วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ผมประสบความสำเร็จ ก้าวข้ามกำแพง กำแพงหนึ่งมาได้แล้ว
เป็นกำแพงเล็กๆ ที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ อาจจะมีประโยชน์กับคนที่ทำธุรกิจด้วยกันไม่มากก็น้อย
เป็นข้อความที่ผมเขียนให้ลุกค้าผม หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับกิจการเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
........
วันนี้ีคำถามสำคัญหลายอย่าง หลังจากเปิดดูรูปเก่าๆ ตั้งแต่สมัยจับผลัดจับพลูต้องไปดูร้านเว็ดดิ้ง ที่ปาดังเบซาร์เมืองชายขอบ ในราวๆปี 2009 สมัยนั้นชุดแต่งงานอิสลาม ราคา 1500 บาทต่อชุดก็ถือว่าแพงแล้ว ผ้าคลุมผมก็คลุมได้แย่มาก งานแต่งงานส่วนใหญ่ในภาพรวมสำหรับผมมองว่าตลก และโดนดูถูก เพราะ ตามหลังมาเลย์หลายปี เราลอกเค้ามา แต่ก็ตามหลังเค้า ไม่เข้าใจงาน แม้แต่คนพุทธบ้านเราดูงานมุสลิมก็ยังไม่เข้าใจว่าจะทาปากแดงขนาดนั้นไปทำไม ทำไมคลุมผ้าแบบนี้ และอีกหลายๆเรื่อง ทำให้เจ้าสาวส่วนใหญ่หนีการคลุมผ้า ค่านิยมท้องถิ่นต่างๆโดนล๊อกไว้ ทำให้ ช่องว่างระหว่างงานสากลและงานมุสลิมโดย แช่แข็งไว้หลายปี
ตัวผมออกจากงานมาทำร้านร่วมกับครอบครัวโดยในหัว วางแผนว่าจะใช้เป็นโรงเรียนในการเรียนรู้การทำธุรกิจ ทำสักพัก แล้วก็โยนให้น้องสาวแล้วไปหาสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่อะไรๆไม่ได้เป็นไปตามที่อยากให้เป็น กลายเป็นต้องมาติดแงกในธุรกิจนี้มาเรือ่ยๆเพราะหาตัวตายตัวแทนไม่ได้ วิศวะ มาคุมร้านเว็ดดิ้ง ต้องโดนดูถูกสารพัด เอาวะ ช่าง

ก็ทำไป มีเรื่องผ่านเข้ามาหลายแบบทั้งสุข ทั้งทุกข์ แต่ก็ผ่านมาได้เรื่อยๆ มีปัญหามากเพราะคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน ไม่ยอมเหมือนชาวบ้าน ผลักดันอะไรที่มันยากกว่าปกติดื้อ มีทั้งที่คิดถูกคิดผิด แต่ก็ผ่านมาได้ ร้านอยู่ชนบท แต่พยายามขายงานผ่านอินเตอร์เน็ตให้คนกรุงเทพ.. ใครเค้าจะสนใจ ไม่เอากับเค้าด้วย จึงมักมีปัญหา กับหน่วยปฏิบัติงานเสมอ แต่สิ่งเดียวที่สนใจคือ เจ้าสาวมุสลิม จะยืนอย่างภาคภูมิใจ ไม่แพ้เค้าได้อย่างไร ? นั่นคือสิ่งเดียวในหัวที่ใช้เป็นแรงผลักของนโยบายต่างๆในร้านแม้แต่ตอนนี้ ไม่เคยพอใจกับมาตราฐานที่เป็นอยู่ เพราะตัวเองเชื่อว่า ยังล้าหลังกับตลาดปกติหลายปี
ถึงตอนนี้ยอมรับว่าภูมิใจกับสิ่งที่พัฒนาไว้ ไม่อายใครแต่ก็ยังไม่พอใจ ราคาชุดแต่งงานอิสลาม 15000++ ให้เช่าได้อย่างปกติ เด็กที่ออกไปเอาความรุ้ที่ได้จากร้านคุณนายอารยาไปใช้พัฒนางานต่างๆ การคลุมผ้าที่แม้แต่คนพุทธยังอยากมาลองใส่ถ่ายภาพ ถึงแม้โดยรวมของโปรดักผมยังไม่พอใจ แต่ผมก็ภูมิใจ และ ยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาต่ออีกมาก ทั้งหมดนี้ มาจากการผลักด้นของครอบครัว และทีมงานหลายๆรุ่น
ปลาย 2008 ต้น 2009 เข้าทำร้านต่อจากคุณแม่ที่ปาดังเบซาร์
2010-ต้นปี เปิดสาขาหาดใหญ่
2011- กลางปี เปิดสาขากรุงเทพ
ทุกอย่างไปได้ดี แต่ปีนี้เหมือนปีแห่งความอยากลำบาก ระหว่างที่ชีวิตกำลังอิรุงตุงนังกับเรื่องส่วนตัว ธุรกิจ ก็มาเจอเรื่องใหญ่อีกครั้ง จนทำให้ต้องย้อนกลับมาถามว่าเราควรจะไปต่อไหม ไม่ใช่เพราะธุรกิจไปได้ไม่ดี แต่เพราะสิ่งที่ฝากความหวังไว้เรื่องบุคคลากร ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ
ผมโดนเด็กที่ผมไว้วางใจ วางตัวไว้ให้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ทำการทุจริต เป็นจำนวนเงิน จำนวนมาก ไม่เพียงแต่ทุจริตจำนวนเงินเท่านั้น เด็กคนนี้ยังวางแผนในการ ออกไปตั้งร้านเองด้วยการขโมยเงินในร้าน โดยการปลอมแปลงเอกสาร เอาเงินบางส่วนในซื้อใจเด็กๆในร้าน สร้างข่าวลือ ให้กับ ทีมงานและ คู่ค้า เรียกได้ว่า ตั้งใจจะพลิกกระดานทั้งกระดาน โดยการยึดทั้งลูกค้า เงินของร้าน คู่ค้า ทีมงานไปเป็นของตัวเอง ในปลายปีนี้ แต่เพราะความโชคดี ทำให้ผมรอดจากคราวเคราะห์ รอดเพราะความบังเอิญ จากแฟนผมไปหา ถุงใส่มังคุดแล้ไปสะดุดหลักฐานที่ซ่อนไว้หลังจากนั้นเรื่องทั้งหมดก็ขยายออกมาจนความจริงถูกเปิดเผยทั้งหมด และวันนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินคดี
ที่สำคัญที่สุด เด็กคนนี้ เป็นคนที่สำคัญที่สุดในกิจการ รองจากผมในตอนนั้น ถือกุญแจสำคัญทุกอย่าง เพราะ
มีบางอย่างในขั้นตอนของธุรกิจที่จะต้องให้ผู้หญิงเท่านั้นที่ทำ
ตอนเจอแรกๆยอมรับว่าจุก แฟนผมนั่งร้องผมได้แต่นั่งดู อย่างไม่เข้าใจ และ หมดศรัทธาต่อความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
หมดศรัทธาต่อ ความเชื่อที่ว่าเด็กทุกคนถ้าตั้งใจสอนตั้งใจทำดีต่อกัน ทุกสิ่งที่อย่างก็จะดีขึ้น
แต่ก็ย้อนกลับมาคิดได้ว่าเป็นเพราะผม แบเบาะ ต่อการทำธุรกิจเกินไป อ่อนต่อโลก และไม่ใส่ใจเกินไป
เรามีความไว้ใจระหว่างมนุษย์ด้วยกันได้
แต่ต้องอยู่หลังระบบตรวจสอบ
ต้องให้ระบบตรวจสอบนำ และ ระบบตรวจสอบต้องไม่ไว้ใจใครแม้แต่ตัวเราเอง
นั่นคือบทเรียนเล็กๆน้อยที่ผมได้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมา ยังไม่นับรวมประเด็นหยิบย่อยปากกัดตีนถีบอีกนับไม่ถ้วน
ผมผิดเองที่สะเพร่าเกินไป และ ตื้นเขินเกินไป
ปัญหาต่างๆ ที่ผมเจอ ในภาพที่ผมเองก็ไม่ได้ ตั้งใจจะยืนในธุรกิจนี้ มันสะสม
จนทำให้ผมเกิดคำถามว่า
ผมควรไปต่อไหม ไปทำไม ไปเพื่ออะไร ในเมื่อเราก็ไม่ได้ชอบนี่หว่า แล้วไปต่อเพื่ออะไร ?
ถึงตอนนี้
คำตอบคงเป็นเรื่องของครอบครัว ถึงแม้ตัวผมจะไม่ได้ดูเป็นรักครอบครัวนัก
แต่นี่คงเป็นคำตอบเดียวที่ผมยอมถือธุรกิจนี้ต่อ เรามาไกลเกินกว่าจะหยุดแล้ว ร้านผมมีภาระผูกพันธ์มากมายเกินกว่าจะหยุดแล้ว
ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่ผมมั่นใจและยืนยันได้คือ ผมจะทำให้วงการแต่งงานอิสลามจะแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่กว่านี้ ภายใต้ชื่อร้านXXXXX บ่าวสาวมุสลิมทุกคน จะแต่งงานอย่างภาคภูมิใจ และ ใส่ชุดเจ้าสาวอิสลามอย่างภาคภูมิใจนั่นคือพันธกิจของร้านXXXXX ที่ผมจะให้สัญญากับ เจ้าบ่าว และ เจ้าสาวทุกคน มาตลอดตั้งแต่ปี 2009 ที่ปาดังเบซาร์ จนถึงวันนี้ ปี 2013 ที่กรุงเทพ และ อีกหลายครั้งที่ อังกฤษ, มัลดิฟ, มาเลเซีย
เป็นกำลังใจให้เรา ผ่านอุปสรรคต่างๆ และ พัฒนาผลงานด้วยนะครับ เส้นทางนี้ยังไปข้างหน้าได้อีกมาก เรามาเพียง ครึ่งทางของแผนการทั้งหมด ชุดเจ้าสาวที่ยังไม่ถึงที่สุด พรีเว็ดดิ้งที่มาได้เพียงครึ่งหนึ่งของแผนการ การ์ด ของชำร่วย การจัดงานที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ของพวกนี้อยู่ในหัวผมทั้งหมด ผมเชื่อมั่นว่า ถึงจุดหนึ่งชุดเจ้าสามอิสลามของประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของเอเซีย อย่างไม่อายใคร เพราะเรามีช่างฝีมืองานผ้าที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในอาเซี่ยนอยู่ที่นี้ ช่างตัดเย็บ ช่างภาพไทย ช่างออกแบบไทย ไม่แพ้ใครในโลก ขอเพียงโอกาสเท่านั้น
---------------------------------------------------------------
ผมเขียนบทความชิ้นนี้ ให้กับลูกค้า ของผมส่วนหนึ่ง หลังจากเกิดเรื่อง
ทั้งๆตอนนั้นผมเอง ก็ยังไม่แน่ใจ มึนงง
มีเพียงกำลังใจบางๆที่ ยังยึดมั่นอยู่
บนความสับสนว่า ตัวเอง จะทำได้แค่ไหน
วันนี้ ผมมั่นใจแล้วว่าผมคิดไม่ผิด
ผมมาโพส เพราะอยากตะโกนบอกตัวเองว่า กุทำได้แล้วนะ กุทำได้แล้วว้อยย
อยากบันทึกไว้ในความทรงจำว่าวันนนี้เป็นวันสำคัญสำหรับผมจริงๆ
บางครั้ง การค้าขาย ไม่จำเป็นที่เราจะต้อง มีความรู้หรือเรียนมาโดยตรง
ขอแค่มีความตั้งใจที่จะทำมัน และ ถ่ายทอดความรุ้สึกนั้นให้ลูกค้าให้ได้
บนความจริงใจ และ ความรู้จริง และการพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เชื่อมั่นในรสนิยมที่เราเลือก และ ลูกค้าเลือกเรา
ที่ขาดไม่ได้คือกำลังใจของตัวเอง
และ มิตรสหายที่ดีที่สุด นั่นคือ ครอบครัว และ คนที่รักคุณ
อย่างไรก็ดี
ถึงตอนนี้ผมจะโดนหักเหลี่ยม แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งความเชื่อใจระหว่างกัน
เพียงแต่ผมให้ระบบตรวจสอบนำเท่านั้น
และ คิดว่าหลังจากนี้จะมีแต่เรื่องดีขึ้น
วันนี้ผมได้บทเรียนราคาแพงแล้ว ไม่แน่ใจว่าก้าวจากนี้ ผมจะได้รับบทเรียนราคาแพงกว่านี้อีกหรือเปล่า
แต่ผมก็จะทำให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ และ ผมจะนำบทเรียนราคาแพงเหล่านั้นมาใช้กับสิ่งที่ผมจะทำต่อๆไป
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
ปล แท๊กแฟชั่น เพราะว่า เผื่อ สายแฟชั่นมาอ่าน มีคำแนะนำ เกี่ยวกับ ชุดเจ้าสาวอิสลามก็หลังไมค์มาแลกเปลี่ยนได้ครับ
ผมยังต้องการ เสพความรู้อีกมาก แน่นอน ดูเหมือนมันจะยุ่งยากกว่า การเขียนโปรแกรมเยอะทีเดียว
แก้ไข เซ็นเซอร์ ชื่อร้านแล้วนะครับ >.<
อดีตวิศวกร ลูกผู้ชาย ที่ต้องมาจับ ธุรกิจชุดแต่งงานอิสลาม - วันนี้ขอเล่าให้ฟังนะครับ
เป็นกำแพงเล็กๆ ที่อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ อาจจะมีประโยชน์กับคนที่ทำธุรกิจด้วยกันไม่มากก็น้อย
เป็นข้อความที่ผมเขียนให้ลุกค้าผม หลังจากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับกิจการเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
........
วันนี้ีคำถามสำคัญหลายอย่าง หลังจากเปิดดูรูปเก่าๆ ตั้งแต่สมัยจับผลัดจับพลูต้องไปดูร้านเว็ดดิ้ง ที่ปาดังเบซาร์เมืองชายขอบ ในราวๆปี 2009 สมัยนั้นชุดแต่งงานอิสลาม ราคา 1500 บาทต่อชุดก็ถือว่าแพงแล้ว ผ้าคลุมผมก็คลุมได้แย่มาก งานแต่งงานส่วนใหญ่ในภาพรวมสำหรับผมมองว่าตลก และโดนดูถูก เพราะ ตามหลังมาเลย์หลายปี เราลอกเค้ามา แต่ก็ตามหลังเค้า ไม่เข้าใจงาน แม้แต่คนพุทธบ้านเราดูงานมุสลิมก็ยังไม่เข้าใจว่าจะทาปากแดงขนาดนั้นไปทำไม ทำไมคลุมผ้าแบบนี้ และอีกหลายๆเรื่อง ทำให้เจ้าสาวส่วนใหญ่หนีการคลุมผ้า ค่านิยมท้องถิ่นต่างๆโดนล๊อกไว้ ทำให้ ช่องว่างระหว่างงานสากลและงานมุสลิมโดย แช่แข็งไว้หลายปี
ตัวผมออกจากงานมาทำร้านร่วมกับครอบครัวโดยในหัว วางแผนว่าจะใช้เป็นโรงเรียนในการเรียนรู้การทำธุรกิจ ทำสักพัก แล้วก็โยนให้น้องสาวแล้วไปหาสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่อะไรๆไม่ได้เป็นไปตามที่อยากให้เป็น กลายเป็นต้องมาติดแงกในธุรกิจนี้มาเรือ่ยๆเพราะหาตัวตายตัวแทนไม่ได้ วิศวะ มาคุมร้านเว็ดดิ้ง ต้องโดนดูถูกสารพัด เอาวะ ช่าง
ถึงตอนนี้ยอมรับว่าภูมิใจกับสิ่งที่พัฒนาไว้ ไม่อายใครแต่ก็ยังไม่พอใจ ราคาชุดแต่งงานอิสลาม 15000++ ให้เช่าได้อย่างปกติ เด็กที่ออกไปเอาความรุ้ที่ได้จากร้านคุณนายอารยาไปใช้พัฒนางานต่างๆ การคลุมผ้าที่แม้แต่คนพุทธยังอยากมาลองใส่ถ่ายภาพ ถึงแม้โดยรวมของโปรดักผมยังไม่พอใจ แต่ผมก็ภูมิใจ และ ยังมีอะไรที่ต้องพัฒนาต่ออีกมาก ทั้งหมดนี้ มาจากการผลักด้นของครอบครัว และทีมงานหลายๆรุ่น
ปลาย 2008 ต้น 2009 เข้าทำร้านต่อจากคุณแม่ที่ปาดังเบซาร์
2010-ต้นปี เปิดสาขาหาดใหญ่
2011- กลางปี เปิดสาขากรุงเทพ
ทุกอย่างไปได้ดี แต่ปีนี้เหมือนปีแห่งความอยากลำบาก ระหว่างที่ชีวิตกำลังอิรุงตุงนังกับเรื่องส่วนตัว ธุรกิจ ก็มาเจอเรื่องใหญ่อีกครั้ง จนทำให้ต้องย้อนกลับมาถามว่าเราควรจะไปต่อไหม ไม่ใช่เพราะธุรกิจไปได้ไม่ดี แต่เพราะสิ่งที่ฝากความหวังไว้เรื่องบุคคลากร ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจ
ผมโดนเด็กที่ผมไว้วางใจ วางตัวไว้ให้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ทำการทุจริต เป็นจำนวนเงิน จำนวนมาก ไม่เพียงแต่ทุจริตจำนวนเงินเท่านั้น เด็กคนนี้ยังวางแผนในการ ออกไปตั้งร้านเองด้วยการขโมยเงินในร้าน โดยการปลอมแปลงเอกสาร เอาเงินบางส่วนในซื้อใจเด็กๆในร้าน สร้างข่าวลือ ให้กับ ทีมงานและ คู่ค้า เรียกได้ว่า ตั้งใจจะพลิกกระดานทั้งกระดาน โดยการยึดทั้งลูกค้า เงินของร้าน คู่ค้า ทีมงานไปเป็นของตัวเอง ในปลายปีนี้ แต่เพราะความโชคดี ทำให้ผมรอดจากคราวเคราะห์ รอดเพราะความบังเอิญ จากแฟนผมไปหา ถุงใส่มังคุดแล้ไปสะดุดหลักฐานที่ซ่อนไว้หลังจากนั้นเรื่องทั้งหมดก็ขยายออกมาจนความจริงถูกเปิดเผยทั้งหมด และวันนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินคดี
ที่สำคัญที่สุด เด็กคนนี้ เป็นคนที่สำคัญที่สุดในกิจการ รองจากผมในตอนนั้น ถือกุญแจสำคัญทุกอย่าง เพราะ
มีบางอย่างในขั้นตอนของธุรกิจที่จะต้องให้ผู้หญิงเท่านั้นที่ทำ
ตอนเจอแรกๆยอมรับว่าจุก แฟนผมนั่งร้องผมได้แต่นั่งดู อย่างไม่เข้าใจ และ หมดศรัทธาต่อความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
หมดศรัทธาต่อ ความเชื่อที่ว่าเด็กทุกคนถ้าตั้งใจสอนตั้งใจทำดีต่อกัน ทุกสิ่งที่อย่างก็จะดีขึ้น
แต่ก็ย้อนกลับมาคิดได้ว่าเป็นเพราะผม แบเบาะ ต่อการทำธุรกิจเกินไป อ่อนต่อโลก และไม่ใส่ใจเกินไป
เรามีความไว้ใจระหว่างมนุษย์ด้วยกันได้
แต่ต้องอยู่หลังระบบตรวจสอบ
ต้องให้ระบบตรวจสอบนำ และ ระบบตรวจสอบต้องไม่ไว้ใจใครแม้แต่ตัวเราเอง
นั่นคือบทเรียนเล็กๆน้อยที่ผมได้ในเหตุการณ์ที่ผ่านมา ยังไม่นับรวมประเด็นหยิบย่อยปากกัดตีนถีบอีกนับไม่ถ้วน
ผมผิดเองที่สะเพร่าเกินไป และ ตื้นเขินเกินไป
ปัญหาต่างๆ ที่ผมเจอ ในภาพที่ผมเองก็ไม่ได้ ตั้งใจจะยืนในธุรกิจนี้ มันสะสม
จนทำให้ผมเกิดคำถามว่า
ผมควรไปต่อไหม ไปทำไม ไปเพื่ออะไร ในเมื่อเราก็ไม่ได้ชอบนี่หว่า แล้วไปต่อเพื่ออะไร ?
ถึงตอนนี้
คำตอบคงเป็นเรื่องของครอบครัว ถึงแม้ตัวผมจะไม่ได้ดูเป็นรักครอบครัวนัก
แต่นี่คงเป็นคำตอบเดียวที่ผมยอมถือธุรกิจนี้ต่อ เรามาไกลเกินกว่าจะหยุดแล้ว ร้านผมมีภาระผูกพันธ์มากมายเกินกว่าจะหยุดแล้ว
ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่ผมมั่นใจและยืนยันได้คือ ผมจะทำให้วงการแต่งงานอิสลามจะแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่กว่านี้ ภายใต้ชื่อร้านXXXXX บ่าวสาวมุสลิมทุกคน จะแต่งงานอย่างภาคภูมิใจ และ ใส่ชุดเจ้าสาวอิสลามอย่างภาคภูมิใจนั่นคือพันธกิจของร้านXXXXX ที่ผมจะให้สัญญากับ เจ้าบ่าว และ เจ้าสาวทุกคน มาตลอดตั้งแต่ปี 2009 ที่ปาดังเบซาร์ จนถึงวันนี้ ปี 2013 ที่กรุงเทพ และ อีกหลายครั้งที่ อังกฤษ, มัลดิฟ, มาเลเซีย
เป็นกำลังใจให้เรา ผ่านอุปสรรคต่างๆ และ พัฒนาผลงานด้วยนะครับ เส้นทางนี้ยังไปข้างหน้าได้อีกมาก เรามาเพียง ครึ่งทางของแผนการทั้งหมด ชุดเจ้าสาวที่ยังไม่ถึงที่สุด พรีเว็ดดิ้งที่มาได้เพียงครึ่งหนึ่งของแผนการ การ์ด ของชำร่วย การจัดงานที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน ของพวกนี้อยู่ในหัวผมทั้งหมด ผมเชื่อมั่นว่า ถึงจุดหนึ่งชุดเจ้าสามอิสลามของประเทศไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของเอเซีย อย่างไม่อายใคร เพราะเรามีช่างฝีมืองานผ้าที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในอาเซี่ยนอยู่ที่นี้ ช่างตัดเย็บ ช่างภาพไทย ช่างออกแบบไทย ไม่แพ้ใครในโลก ขอเพียงโอกาสเท่านั้น
---------------------------------------------------------------
ผมเขียนบทความชิ้นนี้ ให้กับลูกค้า ของผมส่วนหนึ่ง หลังจากเกิดเรื่อง
ทั้งๆตอนนั้นผมเอง ก็ยังไม่แน่ใจ มึนงง
มีเพียงกำลังใจบางๆที่ ยังยึดมั่นอยู่
บนความสับสนว่า ตัวเอง จะทำได้แค่ไหน
วันนี้ ผมมั่นใจแล้วว่าผมคิดไม่ผิด
ผมมาโพส เพราะอยากตะโกนบอกตัวเองว่า กุทำได้แล้วนะ กุทำได้แล้วว้อยย
อยากบันทึกไว้ในความทรงจำว่าวันนนี้เป็นวันสำคัญสำหรับผมจริงๆ
บางครั้ง การค้าขาย ไม่จำเป็นที่เราจะต้อง มีความรู้หรือเรียนมาโดยตรง
ขอแค่มีความตั้งใจที่จะทำมัน และ ถ่ายทอดความรุ้สึกนั้นให้ลูกค้าให้ได้
บนความจริงใจ และ ความรู้จริง และการพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เชื่อมั่นในรสนิยมที่เราเลือก และ ลูกค้าเลือกเรา
ที่ขาดไม่ได้คือกำลังใจของตัวเอง
และ มิตรสหายที่ดีที่สุด นั่นคือ ครอบครัว และ คนที่รักคุณ
อย่างไรก็ดี
ถึงตอนนี้ผมจะโดนหักเหลี่ยม แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งความเชื่อใจระหว่างกัน
เพียงแต่ผมให้ระบบตรวจสอบนำเท่านั้น
และ คิดว่าหลังจากนี้จะมีแต่เรื่องดีขึ้น
วันนี้ผมได้บทเรียนราคาแพงแล้ว ไม่แน่ใจว่าก้าวจากนี้ ผมจะได้รับบทเรียนราคาแพงกว่านี้อีกหรือเปล่า
แต่ผมก็จะทำให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ และ ผมจะนำบทเรียนราคาแพงเหล่านั้นมาใช้กับสิ่งที่ผมจะทำต่อๆไป
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
ปล แท๊กแฟชั่น เพราะว่า เผื่อ สายแฟชั่นมาอ่าน มีคำแนะนำ เกี่ยวกับ ชุดเจ้าสาวอิสลามก็หลังไมค์มาแลกเปลี่ยนได้ครับ
ผมยังต้องการ เสพความรู้อีกมาก แน่นอน ดูเหมือนมันจะยุ่งยากกว่า การเขียนโปรแกรมเยอะทีเดียว
แก้ไข เซ็นเซอร์ ชื่อร้านแล้วนะครับ >.<