บทความพิเศษ(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ9-15 สิงหาคม 2556)
ท่ามกลางความดุเดือดในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทยและท่ามกลางการโจมตี
นายอภิสิทธิ์ว่าเป็นฆาตกร เราได้เห็นภาพเปรียบเทียบชัดเจนระหว่างนายอภิสิทธิ์กับคุณทักษิณ นั่นก็คือ
คนหนึ่งประกาศตลอดเวลาว่าต้องการและพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนีไป
ต่างประเทศ และหากถูกพิพากษาว่าผิดก็จะยอมติดคุก
ตลอดเวลาที่รัฐบาลนี้ได้กุมอำนาจรัฐ เราได้เห็นภาพนายอภิสิทธิ์ ขึ้นโรงขึ้นศาล ขึ้นโรงพักและถูก
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เชิญตัวไปสอบสวนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง บางครั้งหลายชั่วโมง แสดง
ให้เห็นถึงการเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีภาพของความมีอภิสิทธิ์ว่าเป็นคนของอำมาตย์แต่
ประการใด
เมื่อต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หรือไปดีเอสไอ ไม่มีมวลชนของนายอภิสิทธิ์ไปกดดันข่มขู่ศาลหรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
ผิดกับอีกคนที่หนีลอยนวลอยู่ต่างประเทศ แล้วก็ใช้เงินทองที่มีมากล้นชักใยบริวารในประเทศ ไม่ยอมเข้าสู่
กระบวนการยุติธรรม แล้วก็คร่ำครวญอ้างว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม
ในทางกลับกัน ถ้าเปลี่ยนจากนายอภิสิทธิ์เป็นคุณทักษิณบ้างในสถานการณ์เดียวกัน เชื่อได้ว่าไม่มีทางที่
คุณทักษิณจะถูกดีเอสไอเชิญตัวไปสอบสวน หรือถึงถูกเชิญคุณทักษิณก็ไม่มีทางไป จากนั้นก็คงจะเกณฑ์
มวลชนมาเป็นผนังทองแดงกำแพงกั้นให้กับตัวเอง
ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของคนที่รู้จักและเคารพประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กับคนที่ใช้ประชาธิปไตย
มาใช้ประโยชน์แค่การทำตลาดการเมืองก็อยู่ตรงนี้เอง
สถานการณ์ที่คับขันหรือวิกฤตจะพิสูจน์ให้เห็นว่าใครคือ "คนจริง"
นายอภิสิทธิ์ถูกปรามาสว่าเป็นผู้ดีอังกฤษ ไม่ใช่ลูกชาวบ้าน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์รู้ว่าตัวเองทำ
ผิดจริงและไม่มีทางรอดแน่ นายอภิสิทธิ์น่าจะเป็นฝ่ายขวัญหนีดีฝ่อ ขี้แยเผ่นหนีไปต่างประเทศ แต่นี่กลับกล้า
ประกาศว่าหากทำผิดก็ยินดีติดคุก
ส่วนคุณทักษิณ ประกาศตัวเสมอว่าเป็นลูกชาวบ้าน เป็นคนติดดิน ลุยๆ กลับเผ่นหนีไปต่างประเทศ แม้จะอ้าง
เหตุผลต่างๆ นานาแบบเดิม (คือกระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเขาเอง) แต่ถึงที่สุดลึกๆ แล้ว
คุณทักษิณรู้ว่าตอนนั้นไม่มีทางต่อสู้คดีทุจริตชนะเพราะจำนนด้วยหลักฐานนั่นเอง ไม่เกี่ยวกับอำมาตย์อะไรทั้งนั้น
ในช่วงสงครามปราบยาเสพติดที่มีการฆ่าตัดตอนคนบริสุทธิ์ไปนับพันศพ รวมทั้งเหตุการณ์กราดยิง
มัสยิดกรือเซะและตากใบ ไม่มีใครกล้าเอาผิดกับคุณทักษิณได้เพราะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ
เนื่องกันกว่า 6 ปี สามารถนั่งทับความผิดเอาไว้ได้ ซึ่งถ้าเป็นต่างประเทศคุณทักษิณไม่มีทางรอด
ทันทีที่พ้นตำแหน่งถูกดำเนินคดีแน่ๆ
ทั้งคุณทักษิณและคนของคุณทักษิณ ทำเป็นแกล้งลืมสิ่งที่ตัวเองทำไว้ แต่ถนัดที่จะตีปี๊บประโคมเหตุการณ์
สลายชุมนุมเมื่อปี 2553 เพื่อสร้างความได้เปรียบ
ท่ามกลางวาทกรรมการกล่าวหากันเรื่องคดี 90 กว่าศพ เมื่อปี 2553 สภากาแฟเขาถกเถียงกันเล่นๆ
ให้ชวนคิดว่าระหว่างฝ่ายหนึ่งที่ในช่วงบริหารประเทศ มีมือไม้และลูกน้องที่เคยยิงถล่มมัสยิดกรือเซะ
จนมีคนตาย 32 คน หรือเคยฆ่าตัดตอนในสงครามปราบยาเสพติดมากว่า 3 พันคน อีกทั้งเกิดคดีทนาย
สมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มตัวหายไร้ร่องรอยจนถึงปัจจุบัน
หรือตอนคนเสื้อเหลืองชุมนุม ก็มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าสังหาร จนฝ่ายเสื้อเหลืองเสียชีวิตไปกว่า 10 คน
(ขณะที่คนเสื้อแดงชุมนุมทุกครั้ง ไม่เคยโดนยิงระเบิดใส่กลางวงเลย) นี่ขนาดตอนนั้นเสื้อเหลืองถูกกล่าวหา
ว่าเป็น "ม็อบมีเส้น" ยังถูกระเบิดตายเพียบ
กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เคยฆ่าใครมาก่อนเลย ดังนั้น มือไม้ของฝ่ายไหนกันแน่ที่น่าจะกล้าฆ่าคนเสื้อแดงหรือ
ผู้ชุมนุมเมื่อปี 2553 เพื่อสร้างสถานการณ์มากกว่ากัน
ร่าง กม.นิรโทษกรรม ฉบับ นายวรชัย เหมะ ยังเผยให้เห็นความจริงอะไรบางอย่าง ดังที่แม้แต่ญาติของ
ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต อย่าง นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่นางสาวกมนเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม
ซึ่งจัดทำร่างนิรโทษฉบับของตนเอง ซึ่งเป็นคนละแนวทางกับฉบับของนายวรชัย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังได้
กล่าวถึง กม.นิรโทษดังนี้
นางพะเยาว์-- "ร่างนิรโทษฉบับของญาติแตกต่างกับของวรชัย ตรงที่เราไม่นิรโทษทหาร เพราะเราต้องการ
ให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ทราบความจริงว่าการตายเกิดจากอะไร ฝ่ายประชาธิปัตย์แบไต๋เลยว่าขอขึ้นศาล
ขอพิสูจน์ผ่านกระบวนการยุติธรรม แต่ทางพรรคเพื่อไทยไม่มีใครพูด พอร่างนิรโทษฉบับของเราไม่นิรโทษให้
ทหาร ก็ออกมาดิ้นกัน ถามว่าคุณจะดิ้นทำไม ที่ถูกต้องควรจะเป็นกองทัพ เป็นอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) เป็นสุเทพ
(เทือกสุบรรณ) เป็นฝ่ายดิ้น ไม่ใช่ นปช. ดิ้น เราแคลงใจนะว่าทำไมคุณมาดิ้นตรงนี้"
นางพะเยาว์ยังบอกว่า ตอนที่ไปเสียมเรียบช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว พอตนบอกคุณทักษิณว่าไม่เอา กม.นิรโทษกรรม
คุณทักษิณตกใจใหญ่
คำโบราณว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนนั้นยังใช้ได้ดีอยู่
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1376483356&grpid=&catid=02&subcatid=0207
พอตอนนี้โดนเองมั่งกลับโวยวายใหญ่ นงนุช สิงหเดชะ ... มติชนออนไลน์
ท่ามกลางความดุเดือดในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทยและท่ามกลางการโจมตี
นายอภิสิทธิ์ว่าเป็นฆาตกร เราได้เห็นภาพเปรียบเทียบชัดเจนระหว่างนายอภิสิทธิ์กับคุณทักษิณ นั่นก็คือ
คนหนึ่งประกาศตลอดเวลาว่าต้องการและพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ไม่หลบหนีไป
ต่างประเทศ และหากถูกพิพากษาว่าผิดก็จะยอมติดคุก
ตลอดเวลาที่รัฐบาลนี้ได้กุมอำนาจรัฐ เราได้เห็นภาพนายอภิสิทธิ์ ขึ้นโรงขึ้นศาล ขึ้นโรงพักและถูก
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เชิญตัวไปสอบสวนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง บางครั้งหลายชั่วโมง แสดง
ให้เห็นถึงการเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีภาพของความมีอภิสิทธิ์ว่าเป็นคนของอำมาตย์แต่
ประการใด
เมื่อต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หรือไปดีเอสไอ ไม่มีมวลชนของนายอภิสิทธิ์ไปกดดันข่มขู่ศาลหรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ
ผิดกับอีกคนที่หนีลอยนวลอยู่ต่างประเทศ แล้วก็ใช้เงินทองที่มีมากล้นชักใยบริวารในประเทศ ไม่ยอมเข้าสู่
กระบวนการยุติธรรม แล้วก็คร่ำครวญอ้างว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม
ในทางกลับกัน ถ้าเปลี่ยนจากนายอภิสิทธิ์เป็นคุณทักษิณบ้างในสถานการณ์เดียวกัน เชื่อได้ว่าไม่มีทางที่
คุณทักษิณจะถูกดีเอสไอเชิญตัวไปสอบสวน หรือถึงถูกเชิญคุณทักษิณก็ไม่มีทางไป จากนั้นก็คงจะเกณฑ์
มวลชนมาเป็นผนังทองแดงกำแพงกั้นให้กับตัวเอง
ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของคนที่รู้จักและเคารพประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กับคนที่ใช้ประชาธิปไตย
มาใช้ประโยชน์แค่การทำตลาดการเมืองก็อยู่ตรงนี้เอง
สถานการณ์ที่คับขันหรือวิกฤตจะพิสูจน์ให้เห็นว่าใครคือ "คนจริง"
นายอภิสิทธิ์ถูกปรามาสว่าเป็นผู้ดีอังกฤษ ไม่ใช่ลูกชาวบ้าน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์รู้ว่าตัวเองทำ
ผิดจริงและไม่มีทางรอดแน่ นายอภิสิทธิ์น่าจะเป็นฝ่ายขวัญหนีดีฝ่อ ขี้แยเผ่นหนีไปต่างประเทศ แต่นี่กลับกล้า
ประกาศว่าหากทำผิดก็ยินดีติดคุก
ส่วนคุณทักษิณ ประกาศตัวเสมอว่าเป็นลูกชาวบ้าน เป็นคนติดดิน ลุยๆ กลับเผ่นหนีไปต่างประเทศ แม้จะอ้าง
เหตุผลต่างๆ นานาแบบเดิม (คือกระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรมสำหรับตัวเขาเอง) แต่ถึงที่สุดลึกๆ แล้ว
คุณทักษิณรู้ว่าตอนนั้นไม่มีทางต่อสู้คดีทุจริตชนะเพราะจำนนด้วยหลักฐานนั่นเอง ไม่เกี่ยวกับอำมาตย์อะไรทั้งนั้น
ในช่วงสงครามปราบยาเสพติดที่มีการฆ่าตัดตอนคนบริสุทธิ์ไปนับพันศพ รวมทั้งเหตุการณ์กราดยิง
มัสยิดกรือเซะและตากใบ ไม่มีใครกล้าเอาผิดกับคุณทักษิณได้เพราะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ
เนื่องกันกว่า 6 ปี สามารถนั่งทับความผิดเอาไว้ได้ ซึ่งถ้าเป็นต่างประเทศคุณทักษิณไม่มีทางรอด
ทันทีที่พ้นตำแหน่งถูกดำเนินคดีแน่ๆ
ทั้งคุณทักษิณและคนของคุณทักษิณ ทำเป็นแกล้งลืมสิ่งที่ตัวเองทำไว้ แต่ถนัดที่จะตีปี๊บประโคมเหตุการณ์
สลายชุมนุมเมื่อปี 2553 เพื่อสร้างความได้เปรียบ
ท่ามกลางวาทกรรมการกล่าวหากันเรื่องคดี 90 กว่าศพ เมื่อปี 2553 สภากาแฟเขาถกเถียงกันเล่นๆ
ให้ชวนคิดว่าระหว่างฝ่ายหนึ่งที่ในช่วงบริหารประเทศ มีมือไม้และลูกน้องที่เคยยิงถล่มมัสยิดกรือเซะ
จนมีคนตาย 32 คน หรือเคยฆ่าตัดตอนในสงครามปราบยาเสพติดมากว่า 3 พันคน อีกทั้งเกิดคดีทนาย
สมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มตัวหายไร้ร่องรอยจนถึงปัจจุบัน
หรือตอนคนเสื้อเหลืองชุมนุม ก็มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าสังหาร จนฝ่ายเสื้อเหลืองเสียชีวิตไปกว่า 10 คน
(ขณะที่คนเสื้อแดงชุมนุมทุกครั้ง ไม่เคยโดนยิงระเบิดใส่กลางวงเลย) นี่ขนาดตอนนั้นเสื้อเหลืองถูกกล่าวหา
ว่าเป็น "ม็อบมีเส้น" ยังถูกระเบิดตายเพียบ
กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เคยฆ่าใครมาก่อนเลย ดังนั้น มือไม้ของฝ่ายไหนกันแน่ที่น่าจะกล้าฆ่าคนเสื้อแดงหรือ
ผู้ชุมนุมเมื่อปี 2553 เพื่อสร้างสถานการณ์มากกว่ากัน
ร่าง กม.นิรโทษกรรม ฉบับ นายวรชัย เหมะ ยังเผยให้เห็นความจริงอะไรบางอย่าง ดังที่แม้แต่ญาติของ
ผู้ชุมนุมที่เสียชีวิต อย่าง นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่นางสาวกมนเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม
ซึ่งจัดทำร่างนิรโทษฉบับของตนเอง ซึ่งเป็นคนละแนวทางกับฉบับของนายวรชัย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังได้
กล่าวถึง กม.นิรโทษดังนี้
นางพะเยาว์-- "ร่างนิรโทษฉบับของญาติแตกต่างกับของวรชัย ตรงที่เราไม่นิรโทษทหาร เพราะเราต้องการ
ให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ทราบความจริงว่าการตายเกิดจากอะไร ฝ่ายประชาธิปัตย์แบไต๋เลยว่าขอขึ้นศาล
ขอพิสูจน์ผ่านกระบวนการยุติธรรม แต่ทางพรรคเพื่อไทยไม่มีใครพูด พอร่างนิรโทษฉบับของเราไม่นิรโทษให้
ทหาร ก็ออกมาดิ้นกัน ถามว่าคุณจะดิ้นทำไม ที่ถูกต้องควรจะเป็นกองทัพ เป็นอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) เป็นสุเทพ
(เทือกสุบรรณ) เป็นฝ่ายดิ้น ไม่ใช่ นปช. ดิ้น เราแคลงใจนะว่าทำไมคุณมาดิ้นตรงนี้"
นางพะเยาว์ยังบอกว่า ตอนที่ไปเสียมเรียบช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว พอตนบอกคุณทักษิณว่าไม่เอา กม.นิรโทษกรรม
คุณทักษิณตกใจใหญ่
คำโบราณว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนนั้นยังใช้ได้ดีอยู่
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1376483356&grpid=&catid=02&subcatid=0207