นายกฯนกแก้วยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากที่ก่อนหน้านี้สีหน้าเคร่งเครียดกลับออกอาการกระดี๋กระด๋าเหมือนสะใจและเริงร่าทันทีหลังจากที่พลังประชาชนภายใต้การนำของกลุ่มส.ส.พรรคประชาธิปัตย์สลายตัวไม่สามารถฝ่าด่านสกัดของกองทัพตำรวจไปยังหน้ารัฐสภาเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดงได้สำเร็จ ขณะที่ ส.ส.เสื้อแดงและแกนนำเสื้อแดงต่างเหิมเกริมแสดงอำนาจบาตรใหญ่และพฤติกรรมถ่อยดิบเถื่อนเมินกระแสต้านของพลังประชาชนราวกับประเทศอยู่ใต้อุ้งเท้าระบอบทักษิณแล้วอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว
พฤติกรรมถ่อยดิบเถื่อนของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.เสื้อแดงพรรคเพื่อไทยจากจ.สุรินทร์ ที่ถอดรองเท้าชูกลางสภาเพื่อเยาะเย้ยฝ่ายค้านถือเป็นพฤติกรรมถ่อยดิบเถื่อนของผู้แทนราษฏรเท่าที่เคยมีมา และสะท้อนให้เห็นถึงธาตุแท้สันดานของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเพราะส.ส.เป็นอย่างไรพรรคและรัฐบาลที่ส.ส.คนนั้นสังกัดก็เป็นอย่างนั้น
ส่วน นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำเสื้อแดง และผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง วางก้ามแสดงความเหิมเกริมด้วยการแต่งชุดตำรวจปราบจลาจลแต่ไม่ติดยศเดินกร่างในบริเวณรัฐสภา ขณะที่ตำรวจใหญ่ออกมาปกป้องอ้างว่า นายขวัญชัย เป็นอาสาสมัครทำงานช่วยตำรวจ
การที่รัฐตำรวจอนุญาตให้แกนนำเสื้อแดงตัวเอ้ซึ่งเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาประเทศแต่งชุดตำรวจเที่ยวเดินเพ่นพ่านกร่างทำตัวดุจเจ้าหน้าที่กร่างแบบนี้มันสะท้อนให้เห็นความเป็นรัฐตำรวจมะเขือเทศที่กลืนเป็นเนื้อเดียวกับแก๊งเสื้อแดงชัดเจนมากยิ่งขึ้น และถือเป็นภัยอันตรายต่อความมั่นคงของชาติหากหากตำรวจเป็นพวกเดียวกับโจร
การที่รัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์แสดงความผยองลิงโลดจากการที่พลังประชาชนยังไม่สามารถทำสงครามแตกหักในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แล้วทึกทักว่านั่นคือชัยชนะและความแข็งแกร่งของฝ่ายรัฐบาลเหนือพลังประชาชน โดยมีกองทัพตำรวจและกองกำลังถ่อยดิบเถื่อนเป็นเครื่องมือก็ขอให้คิดอย่างนี้และผยองต่อไป
เพราะความจริงแล้วแค่ศึกยกแรกไม่ได้บ่งชี้อะไรทั้งสิ้น เพราะก่อนหน้าที่บรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์นำพลังประชาชนเดินขบวนไปยังรัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หนึ่งในแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ประกาศแผนขั้นตอนการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนว่า หากประชาชนเคลื่อนขบวนไปถึงแนวเขตห้ามเข้าพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงที่กำลังตำรวจตั้งกำแพงสกัดอยู่ก็จะมีการเจรจากับผู้บังคับบัญชาของตำรวจเพื่อขอให้ประชาชนไปส่งส.ส.ที่หน้ารัฐสภาจากนั้นประชาชนก็สลายตัว แต่หากการเจรจาไม่เป็นผลขอให้ประชาชนสลายตัว ณ แนวกัดของกำลังตำรวจเพื่อสร้างแบบอย่างการแสดงพลังของประชาชนที่ดีอยู่ภายใต้กรอบของฏหมาย ไม่ใช่ม็อบถ่อยดิบเถื่อนก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเหมือนม็อบเสื้อแดง
การที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนดเกมการเคลื่อนไหวแบบไม่แตกหักในครั้งเดียวคาดว่าด้านหนึ่งก็เพื่อรักษาความชอบธรรมและมีเป้าหมายเพียงต้องการทดลองเป่านกหวีดซ้อมใหญ่มวลชนก่อนทำสงครามแตกหัก อีกด้านหนึ่งสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอเพราะร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพิ่งพิจารณาในวาระแรก
เพราะฉะนั้นรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณอย่าเพิ่งผยองลำพองเกินกว่าเหตุเพราะสงครามประชาชนเพิ่งเริ่มต้นตราบใดที่รัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณยังลุแก่อำนาจใช้พวกมากลากไป
สงครามไม่มีทางยุติมีแต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นไว้รอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านวาระ 3 เมื่อไหร่นั่นแหละอาจได้เห็นการเป่านกหวีดของจริงระดมพลังประชาชนครั้งใหญ่เพื่อทำสงครามขั้นแตกหัก
ที่มา:
http://www.naewna.com/creative/63516
รัฐบาลเสื้อแดงผยองครองเมือง ทั้งๆที่สงครามพึ่งจะเริ่มต้น!
พฤติกรรมถ่อยดิบเถื่อนของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.เสื้อแดงพรรคเพื่อไทยจากจ.สุรินทร์ ที่ถอดรองเท้าชูกลางสภาเพื่อเยาะเย้ยฝ่ายค้านถือเป็นพฤติกรรมถ่อยดิบเถื่อนของผู้แทนราษฏรเท่าที่เคยมีมา และสะท้อนให้เห็นถึงธาตุแท้สันดานของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเพราะส.ส.เป็นอย่างไรพรรคและรัฐบาลที่ส.ส.คนนั้นสังกัดก็เป็นอย่างนั้น
ส่วน นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำเสื้อแดง และผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง วางก้ามแสดงความเหิมเกริมด้วยการแต่งชุดตำรวจปราบจลาจลแต่ไม่ติดยศเดินกร่างในบริเวณรัฐสภา ขณะที่ตำรวจใหญ่ออกมาปกป้องอ้างว่า นายขวัญชัย เป็นอาสาสมัครทำงานช่วยตำรวจ
การที่รัฐตำรวจอนุญาตให้แกนนำเสื้อแดงตัวเอ้ซึ่งเป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาประเทศแต่งชุดตำรวจเที่ยวเดินเพ่นพ่านกร่างทำตัวดุจเจ้าหน้าที่กร่างแบบนี้มันสะท้อนให้เห็นความเป็นรัฐตำรวจมะเขือเทศที่กลืนเป็นเนื้อเดียวกับแก๊งเสื้อแดงชัดเจนมากยิ่งขึ้น และถือเป็นภัยอันตรายต่อความมั่นคงของชาติหากหากตำรวจเป็นพวกเดียวกับโจร
การที่รัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์แสดงความผยองลิงโลดจากการที่พลังประชาชนยังไม่สามารถทำสงครามแตกหักในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา แล้วทึกทักว่านั่นคือชัยชนะและความแข็งแกร่งของฝ่ายรัฐบาลเหนือพลังประชาชน โดยมีกองทัพตำรวจและกองกำลังถ่อยดิบเถื่อนเป็นเครื่องมือก็ขอให้คิดอย่างนี้และผยองต่อไป
เพราะความจริงแล้วแค่ศึกยกแรกไม่ได้บ่งชี้อะไรทั้งสิ้น เพราะก่อนหน้าที่บรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์นำพลังประชาชนเดินขบวนไปยังรัฐสภา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ หนึ่งในแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ประกาศแผนขั้นตอนการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนว่า หากประชาชนเคลื่อนขบวนไปถึงแนวเขตห้ามเข้าพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงที่กำลังตำรวจตั้งกำแพงสกัดอยู่ก็จะมีการเจรจากับผู้บังคับบัญชาของตำรวจเพื่อขอให้ประชาชนไปส่งส.ส.ที่หน้ารัฐสภาจากนั้นประชาชนก็สลายตัว แต่หากการเจรจาไม่เป็นผลขอให้ประชาชนสลายตัว ณ แนวกัดของกำลังตำรวจเพื่อสร้างแบบอย่างการแสดงพลังของประชาชนที่ดีอยู่ภายใต้กรอบของฏหมาย ไม่ใช่ม็อบถ่อยดิบเถื่อนก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองเหมือนม็อบเสื้อแดง
การที่พรรคประชาธิปัตย์กำหนดเกมการเคลื่อนไหวแบบไม่แตกหักในครั้งเดียวคาดว่าด้านหนึ่งก็เพื่อรักษาความชอบธรรมและมีเป้าหมายเพียงต้องการทดลองเป่านกหวีดซ้อมใหญ่มวลชนก่อนทำสงครามแตกหัก อีกด้านหนึ่งสถานการณ์ยังไม่สุกงอมเพียงพอเพราะร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพิ่งพิจารณาในวาระแรก
เพราะฉะนั้นรัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณอย่าเพิ่งผยองลำพองเกินกว่าเหตุเพราะสงครามประชาชนเพิ่งเริ่มต้นตราบใดที่รัฐบาลหุ่นเชิดระบอบทักษิณยังลุแก่อำนาจใช้พวกมากลากไป
สงครามไม่มีทางยุติมีแต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นไว้รอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านวาระ 3 เมื่อไหร่นั่นแหละอาจได้เห็นการเป่านกหวีดของจริงระดมพลังประชาชนครั้งใหญ่เพื่อทำสงครามขั้นแตกหัก
ที่มา:http://www.naewna.com/creative/63516