ทริปนี้กับอุบัติเหตุและน้ำใจที่เปี่ยมล้นของคนจันทบุรี

ขอเกริ่นก่อนว่า คนที่ชอบแต่เนื้อๆ ขอให้ข้ามไปอ่านกระทู้อื่นค่ะ เราชอบเล่ายาวๆ แบบเอาทุกเม็ด 555

เนื่องจาก โทนี่ เพื่อนคนจีนเจอกันตอนที่เคยไปเรียนอเมริกาได้ฤกษ์มาเที่ยวไทย ทริปที่ผ่านมาเราจึงตั้งใจจะพาไปเที่ยวจันทบุรีกันทั้งหมด 5 คน (เรา อิหนวด โทนี่ เบน และเจมส์) เดินทางกันตั้งแต่เช้าวันศุกร์ ส่วนเจมส์ตามไปหลังเลิกงาน  นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์คนละ 200 บาท ไปลงที่คิวข้างโลตัสจันทบุรี เราทั้งสี่คนจ่ายค่ารถกระแป๋งไปร้านเช่ามอเตอร์ไซค์แถวสวนสาธารณะ 80 บาท ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย แล้วเราก็เช่ารถ มอเตอร์ไซค์ทั้งหมด 4 คัน วันละ 200/คัน พร้อมค่ามัดจำคันละ 1000 คนอื่นขับเอง ส่วนหนวดขับไม่แข็งเลยนั่งซ้อนเรา...ตัวใหญ่แล้วยังทำให้ลำบากอีก T_T

พวกเราเริงร่ากันมาก ขับมอเตอร์ไซค์ไปเช็คอินที่แมนชั่นให้เช่ารายวัน-รายเดือน อยู่หลังโรบินสัน เบนแนะนำที่นี่เพราะเค้าเคยทำงานที่จังหวัดนี้มาซักพักหนึ่ง  รู้ถนนหนทางและที่พักเป็นอย่างดี รวมทั้งเคยพักที่นี่มาก่อนแล้ว ปรากฏเจ๊ที่ดูแลที่นี่แจกเราหลายอึ้งมาก (ต่อไปนี้ขอเรียกว่าเจ๊ครูไหว)

อึ้งแรก ปรับราคาห้องพักขึ้นจากเดิม  (ไม่ได้ซีเรียสมากนะคะ เพราะไม่ได้ขึ้นแบบเยอะมาก แต่ถ้าให้ต้องนอนเตียงแบบนั้นอีก...คราวหน้าขอไปนอนร.ร.ดีๆเลยดีกว่าค่ะ ฮือๆ)

อึ้งสอง ทีแรกเจ๊จะไม่ให้รีโมทแอร์ เจ๊บอกถ้าจะเปิดให้เรียก เพราะบลาๆๆๆๆๆ แต่ในที่สุด พอเจ๊เห็นหน้าหวึ่งยืนอึ้งอยู่ เจ๊ก็บอกว่างั้นเจ๊ไว้ใจน้องเพราะน้องเป็นคนไทย สองห้องให้ใช้รีโมทร่วมกันได้  โถ...รัดทดชีวิต หน้าพวกตรูเหมือนโจรรีโมทแอร์ขนาดนั้น?  T_T

อึ้งสาม เจ๊ย้ำมาก ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าผ้าเช็ดตัวของเจ๊ (สีขาวบางๆ ประหนึ่งซีทรูอะโกโก้นานา)  ถ้าเราทำเปื้อนแบบซักไม่ออก เจ๊จะยึดค่ามัดจำห้อง แล้วตอนเช็คเอาท์ออกเจ๊บอกยังไม่คืนมัดจำ ขอไปดูผ้าเช็ดตัวก่อนว่าเปื้อนไม๊  T_T  (ดีนะที่ตูไม่ชอบใช้ผ้าเช็ดตัวร.ร. พกไปเองประจำ)

อึ้งสาม อันนี้หนักสุด ที่นอนเจ๊ โห...นุ่มเหมือนพื้นวัดเณรคำสุดๆ (เปรียบเอานะ ยังไม่เคยไปนอน 555)  เราเป็นคนไม่เรื่องมาก ขอแค่ที่พักสะอาด แต่เพราะอิเตียงนั้น คืนแรกบอกสามี เอิ่ม ไอจะขอไปนอน ร.ร.อื่นได้ไม๊ แต่สามีรั้งไว้เพราะอยากให้นอนร.ร.เดียวกันเป็นกลุ่มก้อนกะเพื่อน และเผือกจ่ายไปทีเดียวเลย 2 คืน ไปขอคืน ดูท่าแล้วเจ๊คงไม่คืนค่าห้อง  T_T  สรุปว่ากลับมากทม.แล้วปวดเนื้อตัวอย่างแรงส์ เข็ดแล้วแมนชั่นเจ๊ครูไหว

(อยากรู้ชื่อหลังไมค์มาถามได้ และจริงๆจะบอกว่า เจ๊เค้าก็เป็นมิตร ยิ้มแย้มดี และหมอนนุ่มมาก เปลี่ยนผ้าปู ทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน  แต่รู้สึกเหมือนไปอยู่หอพักนักเรียนที่เคร่งมากกว่า ฮ่าๆ )

อ่ะ มาถึงไฮไลท์ ตอนเย็นเราก็ไปทานข้าวริมแม่น้ำจันทรบูรกันรอเจมส์นั่งรถตามมาที่ ร้านเนี้ยะ (ร้านไหน? เอ๊ย ถูกแล้ว นั่นมันชื่อร้าน) เป็นร้านเล็กๆ ราคาไม่แพง (ข้าวผัด 60 หมูย่าง 90 หมูมะนาว 70 สปาย 45)  รสชาติ อร่อยบรรยากาศดี เพลงเพราะไม่ดังเกินไป นั่งฟินแบบบวมๆกันมาก (เพราะสั่งกันหลายอย่าง 555) เจมส์มาถึง 4 ทุ่มนิดๆ นั่งทานอะไรกันอีกซักพัก ก็อยากไปต่อที่อื่น เบนเคยทำงานที่จันก็รู้ที่จะพาไปต่อ เลยควบเกวียน เอ๊ย มอเตอร์ไซค์ ไปผับออร์บิท พอตีหนึ่งเราเริ่มง่วงเลยขอตัวกลับไปนอนบนกระดานรอที่แมนชั่นเจ๊ครูไหว ทุกคนกลับกันมาประมาณตีห้าอย่างปกติสุข

ซัก 10 โมงเช้าอาบน้ำเสร็จ จะลงไปกินข้าวกัน เบนบอกเจมส์เพิ่งโทรมาอยู่โรงพยาบาล รถเกิดอุบัติเหตุ กำลังเข้าห้องผ่าตัด (ลืมบอกไปว่าเจมส์เลือกพักอีกโรงแรมนึง) เราก็อ่ะอ้าววว งั้นรีบไปดูใจ เอ๊ย ดูอาการเพื่อนที่รพ.ด่วน พอไปถึงเจมส์ยังไม่ออกจากห้องผ่าตัด เราเลยคุยกับพยาบาล แสดงตัวว่าเป็นเพื่อน นึกสภาพหน้าโต๊ะเคาท์เตอร์ชั้นนั้น จะมีเก้าอี้ยาววางอยู่ หญิงไทยคนนึงกับฝรั่งตัวโตๆอีกสามคนนั่งเรียงกัน พยาบาลเล่าถึงอาการคนไข้ (อิเจมส์) ไปเราก็แปลให้อิสามคนนั่งหน้าสยองฟัง พอมาถึงจุดที่พยาบาลบอกว่า เจมส์มีแผลทั่วตัวและหน้า กระดูกสะโพกร้าว กรามหัก และไข่แหก ณ จุดนี้ เราแปลไปไม่เป็น ขอเวลานอกหัวเราะก่อน อิสามช่า (สามีและเพื่อน) นั่งงงว่าเราหัวเราะอะไร คือเราไม่ตั้งใจนะ สงสารเจมส์แต่มันอดขำไม่ได้ พอรวบรวมสติคืนมาเลยอธิบายให้สามช่าฟังว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเค้าหน้าตาตกใจมาก แต่วินาทีถัดมาก็หัวเราะก๊ากอย่างพร้อมเพรียง สถานการณ์เลยดูไม่ตึงเครียดเท่าที่เป็น หลังจากที่สามช่ารวบรวมสติได้เหมือนเรา เลยบอกพยาบาลเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัดขาเพื่อนไอได้ แต่ห้ามตัดไข่...รักเพื่อนกันมากนะพวกแก T_T

เมื่อรู้แล้วว่าอาการเพื่อนปลอดภัยและไม่เป็นอะไรมาก และระหว่างรอเจมส์เย็บไข่อยู่ เราก็นึกขึ้นได้ว่ามอเตอร์ไซค์ที่เช่ามายังระบุพิกัดไม่ได้ เลยถามพยาบาลว่าเห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดเหตุไม๊ พยาบาลบอก ต้องติดต่อสถานนีตำรวจดู เราและอิสามช่าเลยต้องพากันขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วเมือง ไปเช็คเอาท์โรงแรมให้อิเจมส์ ไปติดต่อตำรวจ ไปสุสานรถ (ตำรวจให้รถลากไปเก็บที่นั่น) ติดต่อร้านเช่ารถ ติดต่อโรงพยาบาลเรื่องพรบ.และประกัน  ทุกสิ่งอย่าง สรุปไปสามวัน ไม่ได้เที่ยวซักที่ เรากะจะไปตลาดพลอยซื้อพลอยสวยๆมาฝากแม่วันแม่ซะหน่อย แต่จะว่าไปแล้วเทียบไม่ได้เลยกับต้องเย็บไข่เหมือนเจมส์ (เพื่อนเค้ายังไม่กล้าล้อตรงๆ เค้าบอกเก็บไว้ตอนเจมส์หาย คงได้ล้อเป็นปี 555) โชคดีที่เราไปด้วย เพราะถ้ามากันแค่บักสีดาสี่คนนี่ คงลำบากเรื่องติดต่อเอกสารโรงพยาบาลและตำรวจน่าดู นอกจากนี้เจมส์ยังจน กังวลเรื่องค่ารักษา เนื่องจากห่วงว่าพรบ. 15000 กับประกัน AIA 20000 เค้าจะพอค่ารักษาทั้งหมดไม๊ ตรงนี้ขอชมสามีที่เสนอออกค่าใช้จ่ายให้ก่อนถ้าไม่พอ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นสิ่งดี (แต่ก่อนที่จะมาเมืองไทย เค้าจะเป็นพวกช่วยคนอื่นยากมากถ้าไม่จำเป็นหรือไม่สนิทพอ และจริงๆเจมส์เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที ไม่ได้สนิทเท่าคนอื่น แต่พอมาอยู่เมืองไทยซักพัก เราเห็นสามีซึมซับความมีน้ำใจจากสังคมไทยและคนรอบข้างมากขึ้น เราดีใจที่เห็นอย่างนั้น)
เมื่อได้รู้อย่างนั้นก็ทำให้อิเจมส์ซึ้งมาก  เราเลยบอก เฮ้ย ไม่เป็นไรเพื่อนกัน ไข่หายแล้วค่อยเลี้ยงข้าวไอ 555


ทั้งนี้ พวกเราได้รับความช่วยเหลืออย่างดีจากคุณลุงและคุณป้าร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ แถวศูนย์การค้าเจพีไรวา ใกล้ๆกับร้านโต๊ะสนุ๊ก NB ที่จันทบุรี ต้องขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆค่ะ ทีแรกกลัวคุณป้าจะโกรธที่เอารถเค้าไปทำพัง แต่พอคุณป้าทราบเรื่องอุบัติเหตุก็บอกทันทีว่าให้มาเอาพรบ.รถที่เจมส์เอาไปวัดถนนไปแจ้งความ เพื่อสามารถเบิกพรบ.ได้ 15000 และเตรียมหลักฐานรถให้ทุกอย่าง คุณลุงก็ยังพาไปสถานีตำรวจด้วยความเต็มใจ จากนั้นก็พาไปเอารถออกจากสุสาน ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเยอะกว่านี้ เล่าไม่หมดค่ะ รถพังไม่เยอะคุณป้าก็ไปซื้ออะไหล่มาซ่อมเอง 2000 (เฉพาะส่วนที่จำเป็นต้องเปลี่ยนด้วย) เพราะถ้าไปซ่อมที่ร้านมันจะแพง เราเกรงใจมากบอกว่าให้คิดค่าใช้จ่ายและค่าเสียหายตามสมควรได้เลย เพราะคุณลุงคุณป้าช่วยมาเยอะมากแล้ว แต่สรุปคุณป้าก็คิดแค่ค่าอะไหล่ที่ซื้อมาเปลี่ยน บอกว่า ช่วยๆกันสงสารเค้า (ขอบคุณอีกทีจากใจค่ะ)

ตอนส่งรถคืนเนื่องจากพวกเราต้องกลับมาทำงานที่กทม. เลยต้องทิ้งเจมส์ไว้ร.พ.ก่อน เนื่องจากหมอยังไม่ปล่อยกลับ คงต้องอยู่อีกพัก แล้วเราจะสลับกันไปเยี่ยม คุณป้าก็บอกมีอะไรโทรเรียกลุงได้ ลุงจะไปดูแลและแปลให้ที่โรงพยาบาล (ลุงพูดภาษาอังกฤษเก่งไม่น่าเชื่อ ปรบมือออออออ ^,^) ปลื้มมากๆ ค่ะ ไม่รู้จะขอบคุณยังไง น้ำใจที่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ถ้าไปจันทบุรีครั้งหน้า จะไปอุดหนุนรถคุณป้าและเอาขนมไปฝาก (ร้านคุณป้าเป็นร้านซักรีดด้วย ช่วยกันอุดหนุนได้จ้า) และหนูสัญญาว่าจะไม่เอาไปวัดถนนเหมือนอิเจมส์ 555 ขอให้คุณลุงคุณป้าและครอบครัวมีแต่ความสุขความเจริญนะคะ

อีกฝ่ายที่ต้องกล่าวถึงคือคุณพยาบาลของร.พ.ข้างสวนสาธารณะที่ช่วยดูแลอิเจมส์ ถ้าไม่ได้พยาบาลใจดีเหล่านี้ อิเจมส์เราคงแย่แน่ๆ สรุปว่าทริปนี้เราไม่ได้พาโทนี่พระเอกของทริปเที่ยวเลยแม้แต่ที่เดียว 555 โดนอิเจมส์แย่งซีนไปหมด

* ชื่อเพื่อนและผู้เกี่ยวข้องเป็นชื่อสมมติ เนื่องจากอาจจะมีผลกระทบต่อเจ้าของชื่อจริง ขออนุญาตสงวนไว้นะคะ
** เป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทกันหมด สรรพนามที่ใช้เรียกเป็นภาษาพูดอาจจะฟังดูไม่เพราะ ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ เช่น อิเจมส์ (จริงๆแมนทุกคนนะฮะ อิอิ)
***แท็กชานเรือนเพราะเข้าบ่อยค่ะ ไม่ถูกต้องขอโทษและบอกได้นะคะจะเอาแท็กออก  ^.^

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  บันทึกนักเดินทาง โรงแรมรีสอร์ท
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่