"หมอหม่อง" เข้ากรุง บุกปตท. คืนรางวัล"ลูกโลกสีเขียว-เงิน1แสน" 2 ส.ค.นี้ ซัดไม่รับผิดชอบน้ำมันรั่ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Rungsrit Kanjanavanit" โดยระบุว่าจะขอคืนรางวัลโลกสีเขียวพร้อมเงิน 1 แสนบาท คืนให้กับ ปตท.เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมา
"ผมต้องกราบขออภัยและด้วยความเคารพอย่างสูงต่อ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน และ คณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว ปตท ผมมีความจำเป็นต้องคืนรางวัลดังกล่าวที่ได้รับมาแก่ทางบริษัท ในปี พศ ๒๕๕๐ ผมรู้สึกขอบพระคุณป็นอย่างสูงที่ทางคณะกรรมการได้ให้กำลังใจ และเกียรตินี้แก่ผม แต่ด้วยพฤติกรรมของบริษัท ปตท. ที่ผ่านมา ผมไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพสีเขียว ของบริษัทฯได้จริงๆ โดยผมจะนำไปส่งคืนพร้อมเงิน หนึ่งแสนที่ได้รับมาในวันศุกร์นี้ครับ
ขอกราบขออภัยอีกครั้งครับ
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 31 กรกฏาคม น.พ.รังสฤษฏ์ ในฐานะประธานชมรมอนุรักษ์นกธรรมชาติล้านนา และกรรมการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ที่บ้านพัก ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กรณีประกาศทางเฟชบุ๊กขอคืนรางวัลลูกโลกสีเขียว พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ที่รับจากนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2550 ที่สำนักงานใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ โดยระบุว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมา ว่า คิดและไตร่ตรองพอสมควร รางวัลดังกล่าวถือเป็นเกียรติ ที่คณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลเพื่อให้กำลังใจทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณมาก และขอบคุณนายอานันท์ ที่มอบรางวัลให้ แต่รางวัลดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ ปตท. ที่สร้างภาพว่า รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงต้องส่งสัญญาณไปว่าไม่ยอมอีกแล้ว
"รู้สึกไม่สบายใจ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพสีเขียว ของบริษัท ปตท. ซึ่งเหตุการณ์น้ำมันรั่วเป็นอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ปรากฏชัด คือ บริษัทไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ถ้าเกิดในต่างประเทศ ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก ประกอบรัฐบาลไม่ได้กดดัน ปตท. รับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่ง ปตท.ได้รับผลประโยชน์มากมาย การใช้ทรัพยากรซึ่งเป็นของพวกเราทุกคน ขุดจากดินและท้องทะเล ทำกำไรจากธรมชาติมหาศาล แต่ประโยชน์ไปตกกับคนบางกลุ่ม เมื่อเกิดปัญหาความรับผิดชอบ เพื่อชดใช้หรือชดเชยผู้ได้รับผลกระทบน้อยมาก จึงรู้สึกไม่พอใจและไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของ ปตท. แต่อยากเห็นการรับผิดชอบอย่างแท้จริง ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบต่อสังคม หรือซีเอสอาร์ คงไม่ร่วมกิจกรรมกับ ปตท.อีก" น.พ.รังสฤกษฎ์ กล่าว
นอกจากนี้ น.พ.รังสฤษฏ์ ยังกล่าวอีกว่า อยากเห็น ปตท.ใจกว้าง และรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านี้ เพราะไม่ใช่เหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งแรก แต่เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว สมควรคืนรางวัลให้กับ ปตท. พร้อมเงิน 100,000 บาท ที่มอบให้ไปใช้กับการอนุรักษ์นกธรรมชาติ แม้ไม่มีเงินสนับสนุนก็อยู่ได้เพราะดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งจะเดินทางไปคืนรางวัลที่สำนักงานใหญ่ ปตท. กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้ ปตท.รับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพื่อชดเชยผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว น.พ.รังสฤษฎ์ กล่าว่า ต้องคำนวณว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งระยะสั้น และระยะยาวเป็นจำนวนเท่าไหร่ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว และฟื้นฟูระบบนิเวศชายทะเล ซึ่ง ปตท.ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทำอย่างเต็มที่อย่างที่ต่างประเทศมีบรรทัดฐานเรื่องดังกล่าว ถ้าไม่ดำเนินการหรือรับผิดชอบ ผู้ได้รับผลกระทบควรฟ้องเพื่อหาผู้รับผิดชอบ ทั้งค่าชดเชยและเยียวยาความเสียหายแทน เพราะมีผลกระทบระยะยาว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1375277673&grpid=00&catid=&subcatid=
และแล้วกรณีน้ำมันรั่วก็เป็นพล๊อตละครให้ใครต่อใครแสดงกันใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Rungsrit Kanjanavanit" โดยระบุว่าจะขอคืนรางวัลโลกสีเขียวพร้อมเงิน 1 แสนบาท คืนให้กับ ปตท.เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมา
"ผมต้องกราบขออภัยและด้วยความเคารพอย่างสูงต่อ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน และ คณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว ปตท ผมมีความจำเป็นต้องคืนรางวัลดังกล่าวที่ได้รับมาแก่ทางบริษัท ในปี พศ ๒๕๕๐ ผมรู้สึกขอบพระคุณป็นอย่างสูงที่ทางคณะกรรมการได้ให้กำลังใจ และเกียรตินี้แก่ผม แต่ด้วยพฤติกรรมของบริษัท ปตท. ที่ผ่านมา ผมไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพสีเขียว ของบริษัทฯได้จริงๆ โดยผมจะนำไปส่งคืนพร้อมเงิน หนึ่งแสนที่ได้รับมาในวันศุกร์นี้ครับ
ขอกราบขออภัยอีกครั้งครับ
ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 31 กรกฏาคม น.พ.รังสฤษฏ์ ในฐานะประธานชมรมอนุรักษ์นกธรรมชาติล้านนา และกรรมการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ที่บ้านพัก ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กรณีประกาศทางเฟชบุ๊กขอคืนรางวัลลูกโลกสีเขียว พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท ที่รับจากนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2550 ที่สำนักงานใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ โดยระบุว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมที่ผ่านมา ว่า คิดและไตร่ตรองพอสมควร รางวัลดังกล่าวถือเป็นเกียรติ ที่คณะกรรมการพิจารณาให้รางวัลเพื่อให้กำลังใจทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณมาก และขอบคุณนายอานันท์ ที่มอบรางวัลให้ แต่รางวัลดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ ปตท. ที่สร้างภาพว่า รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงต้องส่งสัญญาณไปว่าไม่ยอมอีกแล้ว
"รู้สึกไม่สบายใจ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพสีเขียว ของบริษัท ปตท. ซึ่งเหตุการณ์น้ำมันรั่วเป็นอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ปรากฏชัด คือ บริษัทไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ถ้าเกิดในต่างประเทศ ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก ประกอบรัฐบาลไม่ได้กดดัน ปตท. รับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่ง ปตท.ได้รับผลประโยชน์มากมาย การใช้ทรัพยากรซึ่งเป็นของพวกเราทุกคน ขุดจากดินและท้องทะเล ทำกำไรจากธรมชาติมหาศาล แต่ประโยชน์ไปตกกับคนบางกลุ่ม เมื่อเกิดปัญหาความรับผิดชอบ เพื่อชดใช้หรือชดเชยผู้ได้รับผลกระทบน้อยมาก จึงรู้สึกไม่พอใจและไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของ ปตท. แต่อยากเห็นการรับผิดชอบอย่างแท้จริง ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนความรับผิดชอบต่อสังคม หรือซีเอสอาร์ คงไม่ร่วมกิจกรรมกับ ปตท.อีก" น.พ.รังสฤกษฎ์ กล่าว
นอกจากนี้ น.พ.รังสฤษฏ์ ยังกล่าวอีกว่า อยากเห็น ปตท.ใจกว้าง และรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่านี้ เพราะไม่ใช่เหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งแรก แต่เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว สมควรคืนรางวัลให้กับ ปตท. พร้อมเงิน 100,000 บาท ที่มอบให้ไปใช้กับการอนุรักษ์นกธรรมชาติ แม้ไม่มีเงินสนับสนุนก็อยู่ได้เพราะดำเนินการด้วยตนเอง ซึ่งจะเดินทางไปคืนรางวัลที่สำนักงานใหญ่ ปตท. กรุงเทพฯ ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้ ปตท.รับผิดชอบอย่างไรบ้าง เพื่อชดเชยผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว น.พ.รังสฤษฎ์ กล่าว่า ต้องคำนวณว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งระยะสั้น และระยะยาวเป็นจำนวนเท่าไหร่ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ภาพลักษณ์ท่องเที่ยว และฟื้นฟูระบบนิเวศชายทะเล ซึ่ง ปตท.ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทำอย่างเต็มที่อย่างที่ต่างประเทศมีบรรทัดฐานเรื่องดังกล่าว ถ้าไม่ดำเนินการหรือรับผิดชอบ ผู้ได้รับผลกระทบควรฟ้องเพื่อหาผู้รับผิดชอบ ทั้งค่าชดเชยและเยียวยาความเสียหายแทน เพราะมีผลกระทบระยะยาว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1375277673&grpid=00&catid=&subcatid=