ไปทางไหนใครก็อยากปรองดอง อยากให้ทุกฝ่ายให้อภัยกัน เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข แม้แต่โจร แม้แต่เซียน ก็อยากจะให้เลิกแล้วต่อกัน ที่เคยด่า เคยฆ่ากัน เพื่อชิงเมืองก็ให้มันแล้วๆ ไป ตามประสาคนที่อยู่ในอำนาจ เงินตรา โดยไม่ได้ย้อนนึกถึงความเสียหายของบ้านเมืองหรือประชาชน ที่เป็นแค่เบี้ยในหมากเกมทางการเมือง เมื่อเหล่าบรรดาคนชิงเมืองสัประยุทธ์กัน บรรดาเบี้ยในกระดานก็ถูกกินจนราบเป็นหน้ากลอง และไม่ได้รับอานิสงส์ใดๆ จากเกมแห่งอำนาจของคนที่เรียกร้องความปรองดองเหล่านั้นเลย
ที่กล่าวถึงข้างต้นคงไม่ได้เจาะจงถึงผู้ใด แต่เท่าที่ได้สดับตรับฟังในช่วงนี้ ไล่ตั้งแต่นักโทษหนีคดี เสนาบดี นักการเมือง แม่ทัพ นายกลอง แม้แต่ผู้นำประเทศ ก็เริ่มมาประสานเสียงในเรื่องความปรองดองกันเป็นคีย์เดียว ไล่ตั้งแต่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่ออกมาระบุว่า เรื่องความปรองดองเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่จะช่วยกันพิจารณา พร้อมกับบอกว่า วัฒนธรรมประเพณีของไทยเป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่าการปรองดองเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ สิ่งใดที่สามารถอภัยให้กันและกันได้ก็เป็นสิ่งที่ดี
ตอกย้ำมาด้วย พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่พูดผ่านคลิปวันเกิดในเฟซบุ๊กของนายพานทองแท้ ชินวัตร คร่ำครวญถึงชะตาชีวิตของตนเองที่ต้องเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ และอยากกลับมาอยู่ประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมอยากให้ประเทศเกิดความสงบสุข ปรองดองกัน พร้อมประกาศจะใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อมูลที่ตนเองได้ไปประสบมาช่วงเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศ ประกาศถึงเจตนารมณ์ที่ดีที่มุ่งหวังให้ประเทศเกิดความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง หรือแตกแยกเป็นฝ่ายเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา
ฟังดูแล้วช่างเป็นหนังคนละม้วน เทปคนละตอนกับคลิปแห่งปีที่ชายเสียงคล้ายพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร คิดการใหญ่หวังรวบรัดตัดตอน สร้างถนนกลับบ้าน พร้อมกับคำบงการควบคุมกองทัพ เพื่อปลดล็อกเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร ก่อนจะเสนอสูตรกลับมาแบบเลิกยุ่งการเมือง เสนอให้คนชื่อพี่อ๊อดไปประสานกับพลเอกเปร ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ในการเสนอให้เป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เกิดความหนักแน่นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะเป็นคนของวัง
กระนั้นกระบวนการในการไปสู่ความปรองดอง ให้อภัยกัน จะเป็นแค่เครื่องมือของเกมในการชิงประเทศเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ ไม่นานก็จะมีความชัดเจน เพราะเมื่อแผนตามคลิปแตก การเดินเกมกลับบ้านก็ยังต้องทำต่อไป โดยการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เห็นว่าควรเลื่อนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้ามาพิจารณาก่อน เพราะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าไม่ทัน ตอกย้ำด้วยคำสัมภาษณ์ของ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยืนยันว่าหากมีการรับหลักการร่างกฎหมาย ก็จะเป็นการพิจารณาเฉพาะร่างของนายวรชัยเท่านั้น ร่างอื่นไม่เกี่ยว
สิ้นเสียงมติวิปรัฐบาล เหล่าบรรดาขุนพลเสื้อแดงต่างสรรเสริญ โห่ร้อง ดีใจ โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แถลงว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้รับฟังเสียงของคนเสื้อแดง โดยมีมติให้นำร่าง ฉบับของนายวรชัย พิจารณาในสภาเป็นวาระแรก เพราะฉะนั้นพวกเราคนเสื้อแดงพร้อมยืนหยัด และพร้อมต่อสู้ร่วมกับพรรคเพื่อไทยทุกเมื่อทุกสถานการณ์ พร้อมประกาศรักษาอำนาจ รักษาประชาธิปไตยให้ยาวนานที่สุด หากเราสามัคคีร้อยเปอร์เซ็นต์จะนำมาสู่ชัยชนะ
เช่นเดียวกับ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ที่ออกมาสนับสนุนเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายวรชัย เพราะเหมือนกับร่างพระราชกำหนดของ นปช. แต่อยากให้ออกเป็น พ.ร.ก. โดยหาก พ.ร.บ.เกิดการติดขัด ก็สามารถนำข้อเสนอ พ.ร.ก.มาใช้แทนได้ พร้อมกันนั้นเธอสั่งการว่า ขอให้พี่น้องเสื้อแดงทุกคนอยู่ในหลักระเบียบวินัยและสันติวิธี การชุมนุมครั้งก่อนๆ แกนนำไม่สามารถควบคุมได้ทั่วถึง ขอให้ทุกคนต้องมีจิตสำนึก โดยในวันที่ 3 ส.ค. ทาง นปช.ส่วนกลางจะนัดแกนนำคนเสื้อแดงทั้งประเทศมาประชุมพร้อมกัน เพื่อรับรู้และวิเคราะห์สถานการณ์ ก่อนมากำหนดบทบาทของแกนนำ นปช.ทั่วประเทศ ขณะที่กลุ่มต้านก็มีการนัดรวมพลกันที่สนามม้านางเลิ้ง โดยพลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ยืนยันมีการชุมนุมวันที่ 4 สิงหาคมนี้อย่างแน่นอน
เหล่านี้คือฉากแรกของความต้องการของคนที่อยากให้เกิดความปรองดอง ให้ประเทศสงบสุข แต่ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมีการนำร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้าสู่สภาแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เพราะคนมีอำนาจกำลังเลือกที่จะกำหนดเกม สร้างความได้เปรียบ เพื่อให้ตัวเองได้กลับเข้าสู่ประเทศได้อย่างเร็วที่สุด ส่วนไพร่พล มวลชน ที่หนุนและต้าน ต่างก็ประกาศเตรียมพร้อมเดินหน้าออกมาชุมนุมสนับสนุนความคิดของตัวเองอย่างเต็มสูบ จนยากที่จะสรุปได้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะปรองดองกันได้จริง เพราะตราบใดที่คนผิดไม่มารับโทษ และยังคงเดินหน้าสร้างเกมต่อรอง โดยใช้หลักการเป็นตัวต่อรอง.
ที่มา:
http://www.thaipost.net/news/270713/76986
ปล.อยากรู้จริง จะปรองดองกันเพื่อใครหว่า...เอิ๊ก ๆ ๆ
โชว์นิรโทษ-โหนปรองดอง ไร้ทางให้คนในชาติจับมือกัน
ที่กล่าวถึงข้างต้นคงไม่ได้เจาะจงถึงผู้ใด แต่เท่าที่ได้สดับตรับฟังในช่วงนี้ ไล่ตั้งแต่นักโทษหนีคดี เสนาบดี นักการเมือง แม่ทัพ นายกลอง แม้แต่ผู้นำประเทศ ก็เริ่มมาประสานเสียงในเรื่องความปรองดองกันเป็นคีย์เดียว ไล่ตั้งแต่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ที่ออกมาระบุว่า เรื่องความปรองดองเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งที่จะช่วยกันพิจารณา พร้อมกับบอกว่า วัฒนธรรมประเพณีของไทยเป็นเรื่องหนึ่งที่คิดว่าการปรองดองเป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ สิ่งใดที่สามารถอภัยให้กันและกันได้ก็เป็นสิ่งที่ดี
ตอกย้ำมาด้วย พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ที่พูดผ่านคลิปวันเกิดในเฟซบุ๊กของนายพานทองแท้ ชินวัตร คร่ำครวญถึงชะตาชีวิตของตนเองที่ต้องเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ และอยากกลับมาอยู่ประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมอยากให้ประเทศเกิดความสงบสุข ปรองดองกัน พร้อมประกาศจะใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อมูลที่ตนเองได้ไปประสบมาช่วงเดินทางไปอยู่ต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศ ประกาศถึงเจตนารมณ์ที่ดีที่มุ่งหวังให้ประเทศเกิดความสงบสุข ไม่มีความขัดแย้ง หรือแตกแยกเป็นฝ่ายเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมา
ฟังดูแล้วช่างเป็นหนังคนละม้วน เทปคนละตอนกับคลิปแห่งปีที่ชายเสียงคล้ายพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร คิดการใหญ่หวังรวบรัดตัดตอน สร้างถนนกลับบ้าน พร้อมกับคำบงการควบคุมกองทัพ เพื่อปลดล็อกเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร ก่อนจะเสนอสูตรกลับมาแบบเลิกยุ่งการเมือง เสนอให้คนชื่อพี่อ๊อดไปประสานกับพลเอกเปร ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ในการเสนอให้เป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เกิดความหนักแน่นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะเป็นคนของวัง
กระนั้นกระบวนการในการไปสู่ความปรองดอง ให้อภัยกัน จะเป็นแค่เครื่องมือของเกมในการชิงประเทศเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ ไม่นานก็จะมีความชัดเจน เพราะเมื่อแผนตามคลิปแตก การเดินเกมกลับบ้านก็ยังต้องทำต่อไป โดยการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เห็นว่าควรเลื่อนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้ามาพิจารณาก่อน เพราะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้าไม่ทัน ตอกย้ำด้วยคำสัมภาษณ์ของ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยืนยันว่าหากมีการรับหลักการร่างกฎหมาย ก็จะเป็นการพิจารณาเฉพาะร่างของนายวรชัยเท่านั้น ร่างอื่นไม่เกี่ยว
สิ้นเสียงมติวิปรัฐบาล เหล่าบรรดาขุนพลเสื้อแดงต่างสรรเสริญ โห่ร้อง ดีใจ โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แถลงว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้รับฟังเสียงของคนเสื้อแดง โดยมีมติให้นำร่าง ฉบับของนายวรชัย พิจารณาในสภาเป็นวาระแรก เพราะฉะนั้นพวกเราคนเสื้อแดงพร้อมยืนหยัด และพร้อมต่อสู้ร่วมกับพรรคเพื่อไทยทุกเมื่อทุกสถานการณ์ พร้อมประกาศรักษาอำนาจ รักษาประชาธิปไตยให้ยาวนานที่สุด หากเราสามัคคีร้อยเปอร์เซ็นต์จะนำมาสู่ชัยชนะ
เช่นเดียวกับ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ที่ออกมาสนับสนุนเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายวรชัย เพราะเหมือนกับร่างพระราชกำหนดของ นปช. แต่อยากให้ออกเป็น พ.ร.ก. โดยหาก พ.ร.บ.เกิดการติดขัด ก็สามารถนำข้อเสนอ พ.ร.ก.มาใช้แทนได้ พร้อมกันนั้นเธอสั่งการว่า ขอให้พี่น้องเสื้อแดงทุกคนอยู่ในหลักระเบียบวินัยและสันติวิธี การชุมนุมครั้งก่อนๆ แกนนำไม่สามารถควบคุมได้ทั่วถึง ขอให้ทุกคนต้องมีจิตสำนึก โดยในวันที่ 3 ส.ค. ทาง นปช.ส่วนกลางจะนัดแกนนำคนเสื้อแดงทั้งประเทศมาประชุมพร้อมกัน เพื่อรับรู้และวิเคราะห์สถานการณ์ ก่อนมากำหนดบทบาทของแกนนำ นปช.ทั่วประเทศ ขณะที่กลุ่มต้านก็มีการนัดรวมพลกันที่สนามม้านางเลิ้ง โดยพลเรือเอกชัย สุวรรณภาพ ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ยืนยันมีการชุมนุมวันที่ 4 สิงหาคมนี้อย่างแน่นอน
เหล่านี้คือฉากแรกของความต้องการของคนที่อยากให้เกิดความปรองดอง ให้ประเทศสงบสุข แต่ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมีการนำร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้าสู่สภาแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เพราะคนมีอำนาจกำลังเลือกที่จะกำหนดเกม สร้างความได้เปรียบ เพื่อให้ตัวเองได้กลับเข้าสู่ประเทศได้อย่างเร็วที่สุด ส่วนไพร่พล มวลชน ที่หนุนและต้าน ต่างก็ประกาศเตรียมพร้อมเดินหน้าออกมาชุมนุมสนับสนุนความคิดของตัวเองอย่างเต็มสูบ จนยากที่จะสรุปได้ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะปรองดองกันได้จริง เพราะตราบใดที่คนผิดไม่มารับโทษ และยังคงเดินหน้าสร้างเกมต่อรอง โดยใช้หลักการเป็นตัวต่อรอง.
ที่มา:http://www.thaipost.net/news/270713/76986
ปล.อยากรู้จริง จะปรองดองกันเพื่อใครหว่า...เอิ๊ก ๆ ๆ