30 days in Kunming, China
จริงๆแล้วการที่กะเบิ๊ดไปใช้ชีวิตอยู่ที่จีน 30 วันเป็นเรื่องที่บังเอิญมากๆ เพราะตอนแรก ทำงานตัดต่อ Video เรื่อง Chinese SummerCamp 2013 สำหรับผู้ที่สนใจไปเรียน กิน อยู่ ที่มหาวิทยาลัยในเมืองจีนโดยตรง 1 เดือนตัดต่อไปตัดต่อมา สนใจเองซะเลย ก็เลยติดต่อไปทาง กรมการค้าอาเซียน...เป็นที่น่าเศร้ายิ่งนักที่โครงการต้องล้มเลิกกลางคัน เพราะจำนวนนักเรียนไม่มากพอ
“เสียใจด้วยนะคะน้อง เอาไว้โอกาสหน้าเราจะแจ้งไปใหม่” เราเกือบจะถอดใจละแต่แรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าก็พุ่งขึ้นมา “เดี๋ยวค่ะพี่ โครงการล้มเลิกไม่เป็นไรแต่หนูไม่ล้มด้วยนี่คะ งั้นพี่ช่วยบอกวิธีการหน่อยได้ไหมคะ หนูตั้งใจจะไปจริงๆ”
เสียงตามสายตอบมาว่า “โห! น้องนี่สุดยอด บ้าดีเดือดงั้นพี่จะช่วยเต็มที่เลย ค่ะ ไปคุนหมิงละกันนะ เพราะน้องชายพี่เรียนอยู่ที่นั่นและมีนักเรียนไทยที่นั่นเยอะด้วย”
“ตามนั้นเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากๆ”
วางสายปุ๊บ ก็แอ๊ด Line ตอบโต้กับพี่ผู้แสนดีคนนี้ซึ่งก็คือพี่เจี๊ยบ เป็นลูกสาวของท่านนายก กรมการค้าอาเซียนนี่เองขอบคุณพี่มากๆจริงค่ะ น่ารักจริงๆเลย....
ไม่รอช้า ดิชั้นเตรียมตัวอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่กี่วันก็เสร็จ เตรียมบินได้เลย เริ่มจากว่าเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะไปแบบไหน กะเบิ๊ดเลือกไปแบบ Visa นักท่องเที่ยว เพราะสัมภาษณ์ง่ายและขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
1. จองตั๋วไปกลับ (แต่อย่าเพิ่งจ่ายตังค์นะคะ รอให้วีซ่าผ่านก่อน) ของการบินไทยดีที่สุดค่ะ ถูกด้วย กะเบิ๊ดซื้อราคา 12,750 บาท
2. ค่าทำ Visa 2,200 บาท (อันนี้ทำแบบเร่งด่วน ทำวันนี้เช้า รับตอนบ่ายได้เลย แต่ถ้ารอเป็นวันๆ ราคาก็จะถูกลงตามลำดับ ในกรณีที่ไม่มีเวลารอ สามารถให้ผู้อื่นมาเดินเอกสารแทนได้ เสียค่าบริการเพิ่ม 500 บาทค่ะ)
3. จดหมาย การจองโรงแรม หรือ ที่พักต่างๆ 1 ฉบับ จะเป็นอีเมลปริ้นท์ออกมาก็ได้ค่ะ
4. เตรียมเงิน pocket money ไปสัก 1-3 หมื่นบาท เผื่อช็อป + กินค่ะ
แค่นี้แหละคะ แค่นี้จริงๆ บอกแล้วว่าง่ายฝุดๆ......
29 มีนาคม 2556
เดินทางด้วยการบินไทย จาก BKK- KMG เครื่อง TG612 เวลา 10:55น กานต์จังมาส่งที่สนามบิน บินยังไม่ทันจะงีบเลย ถึงซะละ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1.50 ชั่วโมง ผ่านด่านตรวจมาอย่างฉลุย น้ำหนักกระเป๋าเค้าให้ตั้ง 40 กก. แต่อีชั้นใช้แค่ 18 กก กว่าเอง ของน้อยสุดๆ ^^ 1 carry on 1 เป้เดินทาง แค่นี้ก็ไปรอบโลกได้แล้วค่ะ
น้องสตางค์ (น้องชายพี่เจี๊ยบ) และน้องปั่น (แฟนน้องสตางค์) ยืนรอรับเราอยู่แถวหน้าสุดเลย เรียกชื่อพี่เบิร์ดๆๆๆๆ ให้ควักเพราะไม่มีใครรู้จักกันมาก่อน หน้าตาก็ไม่เคยเห็น 5555
พวกเราขึ้นรถโดยสารปรับอากาศ 25 หยวน นั่งไกลพอสมควรกว่าจะเข้ามาถึงในตัวเมือง มองทัศนียภาพก็โอเคนะ สะอาดดี คงจะเป็นเพราะว่าคุนหมิงเป็นเมืองใหม่ที่เค้าจะทำเป็นเมืองแห่งการศึกษามั้งนะ... แต่อยากจะบอกว่า ความรู้สึกที่มีต่อเมืองจีน เปลี่ยนไปเลย เพราะคิดเสมอว่าจีนต้องสกปรกมากแน่ๆเลย... อืม อันที่จริงก็สกปรกแหละ แต่น้อยกว่าในจินตนาการในหัวเราที่คิดก่อนมาเหยียบที่นี่อ่ะค่ะ
พอรถจอดสุดสาย ก็ต่อรถเมล์ (ที่นี่เค้ามีรถเมล์ 2 แบบ: มีแอร์ 2 หยวน ไม่มีแอร์ 1 หยวน ไม่ต่างกันเลยค่ะ คันไหนมาก็ขึ้นอันนั้นแหละ) น้องตังค์กะน้องปั่น ย้ำและเตือนอย่างดุดันว่า ให้เก็บ Iphone ไว้ให้ดี เพราะเดี๋ยวโดนล้วง!!!!! คนจีนขี้ขโมย ขี้แย่ง (เอ๊ะ ได้ข่าวว่า กรุก็มีเชื้อจีนนี่หว่า 555)
นั่งรถสาย 98 มาถึงที่หมายคือ Yunnan Normal University สถานที่กบดานเราทั้งเดือน เริ่มจากไปสมัครเรียนก่อน ที่ตึกอินเตอร์ เราเรียนตัวต่อตัวเพราะ เทอมนี้เค้าเปิดเรียนไปนานแล้ว
1. ค่าเรียน 2,625 หยวน/เดือน เพราะเรียนเดี่ยว 4 คาบต่อวัน 4 วันต่ออาทิตย์
2. ค่า International Student Hostel ราคา 6,000 หยวน + 50 หยวน (deposit) ก็โรงแรมดีๆนี่แหละ มีแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน/ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน อาทิตย์ละครั้ง
ห้องพัก 301 มีรูมเมทชื่อ น้องอุ้ม อายุ 17 ปี รู้สึกว่าตัวเองแก่เป็นป้าไปเลยง่ะ555 พอเอาของเก็บเข้าที่ น้องๆทั้งสองก็พาเราไปประเดิมอาหารมื้อแรก คือ "ร้านแอบ" เพราะมันแอบอยู่ในซอย ทางเข้าก็กุโลกุโส แต่อาหารอร่อยใช้ได้เลย เป็นอาหารสิบสองปันนา เผ็ดจังเกือบทุกอย่าง ไปกับเพื่อนใหม่ คนไทยทั้งหมด ประมาณ 10 คน กินจนพุงกาง ก็จ่ายแค่คนละ 10 หยวนเองค่ะ
คนที่นี่เค้าชอบกางร่มกันแดด เพราะพื้นแผ่นดินอยู่สูงมาก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง สังเกตได้อีกอย่างคือ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว อากาศจะมีลมแห้งตลอด ทำให้เราต้องทาครีม (เรียกว่าอาบครีมดีกว่า) และทาลิปมันตอนตลอดเวลา ที่สำคัญเลือดกำเดาไหลบ่อยด้วย แทบจะทุกวันเลย เอ!!!!ทำไมน้า ไม่ได้เป็นคนเดียวเพราะเพื่อนก็เป็นด้วยอ่ะค่ะ
เพื่อนๆ และ The gang ของเราเนี่ย รุ่นหลานทุกคนเลย เพราะอีชั้นแก่สุด อายุตั้งแต่ 15-30 กว่าๆ ไม่เป็นไรค่ะ อายุเป็นเพียงตัวเลข555 อยู่กับเด็กๆนี่ก็สนุกดี โลกเค้าสดใสกันมากๆเลย แต่ก็แอบแก่แดดกันทุกคนนะเนี๊ยย
สมาชิกในกลุ่ม Power Renger มี 11 คน คือ ป้าเบิร์ด (กรูเองง) น้องปั่น ตังค์ เบส เอก หมวย บี ไอซ์ อีฟ บี เจนนี่ กิจกรรมหลักในกลุ่มเราคือ
- กินๆๆๆ ตระเวนหาของอร่อย ร้านอาหาร บาร์ ข้างถนน โอย!!!สารพัด
- เล่นไพ่ เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะที่จีนถูกกฎหมายค่ะ
- ตีแบดมินตัน/ เล่นวอลเล่ย์บอล
- ร้องคาราโอเกะ
- ช็อปปิ้ง ต่อราคาแบบหูดับตับไหม้
- กินเหล้าเมา แล้ววันต่อมาก็มึนๆไปเที่ยววัดสำคัญต่างๆของคุนหมิง
- กบดานที่อพาร์ตเม้นต์น้องตี้ อาตี๋ไฮโซผู้ใจดีให้เล่นเน็ต (ที่speed เร็วมาก)
กะเบิ๊ดอยู่ที่จีนตตั้งแต่ 29 มีค - 28 เมย 2556 เป็นเวลา 30 วันพอดี แบ่งเป็น 4 อาทิตย์ ปัญหาก็คือว่า อาทิตย์แรกว่างค่ะ ไม่มีอาจารย์สอน ก็เลยต้องไปเรียนพิเศษเสริม 3-4 ครั้ง (ราคาถูกหน่อย เพราะเป็น private สอนที่บ้าน 30 หยวน/ ชั่วโมง) อาจารย์ฉี แกยุ่งมาก ตารางสอนแน่นเอี๊ยด เราเบียดเข้าไปเรียนได้แค่ไม่กี่ครั้งเอง แต่ได้ความรู้กลับมาเยอะสุดๆโดยเฉพาะการออกเสียงจีน
เพราะฉะนั้นเวลาว่างที่เหลือเฟือ..... ใช่แล้วค่ะ ความมันส์ได้เกิดขึ้นแล้ว จะโลดดผนขนาดไหน รออ่านตอน 2 กันนะคะ คริๆ รับรองสนุกทุกหยด คุ้มทุกวินาทีที่อยู่ที่ยูนนานคร้าาาาา
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kabird&month=06-07-2013&group=1&gblog=12" rel="nofollow" >
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kabird&month=06-07-2013&group=1&gblog=12
เที่ยว + เรียนในคุนหมิงค่ะ เล่าประสบการณ์สนุกๆให้ฟัง :)
จริงๆแล้วการที่กะเบิ๊ดไปใช้ชีวิตอยู่ที่จีน 30 วันเป็นเรื่องที่บังเอิญมากๆ เพราะตอนแรก ทำงานตัดต่อ Video เรื่อง Chinese SummerCamp 2013 สำหรับผู้ที่สนใจไปเรียน กิน อยู่ ที่มหาวิทยาลัยในเมืองจีนโดยตรง 1 เดือนตัดต่อไปตัดต่อมา สนใจเองซะเลย ก็เลยติดต่อไปทาง กรมการค้าอาเซียน...เป็นที่น่าเศร้ายิ่งนักที่โครงการต้องล้มเลิกกลางคัน เพราะจำนวนนักเรียนไม่มากพอ
“เสียใจด้วยนะคะน้อง เอาไว้โอกาสหน้าเราจะแจ้งไปใหม่” เราเกือบจะถอดใจละแต่แรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าก็พุ่งขึ้นมา “เดี๋ยวค่ะพี่ โครงการล้มเลิกไม่เป็นไรแต่หนูไม่ล้มด้วยนี่คะ งั้นพี่ช่วยบอกวิธีการหน่อยได้ไหมคะ หนูตั้งใจจะไปจริงๆ”
เสียงตามสายตอบมาว่า “โห! น้องนี่สุดยอด บ้าดีเดือดงั้นพี่จะช่วยเต็มที่เลย ค่ะ ไปคุนหมิงละกันนะ เพราะน้องชายพี่เรียนอยู่ที่นั่นและมีนักเรียนไทยที่นั่นเยอะด้วย”
“ตามนั้นเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากๆ”
วางสายปุ๊บ ก็แอ๊ด Line ตอบโต้กับพี่ผู้แสนดีคนนี้ซึ่งก็คือพี่เจี๊ยบ เป็นลูกสาวของท่านนายก กรมการค้าอาเซียนนี่เองขอบคุณพี่มากๆจริงค่ะ น่ารักจริงๆเลย....
ไม่รอช้า ดิชั้นเตรียมตัวอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่กี่วันก็เสร็จ เตรียมบินได้เลย เริ่มจากว่าเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะไปแบบไหน กะเบิ๊ดเลือกไปแบบ Visa นักท่องเที่ยว เพราะสัมภาษณ์ง่ายและขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
1. จองตั๋วไปกลับ (แต่อย่าเพิ่งจ่ายตังค์นะคะ รอให้วีซ่าผ่านก่อน) ของการบินไทยดีที่สุดค่ะ ถูกด้วย กะเบิ๊ดซื้อราคา 12,750 บาท
2. ค่าทำ Visa 2,200 บาท (อันนี้ทำแบบเร่งด่วน ทำวันนี้เช้า รับตอนบ่ายได้เลย แต่ถ้ารอเป็นวันๆ ราคาก็จะถูกลงตามลำดับ ในกรณีที่ไม่มีเวลารอ สามารถให้ผู้อื่นมาเดินเอกสารแทนได้ เสียค่าบริการเพิ่ม 500 บาทค่ะ)
3. จดหมาย การจองโรงแรม หรือ ที่พักต่างๆ 1 ฉบับ จะเป็นอีเมลปริ้นท์ออกมาก็ได้ค่ะ
4. เตรียมเงิน pocket money ไปสัก 1-3 หมื่นบาท เผื่อช็อป + กินค่ะ
แค่นี้แหละคะ แค่นี้จริงๆ บอกแล้วว่าง่ายฝุดๆ......
29 มีนาคม 2556
เดินทางด้วยการบินไทย จาก BKK- KMG เครื่อง TG612 เวลา 10:55น กานต์จังมาส่งที่สนามบิน บินยังไม่ทันจะงีบเลย ถึงซะละ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1.50 ชั่วโมง ผ่านด่านตรวจมาอย่างฉลุย น้ำหนักกระเป๋าเค้าให้ตั้ง 40 กก. แต่อีชั้นใช้แค่ 18 กก กว่าเอง ของน้อยสุดๆ ^^ 1 carry on 1 เป้เดินทาง แค่นี้ก็ไปรอบโลกได้แล้วค่ะ
น้องสตางค์ (น้องชายพี่เจี๊ยบ) และน้องปั่น (แฟนน้องสตางค์) ยืนรอรับเราอยู่แถวหน้าสุดเลย เรียกชื่อพี่เบิร์ดๆๆๆๆ ให้ควักเพราะไม่มีใครรู้จักกันมาก่อน หน้าตาก็ไม่เคยเห็น 5555
พวกเราขึ้นรถโดยสารปรับอากาศ 25 หยวน นั่งไกลพอสมควรกว่าจะเข้ามาถึงในตัวเมือง มองทัศนียภาพก็โอเคนะ สะอาดดี คงจะเป็นเพราะว่าคุนหมิงเป็นเมืองใหม่ที่เค้าจะทำเป็นเมืองแห่งการศึกษามั้งนะ... แต่อยากจะบอกว่า ความรู้สึกที่มีต่อเมืองจีน เปลี่ยนไปเลย เพราะคิดเสมอว่าจีนต้องสกปรกมากแน่ๆเลย... อืม อันที่จริงก็สกปรกแหละ แต่น้อยกว่าในจินตนาการในหัวเราที่คิดก่อนมาเหยียบที่นี่อ่ะค่ะ
พอรถจอดสุดสาย ก็ต่อรถเมล์ (ที่นี่เค้ามีรถเมล์ 2 แบบ: มีแอร์ 2 หยวน ไม่มีแอร์ 1 หยวน ไม่ต่างกันเลยค่ะ คันไหนมาก็ขึ้นอันนั้นแหละ) น้องตังค์กะน้องปั่น ย้ำและเตือนอย่างดุดันว่า ให้เก็บ Iphone ไว้ให้ดี เพราะเดี๋ยวโดนล้วง!!!!! คนจีนขี้ขโมย ขี้แย่ง (เอ๊ะ ได้ข่าวว่า กรุก็มีเชื้อจีนนี่หว่า 555)
นั่งรถสาย 98 มาถึงที่หมายคือ Yunnan Normal University สถานที่กบดานเราทั้งเดือน เริ่มจากไปสมัครเรียนก่อน ที่ตึกอินเตอร์ เราเรียนตัวต่อตัวเพราะ เทอมนี้เค้าเปิดเรียนไปนานแล้ว
1. ค่าเรียน 2,625 หยวน/เดือน เพราะเรียนเดี่ยว 4 คาบต่อวัน 4 วันต่ออาทิตย์
2. ค่า International Student Hostel ราคา 6,000 หยวน + 50 หยวน (deposit) ก็โรงแรมดีๆนี่แหละ มีแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน/ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน อาทิตย์ละครั้ง
ห้องพัก 301 มีรูมเมทชื่อ น้องอุ้ม อายุ 17 ปี รู้สึกว่าตัวเองแก่เป็นป้าไปเลยง่ะ555 พอเอาของเก็บเข้าที่ น้องๆทั้งสองก็พาเราไปประเดิมอาหารมื้อแรก คือ "ร้านแอบ" เพราะมันแอบอยู่ในซอย ทางเข้าก็กุโลกุโส แต่อาหารอร่อยใช้ได้เลย เป็นอาหารสิบสองปันนา เผ็ดจังเกือบทุกอย่าง ไปกับเพื่อนใหม่ คนไทยทั้งหมด ประมาณ 10 คน กินจนพุงกาง ก็จ่ายแค่คนละ 10 หยวนเองค่ะ
คนที่นี่เค้าชอบกางร่มกันแดด เพราะพื้นแผ่นดินอยู่สูงมาก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง สังเกตได้อีกอย่างคือ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว อากาศจะมีลมแห้งตลอด ทำให้เราต้องทาครีม (เรียกว่าอาบครีมดีกว่า) และทาลิปมันตอนตลอดเวลา ที่สำคัญเลือดกำเดาไหลบ่อยด้วย แทบจะทุกวันเลย เอ!!!!ทำไมน้า ไม่ได้เป็นคนเดียวเพราะเพื่อนก็เป็นด้วยอ่ะค่ะ
เพื่อนๆ และ The gang ของเราเนี่ย รุ่นหลานทุกคนเลย เพราะอีชั้นแก่สุด อายุตั้งแต่ 15-30 กว่าๆ ไม่เป็นไรค่ะ อายุเป็นเพียงตัวเลข555 อยู่กับเด็กๆนี่ก็สนุกดี โลกเค้าสดใสกันมากๆเลย แต่ก็แอบแก่แดดกันทุกคนนะเนี๊ยย
สมาชิกในกลุ่ม Power Renger มี 11 คน คือ ป้าเบิร์ด (กรูเองง) น้องปั่น ตังค์ เบส เอก หมวย บี ไอซ์ อีฟ บี เจนนี่ กิจกรรมหลักในกลุ่มเราคือ
- กินๆๆๆ ตระเวนหาของอร่อย ร้านอาหาร บาร์ ข้างถนน โอย!!!สารพัด
- เล่นไพ่ เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะที่จีนถูกกฎหมายค่ะ
- ตีแบดมินตัน/ เล่นวอลเล่ย์บอล
- ร้องคาราโอเกะ
- ช็อปปิ้ง ต่อราคาแบบหูดับตับไหม้
- กินเหล้าเมา แล้ววันต่อมาก็มึนๆไปเที่ยววัดสำคัญต่างๆของคุนหมิง
- กบดานที่อพาร์ตเม้นต์น้องตี้ อาตี๋ไฮโซผู้ใจดีให้เล่นเน็ต (ที่speed เร็วมาก)
กะเบิ๊ดอยู่ที่จีนตตั้งแต่ 29 มีค - 28 เมย 2556 เป็นเวลา 30 วันพอดี แบ่งเป็น 4 อาทิตย์ ปัญหาก็คือว่า อาทิตย์แรกว่างค่ะ ไม่มีอาจารย์สอน ก็เลยต้องไปเรียนพิเศษเสริม 3-4 ครั้ง (ราคาถูกหน่อย เพราะเป็น private สอนที่บ้าน 30 หยวน/ ชั่วโมง) อาจารย์ฉี แกยุ่งมาก ตารางสอนแน่นเอี๊ยด เราเบียดเข้าไปเรียนได้แค่ไม่กี่ครั้งเอง แต่ได้ความรู้กลับมาเยอะสุดๆโดยเฉพาะการออกเสียงจีน
เพราะฉะนั้นเวลาว่างที่เหลือเฟือ..... ใช่แล้วค่ะ ความมันส์ได้เกิดขึ้นแล้ว จะโลดดผนขนาดไหน รออ่านตอน 2 กันนะคะ คริๆ รับรองสนุกทุกหยด คุ้มทุกวินาทีที่อยู่ที่ยูนนานคร้าาาาา
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kabird&month=06-07-2013&group=1&gblog=12" rel="nofollow" > http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kabird&month=06-07-2013&group=1&gblog=12