเทียบกับหน้า
4. สัดส่วนลูกนัยน์ตาดำที่เต็มดวงตาเมื่อเทียบสัดส่วนตาขาว
*โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ข้อ 4 มีผลมากที่สุด ไม่งั้นคอนแทคเลนส์บิ๊กอายคงไม่ขายดีขนาดนี้ (ฮา)

จะเห็นว่าสัดส่วนพวกนี้ เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ มันจะหายไปโดยอัตโนมัติ (นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราไม่มองผู้ใหญ่ว่าน่ารักแล้ว)
กลับมาที่หัวเรื่องกระทู้นะครับ
การที่เรามองการ์ตูนญี่ปุ่นว่าน่ารัก เพราะตัวการ์ตูนเหล่านั้น ยังคงสัดส่วนเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน



พูดง่ายๆ ก็คือเอาสัดส่วนเด็กมาใส่ในผู้ใหญ่เพื่อกระตุ้นให้เรามองตัวละครเหล่านี้ในรูปลักษณ์ของเด็กนั่นเอง
อนึ่ง จะเห็นได้ว่าสัดส่วนทารกที่กล่าวไว้ในขั้นต้นนั้น มีแต่ส่วนหัวเป็นหลัก นั่นก็หมายความว่า แม้ตัวละครนั้นจะมีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้ายังคงสัดส่วนหัว ตา จมูก และปาก อย่างที่บอกไว้ ก็จะสามารถกระตุ้นความน่ารักได้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม ตัวละครบางตัว แม้มีร่างกายที่เซ็กซี่เป็นผู้ใหญ่ แต่เรายังรับรู้ถึงความน่ารักได้อยู่


ซึ่งมีนักวาดจำนวนไม่น้อยเอาสองสิ่งนี้มาผสมกัน (ความเซ็กซี่ของร่างกายผู้ใหญ่ และสัดส่วนหัวและหน้าแบบเด็ก) ทำให้ดึงดูดใจคนดูได้มากขึ้นไปอีกนั่นเอง
จะตอบคำถามนี้ได้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่า "ความน่ารัก" คืออะไร?
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งเชื่อว่า ความน่ารัก เป็นกลไกซึ่งฝังอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่มีสัญชาตญาตการเลี้ยงดูลูก (นั่นหมายความว่า สุนัขหรือแมว ก็รู้สึกถึงความน่ารักได้ เพืยงแต่อาจอยู่ในรูปแบบที่ต่างจากเรา) โดยหน้าที่หลักของความน่ารักก็คือ การปกป้องสัตว์ที่ยังอยู่ในขั้นทารกให้ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ และลดอัตราการถูกทำร้ายจากสัตว์สมาชิกอื่นๆ ในฝูง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของทารกซึ่งยังช่วยตัวเองไม่ได้ ให้สมาชิกที่โตกว่าเข้ามาช่วยเหลือด้วยความเสน่หา
มาถึงตรงนี้อาจมีคำถามว่า อ้าวงั้น ตัวที่น่ารักมากกว่ามีสิทธิรอดชีวิตมากกว่าเหรอ?
คำตอบคือ โดยสัญชาตญาณแล้ว ใช่ครับ เนื่องจากสัตว์ที่มีความน่ารัก(ในสายตาของสัตว์ชนิดนั้นๆ นะครับ ไม่ใช่สายตาของมนุษย์อย่างเดียว) ก็เป็นการแสดงถึงความสมบูรณ์ของร่างกายซึ่งพร้อมจะมีชีวิตต่อไป ในขณะที่ตัวที่ไม่น่ารักนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะป่วยหรือมีโรคทางพันธุกรรม ซึ่งมีโอกาสมากที่จะถูกคัดทิ้งตามกฏการคัดเลือกตามธรรมชาติ (ทั้งนี้พูดในกรณีสัญชาตญาณทั้งนั้นนะครับ ไม่พูดถึงการไม่ยอมทิ้งลูกด้วยข้อกำหนดทางศีลธรรม ซึ่งมีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีข้อกำหนดนี้เพิ่มเข้ามา)
เพราะฉะนั้น เมื่อพูดถึงความน่ารัก เรามักจะอิงเอาเด็กทารกขึ้นมาเป็นเกณฑ์ เนื่องจากเป็นเกณฑ์ที่สามารถอธิบายโดยยอมรับกันได้โดยทั่วไปว่า เด็กทารกนั้นน่ารัก (ตามสัญชาตญาณ)
ทีนี้มาดูกายวิภาคที่แสดงความน่ารักของทารกกันบ้าง
1. สัดส่วนหัวที่ใหญ่เมื่อเทียบกับตัว
2. สัดส่วนดวงตาที่ใหญ่เมื่อเทียบกับหน้า
3. สัดส่วนจมูกและปากที่เล็กเมื่อเทียบกับหน้า
4. สัดส่วนลูกนัยน์ตาดำที่เต็มดวงตาเมื่อเทียบสัดส่วนตาขาว
*โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ข้อ 4 มีผลมากที่สุด ไม่งั้นคอนแทคเลนส์บิ๊กอายคงไม่ขายดีขนาดนี้ (ฮา)

จะเห็นว่าสัดส่วนพวกนี้ เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ มันจะหายไปโดยอัตโนมัติ (นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราไม่มองผู้ใหญ่ว่าน่ารักแล้ว)
กลับมาที่หัวเรื่องกระทู้นะครับ
การที่เรามองการ์ตูนญี่ปุ่นว่าน่ารัก เพราะตัวการ์ตูนเหล่านั้น ยังคงสัดส่วนเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน



พูดง่ายๆ ก็คือเอาสัดส่วนเด็กมาใส่ในผู้ใหญ่เพื่อกระตุ้นให้เรามองตัวละครเหล่านี้ในรูปลักษณ์ของเด็กนั่นเอง
อนึ่ง จะเห็นได้ว่าสัดส่วนทารกที่กล่าวไว้ในขั้นต้นนั้น มีแต่ส่วนหัวเป็นหลัก นั่นก็หมายความว่า แม้ตัวละครนั้นจะมีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้ายังคงสัดส่วนหัว ตา จมูก และปาก อย่างที่บอกไว้ ก็จะสามารถกระตุ้นความน่ารักได้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม ตัวละครบางตัว แม้มีร่างกายที่เซ็กซี่เป็นผู้ใหญ่ แต่เรายังรับรู้ถึงความน่ารักได้อยู่


ซึ่งมีนักวาดจำนวนไม่น้อยเอาสองสิ่งนี้มาผสมกัน (ความเซ็กซี่ของร่างกายผู้ใหญ่ และสัดส่วนหัวและหน้าแบบเด็ก) ทำให้ดึงดูดใจคนดูได้มากขึ้นไปอีกนั่นเอง
แมวกักขฬะ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 7287661 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6920540 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6131304 ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 5364899 ถูกใจ, MellyTH ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 4137336 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1403890 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3721430 ถูกใจ, iepop ซึ้งรวมถึงอีก 64 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เพราะอะไรตัวละคร Anime ญี่ปุ่นถึงดูสวย น่ารัก ทั้งที่ต่างจากมนุษย์จริง ๆ มาก
ว่าอะไรทำให้ตัวละครใน Anime ญี่ปุ่นดูสวยหรือน่ารักได้ ที่เน้นญี่ปุ่นเพราะหน้าตาของตัวละครมักจะแตกต่างจากมนุษย์จริงมาก
เช่นตาโตมากในบางเรื่อง เข้าขั้นผิดปกติ ถ้ามีมนุษย์จริง ๆ ตาโตขนาดนั้น น่าจะถูกมองเป็นมนุษย์ต่างดาว
จมูกและปากเล็ก ไม่ตรงกับสัดส่วนใด ๆ ในมนุษย์เลย เรื่องรูปร่างนี่ผมไม่สงสัยเท่าไหร่ แต่เรื่องหน้าตานี่แปลกใจ
และเรื่องความสวยหรือน่ารักแบบนี้เป็นกับทุกคนหรือเปล่า หรือ เป็นเฉพาะบางกลุ่ม (เช่นผม)
มันเกิดจากการเลี้ยงดูด้วยหรือเปล่า เช่นเราดูการ์ตูนตั้งแต่เด็ก ๆ และซึมซับว่า ภาพแบบนี้คือสวย คือน่ารัก
เท่าที่นึกออก มันต้องมีความเกี่ยวข้องกับรูปหน้าของสัตว์แน่ ๆ เช่นแมว หมา พวกนี้ตาจะใหญ่เป็นพิเศษ และเมื่อ
มองตัวละครใน Anime จากด้านข้าง ช่วงปากตั้งแต่จมูกมักจะยื่น ๆ คล้ายแมว
พอจะมีคำอธิบายดี ๆ มั้ยครับ