เรื่องของดิฉันโดยย่อ คือเมื่อกลางปีที่แล้วคือปี2555 ดิฉันตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ด้วยความรู้สึกว่าหน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า ทำดียังไงเจ้านายไม่เห็น ในขณะนั้นดิฉันมีลูก อายุ3 ขวบกับ 1.5 แต่ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคุณแม่ คือยายของเด็กเป็นคนดูแล ดิฉันคิดการใหญ่เกินตัว อาจไปอ่านข้อความปลุกใจ ว่าคนรวยต้องคิดการใหญ่ ดิฉันกู้เงินธนาคารมาทำธุรกิจ ที่ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อนเลย ทำธุรกิจขายเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่ม เมื่อคิดใหญ่ก็คิดทำขายส่งดีกว่า เมื่อจะทำขายส่งก็ควรต้องมีโรงไว้เก็บของ ก็ลงทุนสร้างโรงเก็บของ แต่ด้วยความอ่อน เจอช่างเบิกเงินเยอะ เพราะบอกจะไปเคลียร์งานเก่า เราไม่คิดว่าเขาไม่ซื่อ เลยให้ไป ปรากฏ ช่างหนีงาน ต้องงานช่างใหม่ ด้วยความคิดใหญ่ จริงๆเงินหมดแล้ว แต่อยากให้มันเสร็จ เลยใช้วิธีกดบัตรเครดิตมาทำ คิดว่าน่าจะทยอยผ่อนไหว แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างคิดเลย งบก่อสร้างบานปลายอีก และที่นึกว่าธุรกิจจะดีพอ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น แม้จะขายถูกกว่าเขา แต่ก็ไม่ถูกขนาดที่จะเพิ่มยอดขายให้เร็วได้ เงินที่นำมาลงทุนในของถูกผันไปจ่ายค่าหนี้สิน จ่ายค่าใช้จ่ายในครอบครัว จนสุดท้ายเห็นแววไม่ดี เลยหางานทำ ใหม่ ให้แฟนกลับไปขับแท็กซี่เหมือนเดิม ในช่วงนี่เองที่พบว่าแม่เริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์ แต่กลุ่มที่แม่เป็นอาการทรุดเร็วมาก ตรวจเจอได้สักพัก แกทรุดไวมาก ในเรื่องของสมองและความจำ ณ ปัจจุบัน ถ้าใครไม่ทราบว่าแกเป็นอัลไซเมอร์ แกจะเหมิอนคนสติไม่ดี พูดถึงแต่บ้านเก่า พูดถึงแต่นทึ่ตายไปแล้ว แต่ยังจำลูกหลานได้อยู่ ที่นี้พอเรากับแฟนมาทำงาน แม่ดูเด็กไม่ได้ ชีวิตวนมาถึงว่าจะเอายังไง แม่ก็ไม่มีคนดู ครอบครัวก็มีภาระหนัก เด็กก็ไม่มีคนเลี้ยง ชีวิตตอนนี้ตกสุดๆเลย ครอบครัวแทบไม่รอยยิ้ม แฟนอยากให้ออกจากงานมาดูลูก ดูแม่เอง แล้วก็ทยอยผ่อนหนี้ตัวหลัก ก่อน ส่วนบัตรเครดิต ค่อยๆทยอยเอา ใจจริงดิฉันไม่ได้อยากทำงานประจำแล้ว ประกอบกับตอนนี้ ทำงานด้วยความกังวลว่าแม่เป็นยังไง แกอยู่บ้านคนเดียว ส่วนลูกกลับบ้านมาจะมีใครคอยรับไหม ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะว่า ดิฉันควรเดินทางไหนดี มีใครมีธุรกิจอะไรแนะนำไหมคะ ที่ได้ ซักเดือนละ 3-4หมื่น กำไรวันละ1.5-2พัน ขอคำแนะนำด้วยคะ
ทางเลือก