วันนี้พาไนท์ไปอัลตราซาวมาค่ะ ผลออกมาตับโตเล็กน้อยแต่สิ่งที่พบน่าตกใจกว่าตับคือ เจอก้อนในเนื้อไต คุณหมอสีหน้าค่อนข้างกังวลตอนตรวจ ได้ยินหมอพูดศัพท์เฉพาะรัวเป็นชุด (ฟังไม่ออกแต่ดูสีหน้าหมอแล้วบอกได้เลยว่างานเข้าแน่ๆ)
คุณหมออธิบายเพิ่มเติมให้ฟังพร้อมจดชื่อโรคให้เราว่า"Polycystic kidney disease (PKD)" ตบท้ายด้วยคำว่า "แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้อายุไม่ยืนเป็น10ปีนะคะ เจ้าของต้องดูแลควบคุมอาหารให้กินยาสม่ำเสมอนะคะ"
ข้อมูลจากเว็บ PKDคืออะไร?
เป็นโรค top hit ติดชาร์จในแมวตระกูลเปอร์เซีย แต่ไฉนเจ้าของมักไม่รู้ วันนี้มาเปิดประเด็นทำไม แมวตระกูลเปอร์เซีย และ exotic cat ทั้งหลายถึงได้เป็นกันนัก
อะไรคือโรคถุงน้ำในเนื้อไต
โรคถุงน้ำในเนื้อไต โดยมากจะเรียกว่า Polycystic kidney disease (PKD) ซึ่งเราจะพบความผิดปกติได้จากทาง anatomy พบว่าเนื้อไตมีถุงน้ำมาแทรกอยู่ บ้างก็มาก บ้างก็น้อย บางทีอาจเล็กๆแต่เมื่อแมวอายุมากขึ้นก็จะใหญ่ขึ้นตามมา และลดพื้นที่การทำงานของไตไปเรื่อยๆ
สาเหตุคืออะไร
สาเหตุสืบเนื่องจากปัญหาทางพันธุกรรม เนื่องจากเป็นความผิดปกติของโครโมโซม และหากพ่อหรือแม่พันธุ์เป็นโรคนี้ ลูกที่เกิดมาสามารถมีโอกาสเกิดโรคได้ 50 % เป็นโอกาสที่สูงมาก ดังนั้นหากทำการวินิจฉัยตรวจพบแล้ว ไม่ควรนำมาทำเป็นพ่อ แม่พันธุ์ต่อไป
แล้วแมวจะเป็นอะไรไหม ?
อย่างที่ได้กล่าวไป ถุงน้ำนี้จะเกาะอยู่ในเนื้อไต เมื่อแมวอายุมากไปเรื่อยๆถุงก็จะใหญ่โตตามไปเรื่อยๆ แย่งพื้นที่เนื้อไต จนทำให้ไตวายตามมา
ไตวายมีในแมวด้วยหรือ ? แล้วอาการจะเป็นอย่างไร ?
คำตอบคือมี ซึ่งภาวะ PKD นี้จะทำให้แมวไตวาย โดยอาการนั้นส่วนมาก แมวจะแกร็น โตไม่ทันตามเพื่อนๆในฝูง กินน้ำเยอะ ฉี่เยอะ มีกลิ่นปากแรง บางตัวมีอาเจียน
แล้วจะวินิจฉัยได้อย่างไร
การวินิจฉัยที่เที่ยงตรงมากที่สุดคือการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ดูเนื้อไตว่ามีถุงน้ำแทรกอยู่หรือไม่ ซึ่งอายุที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนคือ 10 เดือนขึ้นไปค่ะ และความแม่นยำขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคุณหมอท่านที่ทำการอัลตร้าซาวด์ด้วย
แล้วเราจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?
คำตอบสั้นๆง่ายๆ ว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาด เราไม่สามารถที่จะทำการเจาะดูด หรือตัดออกไปได้ เนื่องจากจะยิ่งทำอันตรายให้แก่ตัวเนื้อไต และยิ่งทำให้อายุแมวสั้นลง ทำได้แค่รักษาตามอาการ การรักษาแนวทางของแมวโรคไต คือ การให้น้ำเกลือ และรักษาสมดุลกรดด่างในร่างกาย รวมถึงควบคุมระดับของแร่ธาตุฟอสฟอรัส ควบคุมระดับความดันโลหิต ควบคุมระดับเม็ดเลือดแดงไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจาง ตลอดจนการควบคุมอาหารให้ทานเฉพาะอาหารโรคไต เท่านั้น เป็นต้น
ป้องกันได้หรือไม่ ?
พอได้ คือ เราควรระวังแมวในตระกูลเปอร์เซียและแมว exotic ทั้งหลายหากจะนำมาเลี้ยง เพราะหากทำการวินิจฉัยและพบแล้วว่าเป็น PKD เราไม่ควรนำมาทำเป็นพ่อหรือแม่พันธุ์ต่อไป จะได้ไม่มีลูกหลานที่เป็นมากขึ้นไปอีก
ที่มา : ววว.vet4polyclinic.com/th/article.aspx?id=90
ในที่สุดก็ได้รู้ว่าไนท์ป่วยเป็นโรคอะไร ...จากปอดมาตับ จากตับมาไต ..
คุณหมออธิบายเพิ่มเติมให้ฟังพร้อมจดชื่อโรคให้เราว่า"Polycystic kidney disease (PKD)" ตบท้ายด้วยคำว่า "แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้อายุไม่ยืนเป็น10ปีนะคะ เจ้าของต้องดูแลควบคุมอาหารให้กินยาสม่ำเสมอนะคะ"
ข้อมูลจากเว็บ PKDคืออะไร?
เป็นโรค top hit ติดชาร์จในแมวตระกูลเปอร์เซีย แต่ไฉนเจ้าของมักไม่รู้ วันนี้มาเปิดประเด็นทำไม แมวตระกูลเปอร์เซีย และ exotic cat ทั้งหลายถึงได้เป็นกันนัก
อะไรคือโรคถุงน้ำในเนื้อไต
โรคถุงน้ำในเนื้อไต โดยมากจะเรียกว่า Polycystic kidney disease (PKD) ซึ่งเราจะพบความผิดปกติได้จากทาง anatomy พบว่าเนื้อไตมีถุงน้ำมาแทรกอยู่ บ้างก็มาก บ้างก็น้อย บางทีอาจเล็กๆแต่เมื่อแมวอายุมากขึ้นก็จะใหญ่ขึ้นตามมา และลดพื้นที่การทำงานของไตไปเรื่อยๆ
สาเหตุคืออะไร
สาเหตุสืบเนื่องจากปัญหาทางพันธุกรรม เนื่องจากเป็นความผิดปกติของโครโมโซม และหากพ่อหรือแม่พันธุ์เป็นโรคนี้ ลูกที่เกิดมาสามารถมีโอกาสเกิดโรคได้ 50 % เป็นโอกาสที่สูงมาก ดังนั้นหากทำการวินิจฉัยตรวจพบแล้ว ไม่ควรนำมาทำเป็นพ่อ แม่พันธุ์ต่อไป
แล้วแมวจะเป็นอะไรไหม ?
อย่างที่ได้กล่าวไป ถุงน้ำนี้จะเกาะอยู่ในเนื้อไต เมื่อแมวอายุมากไปเรื่อยๆถุงก็จะใหญ่โตตามไปเรื่อยๆ แย่งพื้นที่เนื้อไต จนทำให้ไตวายตามมา
ไตวายมีในแมวด้วยหรือ ? แล้วอาการจะเป็นอย่างไร ?
คำตอบคือมี ซึ่งภาวะ PKD นี้จะทำให้แมวไตวาย โดยอาการนั้นส่วนมาก แมวจะแกร็น โตไม่ทันตามเพื่อนๆในฝูง กินน้ำเยอะ ฉี่เยอะ มีกลิ่นปากแรง บางตัวมีอาเจียน
แล้วจะวินิจฉัยได้อย่างไร
การวินิจฉัยที่เที่ยงตรงมากที่สุดคือการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ดูเนื้อไตว่ามีถุงน้ำแทรกอยู่หรือไม่ ซึ่งอายุที่จะเห็นภาพได้ชัดเจนคือ 10 เดือนขึ้นไปค่ะ และความแม่นยำขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคุณหมอท่านที่ทำการอัลตร้าซาวด์ด้วย
แล้วเราจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?
คำตอบสั้นๆง่ายๆ ว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาด เราไม่สามารถที่จะทำการเจาะดูด หรือตัดออกไปได้ เนื่องจากจะยิ่งทำอันตรายให้แก่ตัวเนื้อไต และยิ่งทำให้อายุแมวสั้นลง ทำได้แค่รักษาตามอาการ การรักษาแนวทางของแมวโรคไต คือ การให้น้ำเกลือ และรักษาสมดุลกรดด่างในร่างกาย รวมถึงควบคุมระดับของแร่ธาตุฟอสฟอรัส ควบคุมระดับความดันโลหิต ควบคุมระดับเม็ดเลือดแดงไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจาง ตลอดจนการควบคุมอาหารให้ทานเฉพาะอาหารโรคไต เท่านั้น เป็นต้น
ป้องกันได้หรือไม่ ?
พอได้ คือ เราควรระวังแมวในตระกูลเปอร์เซียและแมว exotic ทั้งหลายหากจะนำมาเลี้ยง เพราะหากทำการวินิจฉัยและพบแล้วว่าเป็น PKD เราไม่ควรนำมาทำเป็นพ่อหรือแม่พันธุ์ต่อไป จะได้ไม่มีลูกหลานที่เป็นมากขึ้นไปอีก
ที่มา : ววว.vet4polyclinic.com/th/article.aspx?id=90