ส.บอลรอเช็คใบมอบอำนาจบังยีย้ำตรวจเพื่อความถูกต้อง

กระทู้สนทนา
แก้ไขลืมใส่ Link ครับ
http://www.siamsport.co.th/Sport_Football/130802_424.html

''บังยี'' ยันสมาคมฟุตบอลฯ มีหน้าที่ตรวจสอบใบมอบอำนาจ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่ให้สภากรรมการฯ จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดความความถูกต้องและโปร่งใส เพียงแต่อยากให้ กกท.เข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งวันประชุมใหญ่และวันเลือกตั้ง พร้อมเลื่อนเข้าพบอธิบดีกรมการปกครองเป็นวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. เวลา 9 โมงเช้า ด้านนายวีระ คำมี ฝ่ายกฎหมายชี้การแก้ไขจำนวนสิทธิ์ ที่ฟีฟ่ากำหนดไว้ 72 เสียงคงจะแก้ได้ยาก เนื่องจากฟีฟ่าได้ศึกษาและให้น้ำหนักกับสโมสรอาชีพมากกว่าสมัครเล่น



        จากการที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดไฟเขียวให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ ตามแนวทางของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่ได้กำหนดมา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเข้าหารือกับกรมการปกครองเพื่อแก้ไขข้อบังคับบางส่วนที่ยังขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่ในวันที่ 9 ส.ค. เพื่อให้สโมสรสมาชิกทำการลงมติ


        โดยเมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า "บังยี" วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ จะเดินทางเข้าพบอธิบดีกรมการปกครอง แต่ก็ล้มเลิกแผนการเสียก่อน และได้ให้สัมภาษณ์ว่า มีการเปลี่ยนแปลงวันเวลาใหม่ โดยจะขอเข้าพบกับท่านอธิบดีกรมการปกรองใคนวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. เวลา 09.00 น.จากนั้นจะมีการแถลงข่าวถึงการหารือต่อไป


        ส่วนจากการที่บรรดาสโมสรสมาชิก 108 เสียงค่อนข้างจะซีเรียสกับเรื่องใบมอบอำนาจสำหรับใช้ในการโหวตร่างธรรมนูญฉบับใหม่ที่ต้องการให้ทางผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นคนรับเรื่องและตรวจสอบ เรื่องนี้ "บังยี" ได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า จริงๆ แล้วการรับใบมอบอำนาจของสโมสรต่างๆ เป็นหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อเป็นการป้องกัน และตรวจสอบความถูกต้อง และตามข้อบังคับก็ให้สภากรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงอยากให้ทางผู้ว่าฯ กกท.เข้าร่วมสังเกตการณ์มากกว่า ว่ากระบวนต่างๆ เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ ทั้งในวันประชุมใหญ่พิเศษ 9 ส.ค.และวันเลือกตั้ง 23 ก.ย.


        ด้าน นายวีระ คำมี ฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมากล่าวถึงประเด็นที่จะเข้าพบกับกรมการปกครอง โดยเฉพาะมาตรา 21 ที่เกี่ยวกับองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ ที่ฟีฟ่าได้กำหนดสิทธิ์ จำนวน 72 เสียง โดยเปิดเผยว่า  "เรื่อง 72 เสียงนั้น ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่แก้ยาก เพราะฟีฟ่าได้ศึกษาและตอบมาอย่างชัดเจนแล้วถึงความเหมาะสมว่าทำไมถึงต้องใช้ 72 เสียง ฟีฟ่าเขาเห็นความจำเป็นของการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ที่ต่างจากฟุตบอลสมัครเล่น


        ในส่วนของ 18 ทีมไทยพรีเมียร์ลีก และ ดิวิชั่น 1 ไม่มีปัญหาเพราะเป็นสโมสรอาชีพ ส่วนลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เป็นการแข่งขันในแบบกึ่งอาชีพ กึ่งสมัครเล่น เขาก็ให้ตัวแทนได้มีการคัดเลือกกันเข้ามา ขณะที่ทีมสมัครเล่นในระดับฟุตบอลถ้วยก็ให้ตัวแทนจากแชมป์และรองแชมป์ได้เป็นตัวแทนมาใช้สิทธิ์ เขาไม่ได้ตัดสิทธิ์ออกไปทั้งหมด ซึ่งจะได้มีโอกาสอธิบายให้กับกรมการปกครองได้เข้าใจ"
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่