เราไม่ได้เป็น single mom นะคะ แต่สามีทำงานเกือบทุกวัน อยู่กัน 4 คนพ่อแม่ ลูก 2 ไม่มีแม่บ้าน
ครอบครัวเราอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวสามีต่างคนต่างอยู่ ต่างทำงาน นานๆเจอกันที
เหนื่อยกาย ทุกวันอยู่แล้ว เลี้ยงลูกชายวัยเกือบ 2 ขวบ 24ชม. ส่วนคนโตเรามีหน้าที่ไปรับจาก รร. สอนการบ้าน ทำข้าวให้กิน พาเข้านอน งานบ้านอีกที่ต้องเหมาๆหมด แต่ทั้งหมดนี้ยินดีทำค่ะ เหนื่อยกาย แต่พอเห็นลูกหัวเราะ สามีกลับมาได้นอนกอดกันทุกคืนก่อนนอนก็หายเหนื่อยแระ
แต่เหนื่อยใจสิ เฮ้อออ! ว่าจะไม่เก็บมาคิดแล้วนะ แต่มันสลัดออกจากหัวไม่ได้ซะที เข้าใจค่ะว่าเค้าอาจจะป่วยทางจิตรึเปล่า แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานและการศึกษาก็คิดว่าไม่น่านะ เอาเท่าที่เราจำได้นะคะ
- ย้อนไป 9 ปีที่แล้ว (ป้าดดด เรื่อง9 ปีที่แล้วยังจำได้อีก 555 บอกแล้วว่าสลัดไม่หลุด) เราเพิ่งคลอดลูกคนโต เค้าพูดกับเราว่า "พ่อแม่พี่เค้าไม่ว่างเลี้ยงหลานให้หรอกนะ มีลูกเร็วตอนไม่พร้อม ก็งี้แหล่ะ ต้องเหนื่อยหน่อยนะ" อึ้งค่ะอึ้ง งงค่ะ ใช่เรามีลูกเร็ว แต่ไม่ใช่ไม่พร้อม ไม่ได้พลาด ลูกคนโตเราทานยากระตุ้นไข่+นัดวันมี พสพ.นะคะกว่าจะได้มาเนี่ย แล้วเราไใเคยคิดจะให้พ่อแม่เค้าเลี้ยงด้วย เราหาเนอสไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เราท้อง 5 เดือนแล้ว
- ตอนนี้เราออกจากงานมา 1 ปีเพื่อมาเลี้ยงลูกๆทั้ง 2 คนเล็กออกจากเนอส คนโตไปรับที่ รร.เอง เลิกนั่งรถ รร. เลิกจ้างครูสอนการบ้าน เราสอนเองหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นความต้องการของสามีเราเอง
พอเค้ารู้ เค้าถามสามีเราว่า "น้อง...ชื่อสามี...จะเลี้ยงไหวเหรอ" สามีเราตอบกลับว่า "ไหวสิวะ ไม่ไหวไม่ให้ลาออกหรอก" นางสวนกลับ"แต่ค่าใช้จ่ายสมัยนี้มันเยอะนะ บลาไๆไ"
เจอสามีสวนอย่างโมโห "บอกว่าไหวก็ไหวสิวะ"
- เจอเราเกือบทุกครั้ง จะชอบพูดว่า "น้อง...ชื่อเรา...นี่สบายเนอะ อยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่ต้องออกไปทำงาน ให้น้อง..(.สามีเรา)..หาเงินมาเลี้ยง." เราก็ขี้เกียจต่อความยาวไง เลยค่ะๆไป สุดท้ายเก็บมาคิดมากเอง 555
- มีครั้งนึง สามีเราสลับรถเค้าให้เรา เราพาลูกไปบ้านเค้า เค้าเห็นเราขับเบนซ์ ก่อนกลับบ้าน เค้าบอกเราว่า
"ไปสลับรถคืนเถอะ คันนี้ไม่เหมาะกับ...ชื่อเรา..เลย"
เราออกจากบ้านเค้าปุ๊บโทรร้องไห้กะสามีเลย สลับรถคืนเลย เราขับไม่ไกว คันใหญ่ ขับลำบาก พวงมาลัยก็หนัก เบรกก็ลึก เนี่ยปวดแขนปวดขาหมดแล้ว"
สามีถามว่า "ใครพูดอะไร แทงใจดำอีกล่ะ อย่าไปสนใจ ที่พี่ให้ขับเพราะมันปลอดภัย มีลูก 2 คนไปด้วย เอารถที่ปลอดภัยไว้ พี่อุ่นใจกว่า" เราไม่บอกว่าเราเจออะไรมา แต่สามีคงรู้แหล่ะ สรุป วันนั้นกลับบ้านเราจัดการย้ายคาร์ซีทย้ายของในรถคืนเลย ไม่ขับมันล่ะรถบ๊งรถเบนซ์ 555
- ล่าสุด วันก่อน โทรมาบอกให้เราไปทำงานได้แล้ว ลูกโตแล้วให้เข้าเนอสไปซะ พ่อเค้าจะฝากงานราชการให้ บลาๆๆๆๆ แต่ฟังดูเราก็รู้เเล้วว่าเค้ากลัวว่าเราจะเกาะน้องชายเค้ากิน
เมื่อวานเลยตัดสินใจบอกสามีเรา สามีบอกว่ารู้แล้ว เค้าโทรมาคุยแล้ว สามีเราปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ให้ทำ เค้าเลี้ยงไหวเมีย 1 ลูก 2 ตอนนี้หน้าที่เราคือเลี้ยงลูก ถ้าอยากทำงาน รอให้ลูกเข้า รร.ค่อยคิดว่าจะทำเองหรือเป็นลูกจ้าง แม่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ใครทำแทนไม่ได้ อย่าเก็บคำพูดคนอื่นมาคิด บลาๆๆๆ เยอะค่ะ มาแนวให้กำลังใจ ให้เราภูมิใจในการเป็นแม่ คุยกันนาน เราร้องไห้ไปเลย แต่สามีไม่รู้นะ
เหมือนจะจบ แต่ยังค่ะ สัปดาห์หน้าวันเกิดเรา ซึ่งทุกๆปีจะต้องไปทานข้าวกัน แน่นอนว่าจะต้องเผชิญหน้ากันอีก ทำไงดีไม่ให้คิดมาก
เลี้ยงลูกคนเดียว เหนื่อยกายน่ะไกว แต่เหนื่อยใจนี่สิ อยากร้องไห้
ครอบครัวเราอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวสามีต่างคนต่างอยู่ ต่างทำงาน นานๆเจอกันที
เหนื่อยกาย ทุกวันอยู่แล้ว เลี้ยงลูกชายวัยเกือบ 2 ขวบ 24ชม. ส่วนคนโตเรามีหน้าที่ไปรับจาก รร. สอนการบ้าน ทำข้าวให้กิน พาเข้านอน งานบ้านอีกที่ต้องเหมาๆหมด แต่ทั้งหมดนี้ยินดีทำค่ะ เหนื่อยกาย แต่พอเห็นลูกหัวเราะ สามีกลับมาได้นอนกอดกันทุกคืนก่อนนอนก็หายเหนื่อยแระ
แต่เหนื่อยใจสิ เฮ้อออ! ว่าจะไม่เก็บมาคิดแล้วนะ แต่มันสลัดออกจากหัวไม่ได้ซะที เข้าใจค่ะว่าเค้าอาจจะป่วยทางจิตรึเปล่า แต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานและการศึกษาก็คิดว่าไม่น่านะ เอาเท่าที่เราจำได้นะคะ
- ย้อนไป 9 ปีที่แล้ว (ป้าดดด เรื่อง9 ปีที่แล้วยังจำได้อีก 555 บอกแล้วว่าสลัดไม่หลุด) เราเพิ่งคลอดลูกคนโต เค้าพูดกับเราว่า "พ่อแม่พี่เค้าไม่ว่างเลี้ยงหลานให้หรอกนะ มีลูกเร็วตอนไม่พร้อม ก็งี้แหล่ะ ต้องเหนื่อยหน่อยนะ" อึ้งค่ะอึ้ง งงค่ะ ใช่เรามีลูกเร็ว แต่ไม่ใช่ไม่พร้อม ไม่ได้พลาด ลูกคนโตเราทานยากระตุ้นไข่+นัดวันมี พสพ.นะคะกว่าจะได้มาเนี่ย แล้วเราไใเคยคิดจะให้พ่อแม่เค้าเลี้ยงด้วย เราหาเนอสไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เราท้อง 5 เดือนแล้ว
- ตอนนี้เราออกจากงานมา 1 ปีเพื่อมาเลี้ยงลูกๆทั้ง 2 คนเล็กออกจากเนอส คนโตไปรับที่ รร.เอง เลิกนั่งรถ รร. เลิกจ้างครูสอนการบ้าน เราสอนเองหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นความต้องการของสามีเราเอง
พอเค้ารู้ เค้าถามสามีเราว่า "น้อง...ชื่อสามี...จะเลี้ยงไหวเหรอ" สามีเราตอบกลับว่า "ไหวสิวะ ไม่ไหวไม่ให้ลาออกหรอก" นางสวนกลับ"แต่ค่าใช้จ่ายสมัยนี้มันเยอะนะ บลาไๆไ"
เจอสามีสวนอย่างโมโห "บอกว่าไหวก็ไหวสิวะ"
- เจอเราเกือบทุกครั้ง จะชอบพูดว่า "น้อง...ชื่อเรา...นี่สบายเนอะ อยู่บ้านเลี้ยงลูก ไม่ต้องออกไปทำงาน ให้น้อง..(.สามีเรา)..หาเงินมาเลี้ยง." เราก็ขี้เกียจต่อความยาวไง เลยค่ะๆไป สุดท้ายเก็บมาคิดมากเอง 555
- มีครั้งนึง สามีเราสลับรถเค้าให้เรา เราพาลูกไปบ้านเค้า เค้าเห็นเราขับเบนซ์ ก่อนกลับบ้าน เค้าบอกเราว่า
"ไปสลับรถคืนเถอะ คันนี้ไม่เหมาะกับ...ชื่อเรา..เลย"
เราออกจากบ้านเค้าปุ๊บโทรร้องไห้กะสามีเลย สลับรถคืนเลย เราขับไม่ไกว คันใหญ่ ขับลำบาก พวงมาลัยก็หนัก เบรกก็ลึก เนี่ยปวดแขนปวดขาหมดแล้ว"
สามีถามว่า "ใครพูดอะไร แทงใจดำอีกล่ะ อย่าไปสนใจ ที่พี่ให้ขับเพราะมันปลอดภัย มีลูก 2 คนไปด้วย เอารถที่ปลอดภัยไว้ พี่อุ่นใจกว่า" เราไม่บอกว่าเราเจออะไรมา แต่สามีคงรู้แหล่ะ สรุป วันนั้นกลับบ้านเราจัดการย้ายคาร์ซีทย้ายของในรถคืนเลย ไม่ขับมันล่ะรถบ๊งรถเบนซ์ 555
- ล่าสุด วันก่อน โทรมาบอกให้เราไปทำงานได้แล้ว ลูกโตแล้วให้เข้าเนอสไปซะ พ่อเค้าจะฝากงานราชการให้ บลาๆๆๆๆ แต่ฟังดูเราก็รู้เเล้วว่าเค้ากลัวว่าเราจะเกาะน้องชายเค้ากิน
เมื่อวานเลยตัดสินใจบอกสามีเรา สามีบอกว่ารู้แล้ว เค้าโทรมาคุยแล้ว สามีเราปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ให้ทำ เค้าเลี้ยงไหวเมีย 1 ลูก 2 ตอนนี้หน้าที่เราคือเลี้ยงลูก ถ้าอยากทำงาน รอให้ลูกเข้า รร.ค่อยคิดว่าจะทำเองหรือเป็นลูกจ้าง แม่เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ใครทำแทนไม่ได้ อย่าเก็บคำพูดคนอื่นมาคิด บลาๆๆๆ เยอะค่ะ มาแนวให้กำลังใจ ให้เราภูมิใจในการเป็นแม่ คุยกันนาน เราร้องไห้ไปเลย แต่สามีไม่รู้นะ
เหมือนจะจบ แต่ยังค่ะ สัปดาห์หน้าวันเกิดเรา ซึ่งทุกๆปีจะต้องไปทานข้าวกัน แน่นอนว่าจะต้องเผชิญหน้ากันอีก ทำไงดีไม่ให้คิดมาก