อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย ไม่ใช่ของกองทัพหรือของอำมาตย์
การทำรัฐประหารปล้นชาติไทยล้มล้างการปกครองยึดอำนาจนายกรัฐมนตรี
ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยฉันทามติของประชาชนตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย
ฉีกรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศถือเป็น กบฎ
ยึดอำนาจเขามา หลอกให้เขารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับโจรเขียน รับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง (แล้วแก้ได้ไหม แก้ได้แต่ไอ้มาร์ค)
พอมีการเลือกตั้งภายในกฎอัยการศึกหลายจังหวัด มีนายทหารจัดขนมจีนแกงไก่ให้ พรรคกวนเมืองเก่าแก่ก็ไม่วายแพ้เลือกตั้ง
ออกมาให้การสนับสนุนพันธมิตรทั้งทางตรงทางอ้อมออกมายึดทำเนียบ ปิดสนามบิน บุกNBT ปิดล้อมรัฐสภา
แล้วมีการตัดสินกันแบบสุกเอาเผากิน สถานการณ์พาไป จนไอ้ห้อยกอดกับไอ้มาร์ค จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
ปากอ้างว่ามาตามระบอบสภา ตกลงมันมีความชอบธรรมตรงไหน ในวิธีการที่กว่าจะได้มา (มันก็เหมือนม็อบล้มรัฐบาล)
พอประชาชนเจ้าของอำนาจที่ถูกบิดเบือนมาทวงคืนเรียกร้องให้ยุบสภา ผลที่ตามมาคือ (ดูภาพประกอบ)
ส่วนกระบวนการตรวจสอบด้วยการยึดอำนาจด้วยปืน แล้วตั้งคณะที่เป็นปฏิปักษ์เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบเอาผิด
มีแต่ประเทศที่เผด็จการทหารนิยม นักวิชาการเลียท็อปบู๊ต ประชาชนเสพข่าวตื้น ที่คิดว่าไม่มีอะไรผิด
ไม่ได้รู้ห่านรู้เป็ด เป็ดมีพฤติกรรมอย่างไร ไอ้เหน่งมีพฤติกรรมอย่างไร ไอ้หน้าม้ามีพฤติกรรมอย่างไร เป็นต้น
สำหรับประเด็นพรบ.นิรโทษกรรม ผมอยากให้คนทุกสี โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับพันธมิตรดูคลิปนี้

ปัจจุบันนายปรีชา ตรีจรูญ ถูกศาลตัดสินจำคุก 33 ปี (ลดโทษจากจำคุกตลอดชีวิต)
แต่ก่อนคนคนี้คนเสื้อแดงอยากให้ถูกจับมาจำคุก แต่เมื่อเขาถูกจำคุกและมีเรื่องราวของเขาถ่ายทอดผ่านคนเสื้อแดงออกมาเรื่อยๆ
ตัวผมเองยังรู้สึกสงสารและให้อภัยเขาเลย แต่เมื่อผมมาดูคลิปการสนทนาและระหว่างสส.เพื่อไทยและประชาธิปัตย์คลิปข้างล่างนี้จบ
ผมรู้สึกเศร้าใจแทนนายปรีชา พันธมิตรที่ขับรถทับตำรวจและถูกศาลตัดสินจำคุก 33 ปี อย่างจับใจ และรู้สึกเจ็บแค้นใจแทนอย่างบอกไม่ถูก

ใครกันแน่ที่จับประชาชนมาเป็นประกัน ด้วยวาทกรรมหลอกลวงปลิ้นปล้อนที่ว่า พรบ.ฉบับวรชัยช่วยทักษิณ ช่วยแกนนำ เว้นโทษมาร์คและไอ้เทือก
ร่างพรบ.นิรโทษกรรมฉบับวรชัย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หลักการ
ให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ระหว่างวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2554
เหตุผล
เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะที่สร้างความแตกแยกทางความคิดมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้แก่ชาติบ้านเมืองจนปัจจุบัน ด้วยสืบเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองตกอยู่ในความคิดที่ไม่เคารพในระบอบประชาธิปไตย มีการชุมนุมประท้วงรัฐบาลจนนำไปสู้การยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เหตุการณ์นี้สร้างความขัดแย้งทางการเมืองและทางสังคมที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนทำให้เกิดการใช้บังคับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมสร้างความรู้สึกสับสนและไม่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นในทางความคิดทางการเมืองของประชาชนเป็นวงกว้างจึงมีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองของประชาชนจนเกิดการกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองอันนำไปสู่การกล่าวหาและมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก ทำให้ถูกจำกัดเสรีภาพและอิสรภาพในระหว่างการถูกกล่าวหาทางอาญา อันเป็นผลมาจากภาครัฐได้ประกาศและบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและขาดความยืดหยุ่นจนเกินความจำเป็น ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวได้เกิดเป็นปัญหาร้าวลึกลงไปสู้สังคมไทยในทุกระดับและนำมาซึ่งความหวั่นไหวขาดความเชื่อมั่นในการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติสุขของประชาชนทั่วไป ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติทั้งทางด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย
ทั้งนี้ เมื่อได้คำนึงว่าบรรดาการกระทำต่าง ๆ ของประชาชนที่ได้กระทำไปเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดทางการเมืองของประชาชน ซึ่งมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับความขัดแย้งในทางการเมืองอันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนในกรณีดังกล่าวเพื่อเป็นการให้โอกาสแก่ประชาชนซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศและเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทั้งเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยโดยใช้หลักนิติธรรม อันจะเป็นรากฐานที่ดีต่อการลดความขัดแย้ง และสร้างความปรองดองของคนในชาติ โดยต้องคำนึงถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทำที่ประชาชนได้แสดงออกทางการเมืองเพื่อจะทำให้สังคมไทยและประเทศชาติกลับมาสู่ความสงบสุขเรียบร้อยมีความสมัครสมานสามัคคีร่วงแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ..."
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใด ๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง หรือบุคคลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แต่กระทำการนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง โดยการกล่าวด้วยวาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีการใด เพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การป้องกันตน การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการชุมนุม การประท้วงหรือการแสดงออกด้วยวิธีการใด ๆ อันอาจเป็นการกระทบต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ไม่เป็นความผิดต่อไปและให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง
การกระทำในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการกระทำใด ๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว
มาตรา 4 เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 วรรคหนึ่งยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาลหรืออยู่ในระหว่างการสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนผู้ซึ่งมีอำนาจสอบสวน หรือพนักงานอัยการระงับการสอบสวนหรือการฟ้องร้อง หากถูกฟ้องต่อศาลแล้วให้พนักงานอัยการ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้องหรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีไม่ว่าจำเลยร้องขอหรือศาลเห็นเอง ให้ศาลพิพากษายกฟ้องหรือมีคำสั่งจำหน่ายคดี ในกรณีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษบุคคลใดก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น
มาตรา 5 การนิรโทษกรรมตามพระราชบัญบัตินี้ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้ได้รับนิรโทษกรรมในอันที่จะเรียกร้องสิทธิ หรือประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น
มาตรา 6 การดำเนินการใดๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิของบุคคลซึ่งไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐในการเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่ง จากการกระทำของบุคคลใดซึ่งพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และทำให้ตนต้องได้รับความเสียหาย
มาตรา 7 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายกรัฐมนตรี
มีประชาชนบริสุทธิ์จำนวนหนึ่งที่ถูกลูกหลงถูกจับเหวี่ยงแหหรือคนเสื้อแดงที่ไปชุมนุมด้วยความผิดเล็กน้อยแต่ไม่เคยได้รับสิทธิประกันตัว
บางคนติดคุกมาสามปีโดยไม่ได้รับการให้ประกันตัวสุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด หลายคนติดคุกจน(โทษฝ่าฝืนพรก.)ได้รับโทษครบถึงค่อยถูกปล่อย
อย่าลืมนะครับ ภาพผู้ชุมนุมที่ไปยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน บุก NBT ล้วนมีความผิดเช่นเดียวกัน แต่การดำเนินการแตกต่างกัน
ถ้าจะเอาผิดย้อนหลังนี่สามารถจับมวลชนพันธมิตรนับพันมานั่งอยู่ในคุกในตะรางดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาลให้เท่าเทียมกัน
เพียงแต่มวลชนพันธมิตรอาจจะได้สิทธิพิเศษได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวกันทุกคน
หยุดเถอะครับ FC ทั้งสองฝ่าย ฉบับ by 0 ของขึ้น ที่เห็นพวกกลางกลวงมาตั้งกระทู้และตอบแบบนี้
อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดของประเทศเป็นของราษฎรทั้งหลาย ไม่ใช่ของกองทัพหรือของอำมาตย์
การทำรัฐประหารปล้นชาติไทยล้มล้างการปกครองยึดอำนาจนายกรัฐมนตรี
ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยฉันทามติของประชาชนตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย
ฉีกรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศถือเป็น กบฎ
ยึดอำนาจเขามา หลอกให้เขารับร่างรัฐธรรมนูญฉบับโจรเขียน รับไปก่อนแล้วแก้ทีหลัง (แล้วแก้ได้ไหม แก้ได้แต่ไอ้มาร์ค)
พอมีการเลือกตั้งภายในกฎอัยการศึกหลายจังหวัด มีนายทหารจัดขนมจีนแกงไก่ให้ พรรคกวนเมืองเก่าแก่ก็ไม่วายแพ้เลือกตั้ง
ออกมาให้การสนับสนุนพันธมิตรทั้งทางตรงทางอ้อมออกมายึดทำเนียบ ปิดสนามบิน บุกNBT ปิดล้อมรัฐสภา
แล้วมีการตัดสินกันแบบสุกเอาเผากิน สถานการณ์พาไป จนไอ้ห้อยกอดกับไอ้มาร์ค จัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
ปากอ้างว่ามาตามระบอบสภา ตกลงมันมีความชอบธรรมตรงไหน ในวิธีการที่กว่าจะได้มา (มันก็เหมือนม็อบล้มรัฐบาล)
พอประชาชนเจ้าของอำนาจที่ถูกบิดเบือนมาทวงคืนเรียกร้องให้ยุบสภา ผลที่ตามมาคือ (ดูภาพประกอบ)
ส่วนกระบวนการตรวจสอบด้วยการยึดอำนาจด้วยปืน แล้วตั้งคณะที่เป็นปฏิปักษ์เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบเอาผิด
มีแต่ประเทศที่เผด็จการทหารนิยม นักวิชาการเลียท็อปบู๊ต ประชาชนเสพข่าวตื้น ที่คิดว่าไม่มีอะไรผิด
ไม่ได้รู้ห่านรู้เป็ด เป็ดมีพฤติกรรมอย่างไร ไอ้เหน่งมีพฤติกรรมอย่างไร ไอ้หน้าม้ามีพฤติกรรมอย่างไร เป็นต้น
สำหรับประเด็นพรบ.นิรโทษกรรม ผมอยากให้คนทุกสี โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับพันธมิตรดูคลิปนี้
ปัจจุบันนายปรีชา ตรีจรูญ ถูกศาลตัดสินจำคุก 33 ปี (ลดโทษจากจำคุกตลอดชีวิต)
แต่ก่อนคนคนี้คนเสื้อแดงอยากให้ถูกจับมาจำคุก แต่เมื่อเขาถูกจำคุกและมีเรื่องราวของเขาถ่ายทอดผ่านคนเสื้อแดงออกมาเรื่อยๆ
ตัวผมเองยังรู้สึกสงสารและให้อภัยเขาเลย แต่เมื่อผมมาดูคลิปการสนทนาและระหว่างสส.เพื่อไทยและประชาธิปัตย์คลิปข้างล่างนี้จบ
ผมรู้สึกเศร้าใจแทนนายปรีชา พันธมิตรที่ขับรถทับตำรวจและถูกศาลตัดสินจำคุก 33 ปี อย่างจับใจ และรู้สึกเจ็บแค้นใจแทนอย่างบอกไม่ถูก
ใครกันแน่ที่จับประชาชนมาเป็นประกัน ด้วยวาทกรรมหลอกลวงปลิ้นปล้อนที่ว่า พรบ.ฉบับวรชัยช่วยทักษิณ ช่วยแกนนำ เว้นโทษมาร์คและไอ้เทือก
ร่างพรบ.นิรโทษกรรมฉบับวรชัย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มีประชาชนบริสุทธิ์จำนวนหนึ่งที่ถูกลูกหลงถูกจับเหวี่ยงแหหรือคนเสื้อแดงที่ไปชุมนุมด้วยความผิดเล็กน้อยแต่ไม่เคยได้รับสิทธิประกันตัว
บางคนติดคุกมาสามปีโดยไม่ได้รับการให้ประกันตัวสุดท้ายศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด หลายคนติดคุกจน(โทษฝ่าฝืนพรก.)ได้รับโทษครบถึงค่อยถูกปล่อย
อย่าลืมนะครับ ภาพผู้ชุมนุมที่ไปยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน บุก NBT ล้วนมีความผิดเช่นเดียวกัน แต่การดำเนินการแตกต่างกัน
ถ้าจะเอาผิดย้อนหลังนี่สามารถจับมวลชนพันธมิตรนับพันมานั่งอยู่ในคุกในตะรางดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาลให้เท่าเทียมกัน
เพียงแต่มวลชนพันธมิตรอาจจะได้สิทธิพิเศษได้รับสิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวกันทุกคน