เครียดมากถึงมากที่สุด กำหนดสิ้นปีนี้แล้วที่ต้องทำตามคำพูด...

กระทู้คำถาม
เรื่องนี้มันเกิดจากหลานชายลูกของพี่สาวเราได้ไปรู้จักกะผู้หญิง(27ปี)หลานชายอายุ(23ปี)
ผู้หญิงมาอาศัยอยู่ด้วยที่บ้าน4-5ปีเราไม่แน่ใจ ซึ่งหลานชายไม่ได้ทำงานอะไร ผู้หญิงทำงานคนเดียว

ก่อนนั้นหลานชายเคยมาขอร้องบอกเราว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงให้ไปพูดเรื่องแต่งงาน
เราขอบอกก่อนะคะว่าหลานชายมีแม่เขานะคะก็คือพี่สาวเรา แต่พี่สาวเราก็ไม่ได้ทำงานอะไรแค่ช่วยดูแลกิจการเล็กๆน้อยให้แม่เรา(ขายของชำ)

ตัวเราอยู่ต่างประเทศก็ได้โทรคุยกะแม่ของฝ่ายหญิงว่ารอเรากลับไทยก่อนได้ไหม ช่วงเดือนเมษาปีที่แล้วจะกลับ และเราก็ไม่ได้กลับ
เหตุเพราะติดขัดเรื่องค่าใช้จ่ายไม่พอ ก็เลยต้องเลื่อนมาเป็นปีนี้

ทีนี่หลานก็รบเร้าให้แม่เค้าก็คือพี่สาวเรามาขอร้องให้เราไปพูดกะพ่อแม่แฟนให้หน่อยเพราะทางนั้นเขาเร่งรัดให้ไปพูดสู่ขอได้แล้ว

เขาบอกว่าเขาอายญาติพี่น้องที่ลูกสาวมาอยู่กะผู้ชายก็คือหลานเราโดยไม่มีการไป
พูดเรื่องงานแต่งอะไรเลย ..เราเคยคุยกะพี่สาวว่าทำไมเร่งรัดจัง ลูกชายงานก็ไม่มีทำ บวชก็ยังไม่ได้บวช

จะเร่งรัดอะไรนักหนา พ่อแม่ฝ่ายหญิงเคยห้ามลูกเขาไม่ให้มาอยู่กะหลานชายเราแต่ไม่นานผู้หญิงก็มาอยู่กะหลานเราอีก
จนมาเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสกลับไปทำบุญให้ยายเราที่เสียชีวิตไปเมื่อ3ปีก่อน

ยังพักผ่อนไม่ถึงอาทิตย์หลานชายก็มาเร่งรัดบอกว่าน้ารีบไปพูดเลย พ่อแม่แฟนเขารอ
เราก็บอกไปว่าจะรีบพูดไปทำไม เรายังไม่พร้อมอะไรเลยนะ หลายชายก็บอก เออน่า...ไปพูดๆใว้ก่อนก็ยังดี

วันนั้นเลยซ้อนมอไซค์หลานและพี่สาวเราไปกันสามคน
พอไปถึงก็เปิดฉากพูดว่าจะให้ทำไงบ้าง พ่อแม่ฝ่ายหญิงเขาก็บอกไม่ต้องมีพิธีอะไรมาก แค่ผูกข้อไม้ข้อมือ เชิญญาติไม่กี่คนมาก็พอ

ก่อนหน้านั้นหลานชายเคยบอกใว้ว่าพ่อแม่เขาเรียกสินสอด5หมื่น แต่ถ้าทำพิธีเสร็จเขาก็จะยกเงินนั้นคืนเราเขาไม่เอาหรอก(หลานชายบอก)
คล้ายกับว่าแต่งเอาหน้าเฉยๆ เราเลยบอกไปว่างั้นเป็นสิ้นปีนี้ขอเวลาหาเงินก่อน..

เราเชื่อมั่นและมั่นใจมากเพราะตอนนั้นฐานะการเงินเราเริ่มดีเพราะได้งานดูแลคนแก่ เราถึงกล้าตกลงรับปากเขาไปว่าสิ้นปีมีให้แน่
ปรากฎว่าพอเรากลับจากเมืองไทยคนแก่ที่เราดูแลอยู่ถึงแก่กรรม คราวนี้เงินก็ไม่พอใช้ เพราะจริงๆแล้วเราก็มีลูกชายที่เราต้องส่งเสียเขาเรียน

อยู่ที่เมืองไทยด้วยอีกคน มาถึงเมื่อวานพี่สาวโทรมาบอกว่าลูกชายฝากมาถามว่าจะสิ้นปีแล้วนะเรื่องที่ไปตกลงพ่อแม่แฟนหลานใว้น่ะจะว่าไง
เราเลยเสียงดังไปว่า ก็เห็นๆอยู่ว่าตอนนี้ฐานะเป็นไงพี่ก็อธิบายลูกไปสิว่าจะไปหาเงินที่ไหน

เราก็มีหนี้อยู่อีกหลายแสน ที่ตกลงใว้น่ะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
พี่สาวบอกตอนนี้หลานชายไปขับวินมอไซค์ ได้เงินมาเหลือใช้แล้วก็ประมาณวันละ300บาท

เราเลยบอกไปว่าน้าช่วยได้2หมื่นอีก3หมื่นไปหากู้ใครเอาเอง พี่สาวบอกหลานบอกให้เราหากู้ใครก็ได้เดี๋ยวเขาจะใช้หนี้แทนเอง
เราโมโหมาก ต่อว่าไปอีกว่าปีหน้ามันจะไปเป็นทหารแล้ว( เห็นว่าไปสมัครใว้แล้วเพราะปีนี้ไม่ได้ไปรายงานตัว )

พอเป็นทหารแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้เขาไม่เป็นเราหรอที่ต้องมานั่งใช้หนี้(พูดแล้วโมโหมาก)
เราเลยไม่พูดต่อ บอกว่าไปแก้ปัญหากันเอาเอง

เราก็ไม่เข้าใจเด็กเพิ่งจะรู้จักกันมาเร่งรัดให้แต่งโดยที่ผู้ชายคือหลานเรายังไม่มีไรเป็นหลักแหล่ง เหมือนที่เราเกริ่นข้างต้น
เออ..ตอนท้ายพี่สาวเราบอก ลูกชายไปถามแฟนเขาแล้วเรื่องเงินว่าถ้ากู้ใครมาได้พอแต่งเสร็จจะคืนให้หมดมั้ย

แฟนเขาบอกเขาไม่คืนหรอกจะเอาเงินไปดาวน์รถมาขับ   อืมมมมมมมมม..

สุดท้ายนี้เราต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเราเรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยประติดประต่อ
เพราะเราเครียดมาก อยากถามทุกท่านที่เข้ามาอ่านเราควรทำยังไง???

ยอมรับว่าผิดเองตอนนั้นไปรับปากเขาไวไปว่าเป็นสิ้นปีนี้ ..อีกใจนึกโมโหลานชายมากที่มาเร่งเร้าให้เราไปช่วยพูด
หลานอ้างว่าเราอยู่เมืองนอกภาษีดีกว่า(ดูๆมันพูด) ที่ไปเพราะรำคาญมารบเร้า พี่สาวก็รบเร้า ไหนๆก็มาแล้วก็ช่วยไปคุยหน่อย

ตกกระไดพลอยโจนเลยทีนี้  แล้วจะทำไงล่ะทีนี้    (หลานชายเคยบอกว่าถ้าผลัดอีกเขาจะไม่ให้ลูกสาวเขามาอยู่ด้วย)
อีกไม่กี่เดือนจะสิ้นปีแล้ว เงินเก็บบาทเดียวเรายังไม่มี เพราะต้องส่งหนี้เขาเป็นเวลา3ปี

มาเจอหลานเร่งแบบนี้แทบไม่อยากโทรกลับไปหาพี่สาวเลย T_T  
รบกวนใครมีทางออกที่ดี ช่วยชี้แนะเราด้วยนะคะ เผื่อเป็นทางออกที่ดีให้กับเรา

ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่