เรื่องเล่ากับวันครบรอบ 1 ปี ที่บริษัทเก่าไม่จ่ายค่าตอบแทน วงการหรือคนมันแย่นะ

วันนี้เข้ามาอ่านกระทู้ในพันทิพย์ไปเรื่อยๆ จนมาเจอหัวข้อเกี่ยวกับงานขายที่พนังงานโดนบรษัทไม่จ่ายเงินเดือน เลยทำให้นึกถึงเรื่องของตัวเองซึ่งก็เป็นเรื่องบังเอิญที่เป็นวันนี้ครบรอบ 1 ปี ที่ผมเปลี่ยนงานใหม่และยังไม่ได้ค่าคอมมิทชั่นจากบริษัทเก่า (แต่ก็ยังรอ ถ้าใครบังเอิญเข้ามาอ่านแล้วสนิทกับเค้าฝากบอกด้วย) ก็เลยขอระบายซะเลย เพื่อนที่ได้อ่านแล้วทำงานในสายนี้จะได้ระวังกันหน่อย
วันที่ 10 สิงหาคม 2555 เป็นปีที่ผมลาออกจากบริษัทเก่า ที่ผมผูกผันมาก
วันที่ 10 สิงหาคม 2556 ผมได้กลับมาโดยมีจุดยืนเล็กๆ ในธุรกิจแบบเดิม ที่ทำให้ทีมงานของบริษัทเก่าคอยระวังตัวกันแจ
ผมทำงานอยู่ในสายงานขายเป็นธุรกิจประเภทอุปกรณ์ IT ที่หลายคนใช้กันเป็นประจำจนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ผมเริ่มงานกับสินค้า Brand นี้โดยมี ผจก.ประจำประเทศไทย (หัวหน้าเก่าของผม) เป็นคนชวนมาทำงานเตำแหน่งเซล์ดูแลร้านค้าของ Brand เก่านั้น

*ธุรกิจประเภทอุปกรณ์ไอทีส่วมมากเป็นบริษัทข้ามชาติ เวลาต้องการทำตลาดในแต่ละประเทศ HQจะใช้วิธีจ้างคนในประเทศไว้ดูแล ตำแหน่งประมาณ "ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทย" โดยในวงการจะเรียกกันว่า "Vender" ประจำ Brand ที่รับผิดชอบ  แต่จะจ้างคนแค่ไม่กี่คนแต่ให้ดูแลทั้งประเทศ...ทั้งงานขายและการตลาด OH MY GOD (มันเหนื่อยนะ กว่าสินค้าจะถึงร้านค้า) งานที่เหลือเช่น HR ก็จะใช้ Agency เข้ามาดูแลโดยรายงานตรงกับบริษัทแม่ที่อยู่ต่างประเทศ
**Brand IT ที่เข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ส่วนมากจะไม่เปิดในรูปของบริษัท เพราะถ้าเกิดกรณีทำตลาดแล้วแป๊ก Brand ก็หนีหายเข้ากลีบเมฆ ลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปก็หมดประกันโดยทันที เพราะไม่มีที่ซ่อมหรือเปลี่ยนให้ เหลือแค่หน้าร้านที่ซื้อมาต้องรับผิดชอบ

หัวหน้าเก่าอธิบายว่า "การจ้างทำงานของ Brand IT อุปกรณ์คอมฯ ดังระดับโลก เป็นแบบเซ็นสัญญาปีต่อปี ซึ่งมี HR agency ดูแลแทนบริษัทแม่ โดยชื่อของผมจะเป็นพนักงานของ Agency แต่การทำงานคือดูแล Brandดัง เท่านั้เนไม่ต้องไปทำอะไรกับ Agency แค่ส่งเอกสารค่าใช้จ่ายเพิ่อเคลมเงินเท่านั้น" อย่าว่าแต่คุณงงเลย ผมฟังเองยังงงเลย ผมสรุปง่ายๆ ว่า ผมทำงานกับ Brand IT Full time ส่วน agency มีหน้าที่โอนเงินเดือน หักภาษี และยี่นภาษีให้ครับ (ซึ่ง agency นี้ก็ big name เหมือนกัน)
ผมก็คิดหนัก เพราะความมั่นคงในอาชีพมันน้อยซะเหลือเกิน เซ็นปีต่อปี สวัสดิการมีค่าน้ำมัน, โทรศัพท์และประกันสุขภาพ ส่วนรายได้ก็มีจากเงินเดือนและค่าคอมมิชั่นผูกับอยู่กับยอดขายเป็นรายไตรมาส (ก้อนนี่แหละ ที่ยังรอ) สุดท้ายก็ตอบตกลงเข้าทำงาน...ผมเรียนรู้ทุกอย่าง สนุกกับงาน ทำทุกอย่างที่เห็นว่าเป็นงาน ยอดขายดีมากเป้าได้ค่าคอมฯ มาโดยตลอด ทำอยู่กับ Brand นี้ได้ 2 ปี  
หัวหน้าเก่าของผมเค้าก็เปลี่ยนงานไปทำงานกับสินค้าประเภทอื่น ฺBrand จึงต้องหาคนมาแทน ดังนั้นผมและเพื่อนเซล์ต้องทำงานแบบที่ไม่มีหัวหน้าและขึ้นตรงกับเจ้านาย(อดีต)จาก HQ ที่อยู๋ต่างประเทศ อะไรก็วุ่นไปหมด เพราะ Brand ดังหาคนไม่ได้ซะที ผมต้องทำอย่างนี้เป็นเวลา 4 เดือน ผมก็ดีถือว่าได้เรียนรู้งานทั้งระบบ ทำทั้ง 2 ตำแหน่งเซลและ(ตัวแทน)ผจก.โดยงานหลักที่รับผิดชอบก็สามารถทำได้ถึงเป้าและงานของ ผจก. ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ซึ่งจากกรณีที่หัวหน้าเก่าผมเปลี่ยนงาน คนของ HQ ต้องมาประสานงานด้าน HR กับ Agency เอง คราวนี้แหละที่เริ่มมีปัญหา เริ่มจากเงินเข้าไม่ตรงวัน มนุษย์เงินดือนคงเข้าใจว่ามันแปล๊บ...บ แค่ไหนเวลาไปกดตู้ตอนเช้าแล้วยอดเงินมีไม่ถึงเลข 3 หลัก (ไม่นับทศนิยมนะครับ)
แต่ที่หนักสุดคือค่าคอมฯ ไม่สามารถจ่ายได้ เนื่องจากต้องสรุปผลจากยอดขายของเซลแต่ละคน ซึ่งผมทำได้ 100% ตลอดทุกไตรมาส แต่ยังไม่สามารถจ่ายให้กับผมได้เพราะไม่มี ผจก. ประจำเทศไทยมาตรวจสอบและเซ็นอนุมัติ  (คำตอบจาก agency) ซึ่งผมก็ทำข้อมูลส่งให้แล้ว เอกสารที่ใช้ตรวจสอบทั้งหมดก็ส่งให้แล้ว ผมคอยตามเรื่องนี้จากทั้ง HQ และ HR agency มาโดยตลอด ทั้งโทรไป ส่ง Email ตามเพิ่อเก็บเป็นหลักฐาน จนผ่านล่วงเลยมาถึง 6 เดือน รวมศิริแล้ว Brand ระดับโลกยังไม่จ่ายค่าคอมฯ ของผมให้ผม 2 งวด  

***ที่หนักกว่านึ้นคือค้างค่า Support ที่ต้องจ่ายให้กับร้านค้าต่างๆ ล่าช้ากว่าจ่ายให้ผมเป็นปี (โถ่ Brand ดังระดับโลกขนาดนี้ไม่น่าทำกันเลย)

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อดีตจ้านาย (คนละคนกับหัวหน้าเก่าของผม) จาก HQ ต้องบินมาไทยเพื่อประชุมกับตัวแทนนำเข้า ผมก็คุยเรื่องนี้ เค้าก็รับปากว่าจะดูให้ (แสดงว่าที่ผ่านมา 6 เดือน ที่ผมสปีคภาษาอังกฤษทวงเงิน นี่ไม่รู้เรื่องเรอหรือพี่ไม่ว่างจิงๆ) จนในที่สุดทาง HQ  ก็แจ้งว่าจะจ่ายให้ผม 1 งวดก่อน ตอนสิ้นเดือนกรกฎาคม 2555 (ซึ่งเป็นเดือนที่หมดสัญญาจ้างงานและต้องเซ็นต์ฉบับใหม่กับทาง Agencyพอดี)
แต่ผมไม่ไหวจริงๆ นอกจากการทำงานควบ 2 ตำแหน่ง ยอดขายถึงเป้าตลอด ไม่มีอะไรพิเศษให้ไม่ว่าแต่ยังมาจ่ายล่าช้า ทาง Agency แจ้งว่าค่าคอมฯอีก 1 งวด จะจ่ายสิ้นเดือนสิงหา 2555 โดยให้ ผจก.คนใหม่เข้ามาตรวจสอบและเซ็นต์อนุมัติอีกครั้ง (อัย...ยะ ตรวจสอบอีก คงอีกนานเป็นแน่ เพราะขนาด(อดีต)เจ้านายจาก HQ เป็นคนเซ็นต์อนุมัติโดยตรง ยังจ่ายล่าช้าขนาดนี้)
จึงเกิดคำถามว่าทำไมไม่จ่ายให้ครบทั้ง 2 งวด ในเดือนกรกฎาคม 2555 นี้เลยละ เพราะนี่ก็ค้างมา 7 เดือนแล้วนะ ยีงจะขอจ่ายสิ้นเดือนสิงหาคม 2555 อีก

โดยส่วนตัวผมก็มีหลาย Brand ที่เรียกเข้าไปคุยเพื่อชวนไปทำงานอยู่เรื่อยๆ แต่ยีงไม่ได้มีแนวความคิดที่จะเปลี่ยนงาน แต่พอรู้ว่าจ่ายช้าอีกแล้ว และได้มีข่าวว่าเกี่ยวกับประวัติการทำงานของว่าที่ ผจก. คนใหม่ ผมก็เลยติดสินใจว่าหางานใหม่เหอะ ดีกว่ารอ รอ รอ โดยที่ยังไม่รู้ว่า เมื่อไหร่...และจะทำงานร่วมกันได้หรือปล่าว
พอตัดสินใจได้ไม่กี่วัน ทาง Agency ของ Brand ดังระดับโลก ก็แจ้งว่าจะได้ ผจก.คนใหม่มาเริ่มงานในเดือนสิงหาคม 2555 นี้แล้ว พอฟังเสร็จผมก็เลยถามกลับเรื่องการแจ้งลาออกต้องทำไงบ้าง เค้าบอกต้องเซ็นต์่แบบฟอร์มลาออกล่วงหน้า 30 วัน ผมก็ขอให้ส่งมาก่อนแล้วค่อยแจ้งลากออกและยื่นเอกสารกับทาง HQ โดยกะว่าต้องคุยเรื่องค่าคอมงวดสุดท้ายที่ยังค้างให้เคลียคอนเฟริมกันแน่นอนก่อนลาออก
ซึ่งเมื่อคุยกับทาง HQ เค้าก็บอกว่าจะจ่ายชัวร์ ไม่มีปัญหา แล้วพอถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 ก่อนที่ ผจก.คนใหม่จะเริ่มงานในวันที่  1 สิงหาคม 2555 ผมส่งจดหมายลาออกเลยกับทาง HQ โดยตรง เพราะต้องการให้ Brand รู้ว่าที่ผมลาออกเพราะปัญหาของการบริหารงาน ไม่ได้เกิดจากกรณีผมมีปัญหากับ ผจก. คนใหม่ แล้วลาออก (ดูเป็นคนดี กลัวชื่อเสียงคนอื่นจะเสียหาย)
แต่สิ่งที่แสบที่สุดคือ (อดีต) ผจก.คนใหม่ ที่เข้ามาเริ่มงานวันที่ 2 สิงหาคม สิ่งที่ทำคือเรียกผมมาคุยโดยมีคำสั่งจาก HQ ทำยังไงก็ได้ให้ผมอยู่ต่อ แต่พอได้เริ่มคุยผมก็สังเกตเห็นหลายๆ อย่างที่ผมมองว่า คงทำงานร่วมกันยากแน่ๆ จึงตอบปฏิเสธแบบตัดบทในหลายครั้งเพราะเกรงใจเค้า (คุณลองคิดว่าเจอหน้ากันครั้งแรก ยังไม่รู้จักอะไรกันเลย แต่ต้องมาง้อมาขอร้อง.... มันลำบากใจจริงไหมครับ ยิ่งเวลาเฟคอยากให้อยู่ต่อนะ...)
หลังจากนั้น ผจก.ใหม่ ก็ต้องบินไปอบรมเบื้องต้นที่ ตปท. เป็นเวลา 1 สัปาดาห์
หลังจากยี่นใบลาออกผมยังทำงานปกติ ไม่ได้บอกกับร้านค้าที่ผมดูแลว่าลาออกแล้ว จนมาถึงวันที่ 9 ขณะที่เธออบรมอยู๋ที่ ตปท ผจก.ใหม่ ก็โทรหาผมแจ้งผมว่าใบลาออกให้มีผลวันนี้เลยนะ...ผมงง...เอ้ยถึงผมลาออก ผมก็ทำงานทุกวันนะ ไม่ได้อู้เลย (แถมยอดที่ทำไว้ในไตรมาสนั้นดีมาก) ผมก็ถามย้ำ ผจก.ใหม่ก็ตอบว่ามีผลทันทีเลย และก่อนวางผมก็ถามถึงค่าคอมฯ ที่ยังค้างผม 1 งวดและสัญญาว่าจะจ่ายสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ผจก.ใหม่ก็ตอบไม่มีปัญหา (น้ำเสียง...มั่นใจ...ไม่แคร์) ผมก็ปฎิบัติตามคำสั่งสุดท้ายของ ผจก.ใหม่ คือหยุดงานทันที 555 คงคิดว่าสบาย แต่ปล่าวเลย Brand ดังๆ ก็ปฏิเสธเค้าไปแล้ว เหลือแค่ Brand IT น้องใหม่ที่ยังไม่ได้จำหน่ายในประเทศไทยเลย และเค้าก็ยังไม่ตอบตกลงด้วย อุ..เม่ คราวนี้เลยต้องเป็นฝ่ายไปของานเค้าเอง ซึ่งทาง Brand ก็ให้โอกาสผมและก็ทำมาจนถึงวันนี้ครับ...ขอบคุณจริง

ส่วนเรื่องค่าคอมฯ ก็เป็นอย่างที่คิด Brand ดังไม่ยอมจ่ายค่าคอมที่ค้างของผม โดยมีเหตุผลที่ตอบมาไม่ซ้ำกันตลอด 6 เดือนแรกที่ทวง ทั้ง ผจก.คนใหม่ของ Brand ดังและ HR Agency ตอบกันไปเรื่อยเปื่อย ผมร็ว่าคุณผจก.คนใหม่รวยมากค่าคอมฯของผมคุณอาจมองว่ามันน้อยนิด แต่เงินเกือบแสนสำหรับผมมันเยอะมากนะครับ ผมทำงานให้เต็มที่ก็ควรได้ค่าตอบแทน ในส่วนของผมนี่ครับ
ที่ร้ายยิ่งกว่านั้น (มารู้ภายหลัง) เค้ามีการส่งจม.เวียนให้กับร้านค้าที่ผมดูแลว่าผมมีปัญหากับบริษัทถึงโดนไล่ออก (กรูยื่นใบลาออกนะ) ฺBrand ที่ผมไปดูแลเป็นของลอกเลียนแบบ Brand ดังของเค้า (กรูอยู่มาก่อนป่าวแว๊ะ) อยากให้ร้านค้าอย่าไปตอบรับสินค้า อุย... ยังมีอีกเพียบสาระพัดที่ทีมงาน Brand ดังจะทำได้

ไม่ต้องกังวล ผมไม่มีแนวความคิดที่ต้องการทำลาย ชื่อเสียงหรือต่อว่าใคร ทั้ง Brand IT ชื่อดัง (เพราะผมทำมา 2 ปี บ่งตงรักฺนะ) หรือทีมงานนางฟ้าชั้นเทพของ Brand ดัง

1. เพียงแต่สงสัยว่าผมสามารถเรียกร้องผลประโยชน์ตามสิทธิที่พึ่งมีพึ่งได้ของผม ได้หรือไม่?
2. คุณสัญญาว่าจะจ่ายแต่ไม่จ่าย ผมเก็บหลักฐานทั้งหมดที่ติดต่อ ทวงถาม E-mail, คำพูดที่คุยกันในแอพ Line, Watapps และยังมีหน้าไปใส่ความเรื่องเกี่ยวกับให้คนอื่นฟัง อย่างนี้เรียกว่าจรรยาบรรณหรือ??
3. การทำธุรกิจเหมือนกัน คือคู่แข่งกัน ไม่ใช่ศัตรู ผมเป็นคนน้อบน้อมเจอใครก็ไหว้ แต่เจอกรณียกมือไหว้แล้วเดินหนีแล้วคุณเดินหนี ผมถึงต้องมาพิจารณาว่าการไหว้ของผม อาจทำให้คุณรำคาญในสายตามากเกินไปหรือปล่าว???
4.วงการ IT เป็นอีกหนึ่งวงการที่มีเม็ดเงินในการลงทุนสูง มีรายได้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่าหลายๆธุรกิจ ดีที่ผมมีคนเตือนให้รู้จักเก็บเงินเพราะวงการนี้เค้าใช้วิธีแบบกัน เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของบริษัท (นี่ขนาด ฺBrand อุปกรณ์ IT ยักษ์ใหญ่แล้วยังใช้วิธีนี้เลย) ผมไม่รู้คุณพยายามไฟต์เพื่อจ่ายค่าคอมฯให้ผมหรือไม่ในช่วงที่ผมลาออกมาแรกๆ ถ้าทำแล้วทาง ฺBrand ไม่อนุมัติ ก็ถือซะว่าทำให้คุณทำเต็มที่แล้ว ก็ขอบคุณอย่างมากมากครับ อย่างนี้มันเป็นที่วงการนี้มันแย่ แต่ถ้าคุณเป็นคนสั่งระงับเพราะเหตุผลอะไรก็ตามที่คุณคิดเอง (ซึ่งผมยังไม่เคยไปทำอะไรกับคุณหรือกับ Brand เก่าผมเลย) ขอให้คุณรู้ไว้ว่าผมอโหสิกรรมให้ ขออย่าได้จองเวรจองกรรมอะไรต่อกันอีกเลย .....

ปล. ถ้าอยากจ่ายค่าคอมฯ ที่ยังค้างอยู่ 1 ปีกับอีก 2 เดือน เมื่อไร่ก็ยินดีรับนะครับ
ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่