ผมค่อนข้างเป็นกังวล
เพราะหลายคน เข้าใจว่า ปตทรับผิดชอบทุกอย่าง
ต้องจ่าย ทุกอย่างแน่นอน ตามที่ ผู้บริหาร ปตท กล่าวอ้าง
เราไม่ควรคิดกันเอาเองว่าจะเป็นไปแบบนั้น
ความรับผิดชอบดังกล่าวยังเป็นคำพูด
ในขณะที่การกระทำหลายๆอย่างไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
สามเรื่องคือ
1.เรื่องการโกหกออกสื่อในวันที่ 28 ว่าน้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา แหวกว่ายชลธาอยู่ไหวๆ
2.ความคลุมเคลือด้านปริมาณน้ำมันรั่วไหล ซึ่งจะไปกระทบโดยตรงกับ การคำนวณความเสียหาย
ตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน ไม่จริงใจ และ ไม่โปร่งใส
3.รมว พลังงาน มาเชิญชวนว่า อย่าฟ้องเลย เรามาเจรจากันดีกว่า จุ๊บๆ
ความไม่จริงใจและคลุมเคลือนี้ ยิ่งสร้างความกังวลว่า และ ความไม่มั่นคงว่า
ถ้าความเสียหายที่ประเมินเป็นหลักพันล้าน ปตทจะรับผิดชอบอยู่หรือไม่
การฟ้องเพื่อสะทอ้นความภาพความเสียหายจริง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด
การตรวจสอบ และ เลิกมโนไปว่า คู่กรณี ซึ่งตอนนี้ คือ ปตท จะจ่ายนั้น เราซึ่งเป็นประชาชน ยิ่งไม่ควรลดการ์ดลงเด็ดขาด
เพราะการฟื้นฟูที่แท้จริง ต้องใช้เงินเหล่านั้น
การฟื้นฟูเสม็ด การฟื้นฟูการท่องเที่ยว ระบบ นิเวศ การฟื้นฟูอาชีพ
ต้องใช้เงินเหล่านี้ทั้งสิ้น
การเก็บคราบน้ำมันเป็นเพียงเรื่องเบื้องต้นเท่านั้น
ว่าไปแม้แต่เรื่องเบื้องต้นก็ตามรัฐก็ยังต้องเป็นคนจ่ายก่อน สำรองก่อนในหลายๆส่วน
ซึ่งผมมองว่ามันแปลก และ ตลก ที่ รัฐต้องมาอุ้มคนที่มีตั้งเต็มกระเป๋าขนาดนั้นซึ่งรัฐก็คือ เรานี่แหละ คือประชาชนนี่แหละ
เหมือนผมไปเที่ยวบ้านเพื่อน กินข้าวอิ่มอร่อย
แล้วทำจานหกแก้วแตก ส้วมตัน ทำบ้านเค้าสกปรก
ผมเรียกให้เจ้าบ้านมาทำความสะอาดให้ผม แถมใช้เงินเจ้าบ้านสำรองไปก่อน
ทั้งๆที่ผมมีเงินเต็มกระเป๋า แล้วบอกเจ้าบ้านว่า เดี๋ยว ค่อยมาฟ้องกับผมเอานะ ?
การเบิกจ่าย เอกชน เร็วกว่ารัฐ
และ เอกชนรายนี้ก็มีเงินเต็มกระเป๋า
ทำไม ต้องให้รัฐออก แล้วไปเบิกเอาที่หลัง และยังไม่แน่ว่าเดินไปเบิก
หลือ ต้อง ไปรวมกับบิลแล้วฟ้อง เอา ยิ่งถ้ารวมบิลแล้ว ไปฟ้องเอานี่ ไม่ยิ่งนักหรือครับ ?
แถมทั้งยังมีคนชวนให้เจรจา แล้วใครเป็ฯตัวแทนเจรจา
เจรจากันกี่คน ในเรื่องที่มีความเสียหาย มหาศาลขนาดนี้
แล้วจะฮั้วกันไหม จะโปร่งใสแค่ไหน
ถ้าไม่เหี้ยมนี่คิดไม่ได้ ว่าขอเจรจา
ที่บอกว่า เจรจาได้เงินเร็วกว่า ผมนึกถึงโปรโมชั่น เจรจาวันนี้ จ่ายวันนี้รัฐให้ส่วนลดทันที่ ร้อยล้าน จ่ายแค่ล้านเดียว
รัฐ และ ประชาชน ไม่ได้อดอยากขนาดนั้นจนต้องขายความเสียหายของชาติด้วย การรับซื้อเศษเงินนะครับ
ผมจึงมองว่า ปตทยังไม่มีความจริงใจหรือ ใกล้เคียงความจริงในเรื่องการชำระค่าใช้จ่ายเลย
คำพูดแบบเดียวกับ น้ำใสในวันที่ 28 ยิ่งไม่มีน้ำหนัก
ยิ่งย้ำว่าเราไม่ควรลดการ์ดที่จะกดดันปตท อย่างต่อเนื่อง
การกดดันนี้จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย มันไม่ใช่การทะเลาะหรือสร้างความแตกแยก
วันนี้ การกดดันทำให้เรารุ้ว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงแค่ไหน
จากความขาดความพร้อมของ ปตท เค้าผู้เสียสละ ควรได้อะไร จากปตท ในการนำตัวเองเข้าไปเสี่ยง
การกดดันวันนี้ นั้นทำให้เรารุ้ว่าจริงๆ น้ำมันมันใช้ ห้าหมื่นลิตรจริงหรือไม่
การกดดันปตท จึงเป็ฯสิ่งจำเป็นที่สุดและควรทำอย่างต่อเนื่อง
ไปพร้อมๆกับการให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ มันเป็นสิ่งที่ทำไปด้วยกันได้
เพราะผู้ปฏิบัติหน้าที่ เสียสละไปทั้งแบบเต็มใจ และ ไม่เต็มใจนั้น กับปตทเป็นคนละคนกัน
และ การกดดันปตท ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก
คนที่ปกป้องคนโกหก และ บอกว่าการไล่ล่าความจริงคือ การสร้างความแตกแยก
คนที่สร้งความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ไม่ชอบธรรม
ไม่ใช่คนที่มีราคา คนพวกนี้ เอาเงินอุดปากก็เงียบหมด บนผลประโยชน์
ช่วยกันเผยแพร่ความจริง ให้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ลงปฏิบัติหน้าที่
อย่าลดการ์ด เชื่อหรือไว้ใจ กับ บริษัท ที่เริ่มต้นด้วยการโกหกสังคม
ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า
" น้ำตาโจร เวลาร้อง มันไม่ได้หมายถึงการสำนึกผิด แต่หมายถึง เสียใจที่แผนที่วางไว้ล้มตรงหน้าซะมากกว่า"
ถ้าคนเราเริ่มต้นด้วยการโกหกสังคม เค้าก็ยินดีที่จะทำเรื่องอื่นๆได้อีก ซึ่งเราควรตั้งการ์ดให้ดี
ถ้าเราไม่รักษาผลประโยชน์ ไม่รักษาสมบัติของชาติ ไม่รักษาผืนแผ่นดิน
แล้วใครจะทำ วันนี้เราเสียหาด และ แนวประการังไปแล้ว กว่าจะพลิกฟื้นกลับไปได้ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี
อย่าให้หุ้น ปตทที่คุณถืออยู่ ทำให้คุณมองข้ามสิ่งที่เป็นของเราทุกคน
อย่าให้ต้องมีคำว่า paradise lost thailand ขึ้นในสื่อใดๆอีกเลยครับ
และวิธีเดียวที่คุณทำได้ในทันทีคือ ตรวจสอบและกดดันปตทครับ
อย่าคิดกันเอาเองว่า ปตทต้องจ่าย แน่นอน
เพราะหลายคน เข้าใจว่า ปตทรับผิดชอบทุกอย่าง
ต้องจ่าย ทุกอย่างแน่นอน ตามที่ ผู้บริหาร ปตท กล่าวอ้าง
เราไม่ควรคิดกันเอาเองว่าจะเป็นไปแบบนั้น
ความรับผิดชอบดังกล่าวยังเป็นคำพูด
ในขณะที่การกระทำหลายๆอย่างไม่ไปในทิศทางเดียวกัน
สามเรื่องคือ
1.เรื่องการโกหกออกสื่อในวันที่ 28 ว่าน้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา แหวกว่ายชลธาอยู่ไหวๆ
2.ความคลุมเคลือด้านปริมาณน้ำมันรั่วไหล ซึ่งจะไปกระทบโดยตรงกับ การคำนวณความเสียหาย
ตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจน ไม่จริงใจ และ ไม่โปร่งใส
3.รมว พลังงาน มาเชิญชวนว่า อย่าฟ้องเลย เรามาเจรจากันดีกว่า จุ๊บๆ
ความไม่จริงใจและคลุมเคลือนี้ ยิ่งสร้างความกังวลว่า และ ความไม่มั่นคงว่า
ถ้าความเสียหายที่ประเมินเป็นหลักพันล้าน ปตทจะรับผิดชอบอยู่หรือไม่
การฟ้องเพื่อสะทอ้นความภาพความเสียหายจริง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่สุด
การตรวจสอบ และ เลิกมโนไปว่า คู่กรณี ซึ่งตอนนี้ คือ ปตท จะจ่ายนั้น เราซึ่งเป็นประชาชน ยิ่งไม่ควรลดการ์ดลงเด็ดขาด
เพราะการฟื้นฟูที่แท้จริง ต้องใช้เงินเหล่านั้น
การฟื้นฟูเสม็ด การฟื้นฟูการท่องเที่ยว ระบบ นิเวศ การฟื้นฟูอาชีพ
ต้องใช้เงินเหล่านี้ทั้งสิ้น
การเก็บคราบน้ำมันเป็นเพียงเรื่องเบื้องต้นเท่านั้น
ว่าไปแม้แต่เรื่องเบื้องต้นก็ตามรัฐก็ยังต้องเป็นคนจ่ายก่อน สำรองก่อนในหลายๆส่วน
ซึ่งผมมองว่ามันแปลก และ ตลก ที่ รัฐต้องมาอุ้มคนที่มีตั้งเต็มกระเป๋าขนาดนั้นซึ่งรัฐก็คือ เรานี่แหละ คือประชาชนนี่แหละ
เหมือนผมไปเที่ยวบ้านเพื่อน กินข้าวอิ่มอร่อย
แล้วทำจานหกแก้วแตก ส้วมตัน ทำบ้านเค้าสกปรก
ผมเรียกให้เจ้าบ้านมาทำความสะอาดให้ผม แถมใช้เงินเจ้าบ้านสำรองไปก่อน
ทั้งๆที่ผมมีเงินเต็มกระเป๋า แล้วบอกเจ้าบ้านว่า เดี๋ยว ค่อยมาฟ้องกับผมเอานะ ?
การเบิกจ่าย เอกชน เร็วกว่ารัฐ
และ เอกชนรายนี้ก็มีเงินเต็มกระเป๋า
ทำไม ต้องให้รัฐออก แล้วไปเบิกเอาที่หลัง และยังไม่แน่ว่าเดินไปเบิก
หลือ ต้อง ไปรวมกับบิลแล้วฟ้อง เอา ยิ่งถ้ารวมบิลแล้ว ไปฟ้องเอานี่ ไม่ยิ่งนักหรือครับ ?
แถมทั้งยังมีคนชวนให้เจรจา แล้วใครเป็ฯตัวแทนเจรจา
เจรจากันกี่คน ในเรื่องที่มีความเสียหาย มหาศาลขนาดนี้
แล้วจะฮั้วกันไหม จะโปร่งใสแค่ไหน
ถ้าไม่เหี้ยมนี่คิดไม่ได้ ว่าขอเจรจา
ที่บอกว่า เจรจาได้เงินเร็วกว่า ผมนึกถึงโปรโมชั่น เจรจาวันนี้ จ่ายวันนี้รัฐให้ส่วนลดทันที่ ร้อยล้าน จ่ายแค่ล้านเดียว
รัฐ และ ประชาชน ไม่ได้อดอยากขนาดนั้นจนต้องขายความเสียหายของชาติด้วย การรับซื้อเศษเงินนะครับ
ผมจึงมองว่า ปตทยังไม่มีความจริงใจหรือ ใกล้เคียงความจริงในเรื่องการชำระค่าใช้จ่ายเลย
คำพูดแบบเดียวกับ น้ำใสในวันที่ 28 ยิ่งไม่มีน้ำหนัก
ยิ่งย้ำว่าเราไม่ควรลดการ์ดที่จะกดดันปตท อย่างต่อเนื่อง
การกดดันนี้จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย มันไม่ใช่การทะเลาะหรือสร้างความแตกแยก
วันนี้ การกดดันทำให้เรารุ้ว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้นอยู่ในภาวะเสี่ยงแค่ไหน
จากความขาดความพร้อมของ ปตท เค้าผู้เสียสละ ควรได้อะไร จากปตท ในการนำตัวเองเข้าไปเสี่ยง
การกดดันวันนี้ นั้นทำให้เรารุ้ว่าจริงๆ น้ำมันมันใช้ ห้าหมื่นลิตรจริงหรือไม่
การกดดันปตท จึงเป็ฯสิ่งจำเป็นที่สุดและควรทำอย่างต่อเนื่อง
ไปพร้อมๆกับการให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ มันเป็นสิ่งที่ทำไปด้วยกันได้
เพราะผู้ปฏิบัติหน้าที่ เสียสละไปทั้งแบบเต็มใจ และ ไม่เต็มใจนั้น กับปตทเป็นคนละคนกัน
และ การกดดันปตท ไม่ใช่การสร้างความแตกแยก
คนที่ปกป้องคนโกหก และ บอกว่าการไล่ล่าความจริงคือ การสร้างความแตกแยก
คนที่สร้งความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ไม่ชอบธรรม
ไม่ใช่คนที่มีราคา คนพวกนี้ เอาเงินอุดปากก็เงียบหมด บนผลประโยชน์
ช่วยกันเผยแพร่ความจริง ให้กำลังเจ้าหน้าที่ที่ลงปฏิบัติหน้าที่
อย่าลดการ์ด เชื่อหรือไว้ใจ กับ บริษัท ที่เริ่มต้นด้วยการโกหกสังคม
ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า
" น้ำตาโจร เวลาร้อง มันไม่ได้หมายถึงการสำนึกผิด แต่หมายถึง เสียใจที่แผนที่วางไว้ล้มตรงหน้าซะมากกว่า"
ถ้าคนเราเริ่มต้นด้วยการโกหกสังคม เค้าก็ยินดีที่จะทำเรื่องอื่นๆได้อีก ซึ่งเราควรตั้งการ์ดให้ดี
ถ้าเราไม่รักษาผลประโยชน์ ไม่รักษาสมบัติของชาติ ไม่รักษาผืนแผ่นดิน
แล้วใครจะทำ วันนี้เราเสียหาด และ แนวประการังไปแล้ว กว่าจะพลิกฟื้นกลับไปได้ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี
อย่าให้หุ้น ปตทที่คุณถืออยู่ ทำให้คุณมองข้ามสิ่งที่เป็นของเราทุกคน
อย่าให้ต้องมีคำว่า paradise lost thailand ขึ้นในสื่อใดๆอีกเลยครับ
และวิธีเดียวที่คุณทำได้ในทันทีคือ ตรวจสอบและกดดันปตทครับ